"เศรษฐา" ควง "พานทองแท้" ลุย "สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม" เดินตลาดมหาชัย รับฟังปัญหาประมง พร้อมเดินสายไหว้พระขอพรรับสงกรานต์

การเมือง12 เม.ย. 2566 • 14:57 น.
"เศรษฐา" ควง "พานทองแท้" ลุย "สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม" เดินตลาดมหาชัย รับฟังปัญหาประมง พร้อมเดินสายไหว้พระขอพรรับสงกรานต์

"เศรษฐา" ควง "พานทองแท้" ลุย "สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม" เดินตลาดมหาชัย รับฟังปัญหาประมง พร้อมเดินสายไหว้พระขอพรรับสงกรานต์ "เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลม" ให้พรขอให้สมมุ่งมาดปรารถนาในการทำเพื่อประเทศชาติ

วันที่ 12 เม.ย.2566 เวลา 09.40 น. ที่จังหวัดสมุทรสาคร นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย  พร้อมด้วยนายพานทองแท้ ชินวัตร ที่ปรึกษาศูนย์ปฎิบัติการเลือกตั้งส.ส.พรรคเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการ และรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอุดม กันม่วง ผู้สมัครส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 , นายบุญมี นิลถนอม ผู้สมัครส.ส.เขต 2 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 และนายประยงค์ นอบน้อม ผู้สมัครส.ส.เขต 3 พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร พร้อมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นได้เดินพบปะพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชนในตลาดมหาชัย โดยนายเศรษฐา ได้ฝากพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสาครเลือก ส.ส.เขตเบอร์ 3 ทั้งจังหวัด และเลือกพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 ทั้งจังหวัดเช่นกัน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมหาชัยต่างส่งเสียงเชียร์ด้วยคำว่า "พรรคเพื่อไทย เบอร์ 3 ๆ ๆ" ลั่นซอยตลาด

จากนั้น นายเศรษฐา และคณะได้รับฟังปัญหา และข้อร้องเรียนจากตัวแทนกลุ่มสมาคมการประมงสมุทรสาคร ซึ่งตัวแทนกลุ่มได้สะท้อนปัญหาว่า ขอให้พรรคเพื่อไทยช่วยชาวประมงในการทำมาหากินด้วย เพราะขณะนี้ผลจากการที่รัฐบาลไปเข้า ไอยูยู โดยไม่พิจารณาบริบทของประเทศ ส่งผลให้ประมงไทยสูญเสียรายได้หลายแสนล้านบาท เรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้านไม่สามารถออกไปจับปลาได้ ทั้งรัฐบาลยังไปเขียนกฎหมายเกินกว่าที่ไอยูยูกำหนดอีก จากเรือที่เคยมีกว่า 1,000 ลำ เวันนี้หลือเพียงร้อยกว่าลำ เราหวังเพียงให้กลับมาได้แค่ 500 ลำก็ดีใจแล้ว ซึ่งประเทศไทยยังมีทางออกสำหรับเรื่องนี้โดยการแก้กฎหมายที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเซ็นรับมา ให้ต้องสอดรับกับบริบทของท้องถิ่นและประเทศ เราต้องทำตรงนี้เพื่อไม่ให้เราเสียเปรียบเกินไป นอกจากนี้ ขอฝากรัฐบาลเรื่องกองทุนสำหรับพี่น้องชาวประมงด้วย เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านเดินเข้าธนาคาร แต่ธนาคารไม่ให้กู้ จึงอยากให้มีการช่วยเหลือตรงนี้ และอยากให้พรรคเพื่อไทยส่งทีมเศรษฐกิจของพรรคท่านมานั่งคุยกับเราอย่างจริงจังด้วย

ทั้งนี้นายเศรษฐา กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมาแก้ปัญหาแบบมักง่าย ไม่ได้เข้าใจถึงเศรษฐกิจชุมชน หากเราได้รับความไว้วางใจเข้ามาเป็นรัฐบาลเราจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นลำดับแรก เพราะประมงภาคตะวันออกก็ประสบปัญหาแบบนี้เหมือนกัน ทั้งนี้ เข้าใจว่าตลาดอียูใหญ่ แต่เราก็ต้องดำรงศักดิ์ศรีของประมงพื้นบ้านเราไว้เช่นกัน การเจรจาต่อรองจึงมีความสำคัญมาก นอกจากนี้ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้เคยเดินทางไปเจรจาค้าขายเพื่อตลาดใหม่ๆ กับต่างชาติ โดยเฉพาะแถบทวีปแอฟริกาที่มีความต้องการทางอาหารสูง แต่หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราจะทำ 

"ขอให้ท่านสบายใจว่า หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับตรงนี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม เราจะส่งทีมเศรษฐกิจมาคุยกับพวกท่านอย่างจริงจังเพื่อวางระบบทั้งเรื่องการค้า การหาช่องทางเพื่อให้ชาวประมงมีแหล่งเงินการลงทุน วันนี้เรามารวบรวมทุกปัญหา และตนขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาแบบไม่เสแสร้งว่า พวกตนมาหาเสียง มาขอฝากให้พวกท่านเลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อให้โอกาสเราเข้าไปเป็นรัฐบาลเพื่อจัดการปัญหาเรื่องนี้"นายเศรษฐา กล่าว

ต่อเวลา 11.45น.​​ คณะของนายเศรษฐา พร้อมด้วย น.ส.ณิชาภา โกวิทานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย เบอร์ 8 เดินทางเข้าสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม โดยพระสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมได้อวยพรให้นายเศรษฐา และนายพานทองแท้ว่า "กุศลเจตนาที่จะทำเพื่อประเทศชาติขอให้สำเร็จบรรลุผลตามที่มุ่งมาดปรารถนา" พร้อมกับได้มอบพระเครื่องหลวงพ่อบ้านแหลมแก่นายเศรษฐา นายพานทองแท้ และผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทยด้วย

จากนั้น คณะได้เดินไปยังตลาดร่มหุบซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาครที่โด่งดังไกลไปทั่วโลก โดยนายเศรษฐาได้พบปะทักทายพ่อค้า แม่ค้า พี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวตลาดร่มหุบ พร้อมฝากพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29