กกต.ชี้ไร้เบาะแสโกงเลือกตั้ง
“ไทยสร้างไทย” เปิดตัว “สุพันธุ์” นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค เชื่อช่วยฟื้นเศรษฐกิจประเทศให้กลับมาแข็งเกร่งอีกครั้ง “โฆษกรัฐบาล” สวน “เสรีพิศุทธ์” หานายกฯรับปากแก้คนจนใน4 เดือน เอาที่ไหนมาพูด “กกต.กทม.” เผยหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.–ส.ก. โค้งสุดท้ายยังอยู่ในกติกา ไร้เบาะแสทุจริต ด้าน"เทพไท" ชี้แคมเปญ “ไม่เลือกเราเขามาแน่”มุกแป้ก
ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.65 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวต้อนรับ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่เพิ่งหมดวาระ และได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council : ABAC 2022) และประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าสังกัดพรรคไทยสร้างไทย โดยจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เป็นคนเก่ง เข้ามาทำหน้าที่สําคัญให้กับพรรคนั่นคือการเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวชื่นชมนายสุพันธุ์ ว่า เกิดจากการเป็น SMEs ตัวเล็ก ขยายกิจการและเติบโตจนสามารถนำพาธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทมหาชน ได้มากถึง 4 บริษัท และทั้ง 4 บริษัท ไม่มีสัมปทานรัฐมาช่วยให้เติบโต ที่สำคัญมียอดขายหลายหมื่นล้าน และเจริญเติบโตขึ้นมาด้วยความสามารถของตนเอง เป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์สูง เป็นคนที่มองอนาคตได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในแง่ของเทคโนโลยีและธุรกิจ รวมถึงเป็นบุคคลที่มีอุดมการณ์ คิดได้และทำเป็น ซึ่งเป็น DNA ที่ตรงกับตนเอง นอกจากจะเป็นที่ยอมรับของคนในประเทศแล้ว ยังเป็นที่ยอมรับของนานาชาติด้วย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (APEC Business Advisory Council : ABAC 2022) และประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
“คุณสุพันธุ์ยังเป็นบุคคลที่สามารถสร้างทุกอย่างให้เติบโตขึ้นมาได้ด้วยฝีมือของตัวเอง เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ไกล จะมาเป็นผู้นำให้สามารถฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังมีหลักในการทำงานเช่นเดียวกับพรรคไทยสร้างไทยคือการยุติความขัดแย้ง มุ่งสร้างเศรษฐกิจไทย และการให้ความสำคัญกับคนตัวเล็ก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ คุณสุพันธุ์ ตัดสินใจมาร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย”
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับพรรคไทยสร้างไทยจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบประเทศไทยที่ดีที่สุดให้กับลูกหลาน เป็นทางเลือกใหม่ทางรอดของประเทศ และจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะร่วมกันสร้างทางออกจากวิกฤตการเมืองแบ่งขั้ว จนทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างยาวนาน พรรคไทยสร้างไทยจะมุ่งมั่นในการดูแลปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง สร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง จะอาสาทุ่มเททำงาน ไปสู่การแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจให้กับประชาชน นักธุรกิจต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเปิดตัว ต้อนรับนายสุพันธุ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย ยังมีนักธุรกิจเช่น นายสมโภชน์ อาหุนัย บริษัท Energy Absolute จำกัด นายสมนึก กยาวัฒนกิจ บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด นายทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานสภาอุตสหกรรมภาคเหนือ นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ รองประทาน สอท
นายเดชบุญ มาประเสริฐ ประธานสภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย โดยมีคณะผู้บริหารของพรรคไทยสร้างไทยอาทิ นายโภคิน พลกุล ,นายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ ,น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 11 พรรคไทยสร้างไทย ,นายพงศกร อรรณนพพร ,นายอุดมเดช รัตนเสถียร ,นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ,นายประวัฒน์ อุตโมท ให้ต้อนรับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคไทยสร้างไทยคนใหม่
ด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พูดในสิ่งที่ทำไม่ได้ หลังเคยบอก 4 เดือน คนจนจะหมดประเทศ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยพูดว่าอีก 4 เดือน คนจนจะหมดประเทศ สามารถไปย้อนดูได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปเอาที่ไหนมาพูด
