อดีตรองผอ.ข่าวกรองชี้ดิ้นรนอุ้มวิทยานิพนธ์'ณัฐพล'ผิดปกติ

การเมือง6 เม.ย. 2564 • 05:54 น.
อดีตรองผอ.ข่าวกรองชี้ดิ้นรนอุ้มวิทยานิพนธ์'ณัฐพล'ผิดปกติ
จากกรณีที่เป็นกระแสเกี่ยวกับ วิทยานิพนธ์ของคุณณัฐพล​ ที่ทางจุฬาฯได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า​ วิทยานิพนธ์ดังกล่าวถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัยหรือไม่​นั้น ล่าสุด นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า...ดิ้นรนผิดปกติไปมั้ย กรณีวิทยานิพนธ์ของคุณณัฐพล​ ที่ทางจุฬาฯได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า​ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้จัดทำถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัยหรือไม่​ เนื้อหาที่เขียนมีการอ้างอิงเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่​ เพราะนี่คือวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก​ ไม่ใช่รายงานของเด็กมัธยม​ ที่จะให้ปล่อยผ่านไปได้​ แม้จะพบข้อผิดพลาด​ แต่ วิทยานิพนธ์จะถูกใช้เป็นเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ​ จะปล่อยผ่าน​ ง่ายๆไม่ได้แน่นอน ไม่รู้ว่าใครตื่นเต้น​ ใครหวั่นไหว​ อุตส่าห์ให้บรรดาอาจารย์มหาวิทยาลัยในไทยทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ยุติการตรวจสอบ แต่คงกลัวว่าน้ำหนักไม่มากพอประสานให้โปรเฟสเซอร์จากต่างประเทศส่งเมล์มาถึงผู้บริหารจุฬา​ ฉบับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเกียวโต​ (มีคนไทยอยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้มั้ยเอ่ย)​ และอีกบางมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น​ กล่าวหาว่า​ จุฬาฯกำลังคุกคามและตามล่าแม่มด​ Witch hunt มากกว่า​(คำนี้คุ้นๆมั้ย) การปกป้องความถูกต้องของหลักวิชาการ​ และเรียกร้องให้จุฬาฯ​ยุติการสอบสวน​ และให้เสรีภาพทางวิชาการ​กับอาจารย์และนิสิตประเด็นที่เราต้องสนใจคือ​ สิ่งที่ผู้บริหารจุฬาฯ​ กำลังพยายามทำคือ​ รักษามาตรฐานของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ​ วิทยานิพนธ์ต้องมีความถูกต้องในการจัดทำ​ ไม่อ้างอิงเอกสารที่ผิดๆหรือไม่มีอยู่จริง​ ซึ่งในทางหลักวิชาการ​ มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อาทิ​ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน​ ระบุหลักเกณฑ์การทำวิทยานิพนธ์ว่า​ ความผิดในการทำวิจัยคือ​ การปั้นแต่ง​ Fabrication.การปลอมแปลง​Falcification การขโมยความคิด​ Plagiarism. ถือว่าผิดหลักการทำวิจัย​ นี่คือมาตรฐานที่ต้องผดุงไว้​ ไม่ใช่หรือ ขณะนี้​ ผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น​ กรรมการแต่ละท่านก็ล้วนมีชื่อเสียงในทางวิชาการ​ ต้องไม่กลัว​ ความจริงต้องเป็นความจริง​ อย่าดิ้นรน​ อย่าตีตนไปก่อนไข้​ ไม่ต้องยืมมืออาจารย์จากต่างประเทศมากดดันจุฬา​ฯ​ ลำพังอาจารย์ในประเทศที่เข้าชื่อทำจดหมายถึงจุฬาฯ​ จะกดดันแรงไม่พอหรือ​ อย่ากลัวเกินไป​ เป็นนักวิชาการต้องเอาความจริงที่พิสูจน์ได้มาพูดมาเขียนมาสอนคนอื่น​ ต้องไม่ขายความเท็จ​ เสรีภาพทางวิชาการ​ ต้องไม่ใช่เสรีภาพในการโกหก​ ปั้นแต่งความเท็จได้อย่างเสรี​ เสรีภาพทางวิชาการต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้อง​ พิสูจน์ได้​ ไม่มโน เสรีภาพทางวิชาการต้องไม่ปล่อยให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นถูก​ ต้องช่วยกันปกป้องความจริง​ นี่คือภารกิจทางวิชาการ