ครม. เห็นชอบร่างบันทึกการประชุม "JC ไทย-ลาว" ชูความร่วมมือช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 2 ประเทศ จากผลกระทบโควิด
วันที่ 4 พ.ย.64 เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบร่างบันทึกการประชุมและร่างแถลงข่าวร่วมของการประชุม JC ไทย-ลาว ครั้งที่ 22 เพื่อให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมรับรองร่างบันทึกการประชุมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของลาวในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 และกระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่แถลงข่าวร่วมฯ ต่อสาธารณชนภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม หากมีการแก้ไขร่างบันทึกการประชุมและร่างแถลงข่าวร่วมฯในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการโดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากครม.อีก
สำหรับการประชุม JC ไทย-ลาว ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2564 จะช่วยกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาว เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป
ทั้งนี้ร่างบันทึกการประชุมและแถลงข่าวร่วมฯ จะแสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ร่วมของรัฐบาลทั้งสองประเทศ ที่จะส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้านทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี รวมทั้งการพบปะแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันของเจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่น เพื่อมุ่งเน้นและผลักดัน ตลอดจนสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-ลาว ให้ก้าวไปสู่ความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ให้มีผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างแท้จริง
ส่วนเนื้อหาของร่างบันทึกการประชุมและแถลงข่าวร่วมฯ ทั้งไทยและลาวจะร่วมกันผลักดันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากกโควิด-19 เช่น การรักษาความเรียบร้อยตามแนวชายแดน, การส่งเสริมความเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและด้านมาตรการและกฎระเบียบต่างๆ,การส่งเสริมการค้าชายแดนและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล และการส่งเสริมการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เป็นต้น