นายธนกรกล่าวว่า การที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ชอบย้ำนักหนาว่าตัวเองเป็นถึงอดีตผบ.ตร. แต่กลับอ่านข่าวแบบลวกๆ แล้วเอามาวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น มีแต่จะทำให้ท่านเองถูกคนอื่นมองว่าไม่สมราคาคุย ท่านควรจะตรวจสอบให้ดีก่อนว่าในข้อเท็จจริงแล้วท่านนายกฯได้พูดแบบนั้นจริงหรือไม่ ไม่ใช่รีบออกมาตีกิน เพื่อหวังเรียกความนิยมให้ตัวเองแบบนี้
“การแก้ไขปัญหาความยากจนที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่นั้น เป็นการแก้ปัญหาแบบพุ่งเป้า มีหลักเกณฑ์ ข้อมูลตัวเลข และเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้ว หากสงสัยสามารถไปดูได้ ส่วนที่บอกว่ารัฐบาลเอาแต่กู้ ไม่มีการสร้างรายได้ให้ชาวบ้านนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไปจำคำพูดใครมาหรือไม่ เพราะน่าจะเป็นข้อมูลที่ผิดพลาด เข้าใจได้ว่าท่านเองก็ไม่มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจ ดังนั้นก็ไม่ควรแสดงความเห็นเหมือนกับเป็นผู้รู้ แล้วมาเสียดสี ยกตนข่มผู้อื่นไปวันๆ นอกจากนี้ การอ้างว่าข้าราชการส่วนใหญ่ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์นั้น ไม่ทราบว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มโนไปเองหรือเปล่า เลิกหลอกตัวเองแล้วกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้แล้ว” นายธนกร กล่าว
ทางด้าน นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงการหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในช่วงโค้งสุดท้าย ว่า การหาเสียงของผู้สมัครที่ผ่านมาปฏิบัติอยู่ในกรอบกติกาที่ดีแล้ว ไม่มีประเด็นใส่ร้ายป้ายสี ไม่มีการสาดโคลน เป็นการหาเสียงตามกติกา แต่อยากเตือนผู้สมัครในเรื่องป้ายหาเสียง ควรตรวจดูความเรียบร้อย บางป้ายอาจจะติดแล้วไม่มั่นคงแข็งแรง เมื่อโดยพายุโดนฝนอาจจะหมิ่นเหม่ต่อความปลอดภัยของผู้สัญจรไปมา ที่สำคัญการติดป้ายควรดูเขตพื้นที่ที่ตนเองสมัครรับเลือกตั้งให้ดี อย่าติดข้ามเขต เพราะอาจจะทำให้ประชาชนสับสนได้ ส่วนเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงยังไม่มีรายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ มีแต่เสียงพูดกันไปพูดกันมา ซึ่งเราก็ให้สายข่าวหน่วยเคลื่อนที่เร็วลงไปเดินในพื้นที่ตลอดแล้ว
สำหรับก่อนหน้านี้ที่มีการแจ้งกกต.กทม.เกี่ยวกับการหาเสียงของผู้สมัครส.ก.บางรายที่อาจจะมีการหาเสียงเกินอำนาจหน้าที่ และกรอบเงินงบประมาณนั้น นายสำราญ กล่าวว่า ในเรื่องนี้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 มาตรา 89 มีกำหนดเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กทม. ซึ่งมีทั้งหมด 28 ประการ แต่จากการสืบสวนไต่สวนของ กกต. ปรากฏว่ายังอยู่ในกรอบหน้าที่และอำนาจอยู่ ซึ่งประเด็นนี้มีการแจ้งมาเยอะ แต่ขอความกรุณาว่าอย่าแจ้งโดยการตีความของตัวเอง แนะนำให้ไปดูหน้าที่และอำนาจของ กทม. เราอย่าไปตีความว่าหน้าที่ของสภาคืออะไร หรือหน้าที่ผู้บริหารคืออะไร ต้องดูว่าอยู่ในกรอบหน้าที่และอำนาจของกทม.ตามมาตรา 89 หรือไม่ สำหรับกรณีผู้สมัครที่มีการแต่งตั้งตัวแทนผู้สมัครไปอยู่ในที่หน่วยเลือกตั้ง จะต้องถ่ายสำเนาคำสั่งแต่งตั้งตัวแทนผู้สมัครไปแสดงที่หน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่อง “เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.ครั้งนี้ ชูแคมเปญ ไม่เลือกเราเขามาแน่ มุกแป้ก !!!” ระบุว่า โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แล้ว อยากให้จับตาการหาเสียงในช่วงนี้ จะมีการปล่อยทีเด็ดทั้งวิชาเทพและวิชามาร ออกมาพร้อมๆกัน มีการเสนอแนวทางให้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครอย่างมียุทธศาสตร์ นั่นหมายความว่า จากการเมืองที่มี 2 ขั้ว ให้แต่ละขั้วเลือกคนที่มีโอกาสได้มากที่สุดขั้วละคน โดยการเทคะแนนให้ผู้สมัครที่มีโอกาสมากได้รับเลือกมากที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ยาก
จากฐานคะแนนเสียงของคนในกทม.สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ขั้วการเมืองใหญ่ๆ ที่เชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ ฐานเสียงของกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณมีอยู่ผู้สมัครอยู่ 2 คน คือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เบอร์8 และคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เบอร์1 ส่วนฐานเสียงกลุ่มที่ไม่เอาทักษิณ ก็มีผู้สมัครอยู่ 4 คน คือ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เบอร์ 6 คุณสกลธี ภัทธิยกุล เบอร์ 3 คุณรสนา โตสิตระกูล เบอร์ 7 ซึ่งกลุ่มนี้มีฐานเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตร และกลุ่มกปปส.
