2ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทยแจงครหาถอนรายชื่อโค้งสุดท้าย ถอดถอน"สิระ" ลั่นมีศักดิ์ศรีพอ
2 ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.อุดรธานีและสกลนคร แจงปมถอนรายชื่อในโค้งสุดท้ายถอดถอน สิริ เจนจาคะลั่นมีศักดิ์ศรีพอและขอความเป็นธรรม หากยื่นอีกพร้อมลงรายชื่อเป็นคนแรกและคนที่สองก่อนใคร
วันนี้ (8 ม.ค.64) เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ชมรมคนรักอุดร เลขที่ 449 หมู่ 11 บ้านหนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 4 จ.อุดรธานี และนางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 4 จ.สกลนคร ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนขอชี้แจงกรณีมีข่าวว่า พวกเราทั้ง 2 คนถอนชื่อในโค้งสุดท้าย ทำให้จำนวน ส.ส. น้อยกว่า 1 ใน 10 ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ยื่นคำร้องถอดนายสิระ เจนจาคะ ออกจากส.ส.ทำให้ศาล รธน.ไม่รับคำร้องวินิจฉัย
นางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.สกลนคร เปิดเผยว่า อยากจะเรียนชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่า ในเรื่องตามที่เป็นข่าวว่าเราสองคนถอนรายชื่อถอดถอนนายสิระ เจนจาคะในโค้งสุดท้าย มีส.ส.ไม่ถึง 50 คนหรือมีส.ส.น้อยกว่า 1 ใน 10 ไม่ต้องเข้าหลักเกณฑ์ยื่นถอดถอนนายสิระ เจนจาคะ ทำให้ศาล รธน.ไม่รับคำร้องวินิจฉัยฯ ในเรื่องนี้ขอเรียนว่าพวกเราเซ็นชื่อกับเพื่อนๆ หลายคน วันต่อมามีหลายกระแสบอกว่าไม่ใช่มติของพรรคเพื่อไทยทำให้พวกเราสองคนได้ถอนรายชื่อออก แต่พอทราบว่ารายชื่อไม่ครบ 50 คน พวกเราทั้งสองคนได้ยื่นหนังสือเข้าไปใหม่ แต่ข่าวออกไปไม่จบกระบวนความว่าเราสองคนได้ยื่นเข้าไปใหม่ เหมือนกับท่านพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หน.พรรคเสรีรวมไทยที่บอกว่ามีส.ส.พรรคเพื่อไทยยื่นมาให้ผมใหม่อีกครั้งตามที่ท่านแถลงในวันนี้
นางอนุรักษ์ เปิดเผยอีกว่า เราไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเลย เราพูดความสัจจริงว่าเราถอนแล้วเรายื่นเข้าไปใหม่ ตอนแรกเราสับสนในมติพรรคเราก็ถอน แต่เมื่อเรามั่นใจว่านี่คือการทำหน้าที่ของส.ส.ที่ดีที่สุด ที่คนทั้งประเทศอยากให้ถอดถอน เราก็ทำและยื่นเข้าไปใหม่ ยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่าเราไม่มีผลประโยชน์ใดๆ หรือผลประโยชน์อื่นใดเลย ด้วยความบริสุทธิ์ใจเรายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพรรคตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ใยเรื่องแค่นี้จะต้องมีเรื่องผลประโยชน์เกิดกับบุคคลที่ยึดมั่นอุดมการณ์สองคนนี้ ไม่มีแน่นอน
ขณะที่นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.เพื่อไทย เขต 4 จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ขอเรียนว่าดิฉันก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ประชาธิปไตยครอบครัวของเราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและอยู่กับพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีมานาน ขอยืนยันยังมั่นในอุดมการณ์ ไม่ได้รับเงินอย่างใดๆ และมาวันนี้อยากจะกู้ศักดิ์ศรีตนเองคืนมา เมื่อรู้ว่าไม่ครบ 50 คนก็รีบเซ็นชื่อแล้วทำหนังสือกลับคืนไปถึงสภา แต่ทางสภายังไม่ได้ยื่นไปถึงศาลฯ ทำให้ขาดเพียง 2 คน เงินซื้อเราสองคนไม่ได้และ เงินซื้อคนอีสานไม่ได้เช่นกัน ส่วนกรณีที่ว่าจะฟ้องร้องคนที่ว่าให้ไหม ถ้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีพวกเรา เราก็อาจจะตอบโต้ด้วยเช่นกัน โดยการถอดถอนพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการต่อไป และหากมีการเซ็นชื่อถอดถอนส.ส.คนดังกล่าว เราทั้งสองคนจะเป็นคนลงชื่อเป็นคนที่ 1 และคนที่ 2 เลย