กมธ.เศรษฐกิจฯวุฒิ เสนอนายกฯตั้ง ซุบเปอร์บอร์ดการบินไทยจัดทำแผนฟื้นฟูเอง แนะยึดหลัก"จิ๋วแต่แจ๋ว"5-10 คนที่เชี่ยวชาญ

การเมือง25 พ.ค. 2563 • 11:10 น.
กมธ.เศรษฐกิจฯวุฒิ เสนอนายกฯตั้ง ซุบเปอร์บอร์ดการบินไทยจัดทำแผนฟื้นฟูเอง แนะยึดหลัก"จิ๋วแต่แจ๋ว"5-10 คนที่เชี่ยวชาญ
กมธ.เศรษฐกิจฯวุฒิ เสนอนายกฯตั้ง ซุบเปอร์บอร์ดการบินไทยจัดทำแผนฟื้นฟูเอง แนะยึดหลัก"จิ๋วแต่แจ๋ว"5-10 คนที่เชี่ยวชาญ เชื่อฝีมือ"บิ๊กตู่"โปร่งใสแน่ พร้อมแนะสังคมจับตาผ่าตัดครั้งใหญ่ หวั่นซ้ำรอยทุจริต เมื่อวันที่ 25 พ.ค.นางประภาศรี สุฉันทบุตร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา เปิดเผยว่า การฟื้นฟูกิจการการบินไทยในขั้นตอนแรกคือ การตั้งSuper Board ซึ่งคงมาจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อมาจึงคัดเลือกผู้ทำเเผน หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีควรต้องเป็นคนตัดสินใจเลือกคณะผู้ทำเเผนด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง ตนเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องใช้คนมากอาจจะแค่ 5-10 คนก็เพียงพอ ทั้งนี้ เพื่อความกระชับคล่องตัวในการทำงาน มีลักษณะ"จิ๋วแต่แจ๋ว" คัดเลือกเอาคนที่มีประสบการณ์ เข้าใจการบริหารองค์กรขนาดใหญ่ มีวิสัยทัศน์ มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการบิน การเงิน การตลาด ที่สำคัญที่สุดคือ มีคุณธรรม สะอาดโปร่งใส นางประภาศรี กล่าวว่า อยากให้การบินไทย เป็นตัวอย่างในการฟื้นฟูธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสำหรับ องค์กรที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจมาก่อน อาจจะเป็นตัวอย่างให้รัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่งที่ขาดทุนเลือกการแก้ปัญหาด้วยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เช่น การรถไฟเเห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เป็นต้น การผ่าตัดธุรกิจการบินไทยที่ขาดทุน ให้กลับมามีกำไร หลังจากผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าหนี้และการบินไทยยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการและศาลให้ความเห็นชอบแผนแล้ว การปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูจะมีความสำคัญตามมา ตนต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกบุคคลมาจัดทำเเผนฟื้นฟูด้วยตัวเอง เพราะมั่นใจในการจัดการได้อย่างโปร่งใสเเน่นอน "เเถลงการณ์ว่าจะเข้าสู่เเผนฟื้นฟูกิจการ จะเห็นความขัดแย้งที่อาจไม่ลงรอยของผู้บริหารในกระทรวงที่เกี่ยวข้องตัวอย่างที่ประชาชนวิจารณ์ เช่นไม่ได้นำทีมบริหารคนสำคัญของกระทรวง มาเเถลง เรื่องสำคัญนี้ด้วย เเต่กลับนำผู้บริหารกระทรวงอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องมา ประชาชนที่เฝ้าดูอยู่ต่างวิพากษ์วิจารณ์เเละสับสนไปตามๆกัน"นางประภาศรี กล่าว นางประภาศรี กล่าวต่อว่า ขณะนี้พนักงานบริษัทการบินไทยต่างหวั่นไหวและวิตกกังวลต่ออนาคตของบริษัทและชีวิตตัวเองว่า จะดำเนินไปอย่างไร ตนได้รับเสียงสะท้อนมาจากพนักงานทุกระดับ ทั้งจากสายการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ที่เป็นบริษัทลูก หากจะลดจำนวนพนักงานส่วนเกินก็ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้าย ได้แต่ปลอบใจและบอกไปว่า ให้ปฏิบัติงานต่อไปอย่างเต็มที่และดีที่สุด เมื่อสายการบินกลับมาบริการได้เป็นปกติตั้งแต่1กรกฏาคม63เป็นต้นไป ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น การที่การบินไทยขาดทุนต่อเนื่องไม่ใช่ความไร้ประสิทธิภาพของพนักงาน แต่เป็นเพราะนโยบายของเเต่ละรัฐบาล ที่ส่งคนมาเป็นบอร์ดและเป็นผู้บริหาร ไม่มีความเข้าใจการบริหารธุรกิจการบิน เกิดการทุจริตรั่วไหล หนี้สินจึงพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ "ช่วงเสนอแผนฟื้นฟูครั้งนี้ เเม้ว่าการปรับโครงสร้างจะเป็นบริษัทเอกชนไปเเล้ว เเต่กระทรวงการคลังยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เเละรัฐบาลต้องกำกับดูเเลผ่านกระทรวงการคลัง จึงขอให้คนไทยช่วยกันจับตาการทำเเผนครั้งนี้ ทั้งกล้าตัดสินใจเพื่อผ่าตัดให้องค์กรณ์รอดดีอย่างยั่งยืนรวมถึงอย่าให้ทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้นซ้ำอีก" นางประภาศรี กล่าว