ส่วนตัวเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้ยุทธศาสตร์แบบ “ไม่เลือกเราเขามาแน่” เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ไม่น่าจะสำเร็จ เชื่อว่าคะแนนของผู้สมัครแต่ละคน จะแชร์กันเองในกลุ่มฐานคะแนนของแต่ละขั้ว อยู่ที่ใครจะมีฝีมือดึงคะแนนเสียงในขั้วตัวเองได้มากกว่ากันผู้สมัครคนอื่นๆ ผู้สมัครคนนั้นก็จะเป็นผู้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้ ซึ่งสามารถฟันธงได้ว่า ขั้วเอาทักษิณ จะได้เปรียบขั้วไม่เอาทักษิณ เพราะมีตัวแชร์คะแนนน้อยกว่า
ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กกต.กทม. เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณวุฒิของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ซึ่งเน้นใช้คำว่า “ดร.” นำหน้าชื่อหาเสียง สงสัยจบ ป.เอกจริงหรือไม่ ซึ่งหากไม่จบจริง อาจเป็นการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร ต้องห้ามตามกฎหมายได้
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสัมพันธวงศ์ หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย ได้โฆษณาหาเสียงและจัดทำเอกสารและแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์คุณสมบัติของตนว่าเป็น “ดร.” จบ ปริญญาเอก จาก ม.ชาวพุทธ แห่งประเทศมองโกเลีย(THE BUDDHIST UNIVERSITY, MONGOLIA Doctoral Degree of Philosophy) ซึ่งเมื่อทำการตรวจค้นชื่อมหาวิทยาลัยและหลักสูตรดังกล่าว กลับไม่ปรากฏชื่อในเวบไซด์ หรือรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับสถาบันดังกล่าวในประเทศมองโกเลียแต่อย่างใด จึงอาจเชื่อได้ว่าอาจไม่มีสถาบันดังกล่าวอยู่จริง ในระบบการศึกษาหรือสถาบันการศึกษาในประเทศมองโกเลีย
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบไปยังสำนักงาน ก.พ. ของไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองคุณวุฒิของผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ก.พ. จะรับรองคุณวุฒิที่ได้รับด้วยวิธีการศึกษาตามหลักสูตรเต็มเวลา (full time) จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ก็ไม่ปรากฎว่าให้การรับรองหรือปรากฎว่ามีชื่อ THE BUDDHIST UNIVERSITY, MONGOLIA อยู่ในสารบบของ ก.พ. แต่อย่างใด
ดังนั้น การที่ผู้สมัคร ส.ก.หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เขตสัมพันธวงศ์ กทม.จัดทำสิ่งพิมพ์ประเภทแผ่นพับ โดยนำมาใช้โฆษณา แจกจ่าย ประชาสัมพันธ์ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ และป้ายหาเสียงติดตั้งบริเวณสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ โดยใช้คำนำหน้าเพื่อระบุสถานะทางการศึกษาของตนว่า “ดร.” ซึ่งปุถุชนทั่วไปเข้าได้ได้ว่า หมายถึงการจบการศึกษาในระดับ “ปริญญาเอก” แล้วนั้น จึงอาจเข้าข่ายกระทำการเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร อันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 65(5) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 ซึ่งอาจมีโทษตาม ม.126 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปีด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด