กลุ่มพีมูฟ รวมพลชู 9 ข้อเสนอลดความเหลื่อมล้ำ
“พีมูฟ” ปักหลักชุมนุม หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องขอแก้ รธน. เน้นหมวดสิทธิเสรีภาพ-บริหารจัดการที่ดิน ปลดล็อกแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างรัฐ-ประชาชน
วันที่ 9 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ถือฤกษ์วันที่ 9 เดือน 9 เคลื่อนขบวนจากองค์การสหประชาชาติ มาปักหลักชุมนุมที่บริเวณศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นขอร้องเรียกให้รัฐบาลแก้ปัญหาเร่งด่วน 6 ข้อ อาทิ ขอให้ยุติการดำเนินคดีทุกกรณีที่เกี่ยวข้องที่เป็นข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับรัฐ รวมถึงการขอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันแก้ปัญหาเป็นรายกรณี โดยมี นายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับข้อเสนอและร่วมเจรจาในครั้งนี้
โดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ โฆษกกลุ่มพีมูฟ ระบุว่า การเคลื่อนไหวชุมนุมครั้งนี้ ต้องการมาติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาให้กับประชาชน หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มพีมูฟได้ยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลเมื่อวนที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าผ่านมา 2 เดือน ประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา จึงจำเป็นต้องออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยคาดว่า จะมีการปักหลักชุมนุมต่อเนื่อง หากการเจรจาวันนี้ไม่มีข้อสรุป
ด้านนายประยงค์ ดอกลำใย แกนนำกลุ่มพีมูฟ ระบุว่า ข้อเรียกร้องสำคัญที่สุดในการเคลื่อนขบวนครั้งนี้ คือการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ และการกระจายอำนาจการถือครองที่ดิน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาของประชาชนที่มักมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับภาครัฐ พร้อมยืนยันว่า การชุมนุมของกลุ่มพีมูฟไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มการเมืองอื่น
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กลุ่มพีมูฟได้อ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 กำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.เรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หลังจากก่อนหน้านี้กลุ่มพีมูฟได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ประการรวม 168 กรณี ซึ่งรัฐบาลชุดก่อนได้รับข้อมูลและมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง 2.ขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การจัดการทรัพยากร ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย รวมถึงระบบรัฐสวัสดิการ และ 3.ขอให้รัฐบาลมีความจริงใจในการส่งตัวแทนที่มีอำนาจเต็มมาเจรจากับกลุ่มพีมูฟ เพื่อให้การเจรจานำไปสู่การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม เพราะเราเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องการเดินหน้าประเทศ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง