"ทะลุฟ้า" ป้อง "แอมเนสตี้" โต้ "แรมโบ้อีสาน" หลังปลุกคนไล่พ้นประเทศไทย

การเมือง26 พ.ย. 2564 • 03:49 น.
"ทะลุฟ้า" ป้อง "แอมเนสตี้" โต้ "แรมโบ้อีสาน" หลังปลุกคนไล่พ้นประเทศไทย
วันที่ 26 พ.ย. 2564 เพจเฟซบุ๊ก ทะลุฟ้า โพสต์ข้อความ ระบุว่า " จากกรณีที่ ‘แรมโบ้อีสาน’ พร้อมกับมวลชนจำนวนหนึ่งนั้นได้ประกาศออกสื่อถึงการต่อต้านการทำงานขององค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ว่าเป็นการทำงานที่บ่อนทำลายประเทศไทย และชักจูงให้คนละเมิดอำนาจศาล พร้อมกับขับไล่ให้องค์กรนี้ออกไปจากประเทศไทย ก่อนอื่นเลยพวกเราต้องขออนุญาตชี้แจงให้มวลชนบางส่วนทราบก่อนว่า องค์กรแอมเนสตี้นั้นเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนเกี่ยวกับ “สิทธิมนุษยชน” โดยเฉพาะและเป็นองค์กรที่เรียกร้องหาความเป็นธรรมให้กับผู้ถูกละเมิดสิทธิอีก อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่าตอนนี้ประเทศไทยนั้น คำว่าสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพนั้นถูกทำให้หายไปภายใต้รัฐบาลประยุทธ์และระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และทำให้ประชาชนที่ออกมาเพื่อสิทธิ์ของพวกเขาต้องโดนหมายจากตำรวจไปนับไม่ถ้วน หนำซ้ำในการออกมาชุมนุม ประชาชนของพวกเรายังคงโดนใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเอารถฉีดน้ำผสมแก๊สน้ำตามาไล่, ไล่กระทืบ, ขับรถชน, ยิงด้วยกระสุนยาง ตลอดไปจนถึงกระสุนจริงในบางครั้ง และล่าสุดถึงขั้นเอาศาลมาตัดสินแบบบิดเบี้ยว ถ้าพูดกันด้วยความเป็นมนุษย์แล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำไม่ใช่การรับมือกับม็อบ แต่เป็น “การกำจัด” ต่างหาก และองค์กรแอมเนสตี้ก็สังเกตเห็นถึงสิ่งเหล่านี้และพยายามทักท้วงและเรียกคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนมาโดยตลอด เพราะว่าในสายตาของประเทศที่เจริญแล้ว การละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งที่มนุษย์ปกติไม่ควรจะกระทำกัน ช่วงหนึ่ง แรมโบ้อีสานยังกล่าวว่าเพราะแอมเนสตี้เป็นองค์กรต่างชาติ จึงไม่อาจเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีไทย วัฒนธรรมไทยได้ ซึ่งความคิดนี้ส่อให้เห็นถึงสายตาและความคิดที่คับแคบของแรมโบ้อีสานอย่างยิ่ง ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศน้อยๆ ประเทศหนึ่งบนดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกเท่านั้น ตอนนี้ประเทศไทยก็เข้าสู่ภาคีและสมาคมต่างๆ ในระดับนานาชาติมากมายเช่นกัน ซึ่งหากจะกล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษย์ชนที่เป็นเรื่องสากล เราจึงควรจะพูดกันในระดับพลเมืองโลก ไม่ใช่พลเมืองไทย ดังนั้นบรรทัดฐานของสิทธิมนุษยชนแบบไทยๆ ของแรมโบ้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเอามาอ้างหรือพูดได้อย่างเต็มปากในระดับเวทีโลกอย่างแน่นอน ยิ่งพูดไปก็ยิ่งอับอายขายขี้หน้าประชากรโลกคนอื่นๆ และยิ่งประจานประเทศตัวเองว่าด้อยพัฒนาทั้งความเจริญและความคิดขนาดไหน และที่แรมโบ้อ้างอิงถึงประเทศอื่นๆ ว่า กัมพูชา อินเดีย ฟิลิปปินส์ หรือฮ่องกง ก็ยังไม่ยอมให้แอมเนสตี้อยู่ในประเทศเลย อยากวอนให้พี่แรมโบ้ใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดมานั่งวิเคราะห์และพิจารณาเอาเองว่าทำไมประเทศเหล่านั้นถึงไม่ยอมให้มีนะคะ หากจะมีใครสักคนที่กำลังบ่อนทำลายประเทศไทย ตอนนี้ก็คงจะเป็น “แรมโบ้อีสาน” นี่แหละ ที่เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังทำลายภาพลักษณ์ประเทศไทยด้วยการทำเรื่องไม่ฉลาดแบบขยันๆ"