"เชาว์"ซัดกกต.ขี้ขลาด -ไม่มีความกล้าหาญ หลังโยนปม “นวัธ”ส่งศาลรธน.ชี้ขาด

การเมือง4 ต.ค. 2562 • 08:27 น.
"เชาว์"ซัดกกต.ขี้ขลาด -ไม่มีความกล้าหาญ หลังโยนปม “นวัธ”ส่งศาลรธน.ชี้ขาด
"เชาว์"ซัดกกต.ขี้ขลาด หลังโยนปม “นวัธ”ส่งศาลรธน.ชี้ขาดสถานภาพส.ส. ทั้งที่กฎหมายกำหนดชัด ยกม.12 ต้องกล้าหาญตัดสินใจ-ไร้มาตรฐาน เปรียบกรณี “บิ๊กตู่”กลับกล้าฟันธง เมื่อวันที่ 4 ต.ค.นายเชาว์ มีขวด ทนายอาสา และอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊ก Chao Meekhuad เรื่อง”สถานภาพส.ส. "นวัธ" คือความขี้ขลาด ของ กกต.”มีเนื้อหาว่า เมื่อวันที่ 3 ต.ค.กกต.มีมติให้ส่งเรื่องสมาชิกภาพของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมเคยแสดงความเห็นตั้งแต่วันแรกที่ศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตก่อนคำสั่งร้องขอประกันตัว หากไม่ได้รับการประกันตัว หรือศาลไม่สั่งคำร้อง ต้องถูกควบคุมตัวตามคำสั่งศาล ทำให้สิ้นสภาพความเป็นส.ส.ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ประกอบมาตรา98 (6) เนื่องจากเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม "ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล" โดยไม่จำต้องรอให้คดีถึงที่สุด  หลายวันที่ผ่านมีหลายคนออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าส.ส.นวัธ สิ้นสมาชิกภาพไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องไปตีความอะไรให้วุ่นวายเสียเวลาอีก  แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกกต. กลับไม่กล้าฟันธง ทั้ง ๆ ที่จะต้องจัดเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ประกอบมาตรา105(1) ซึ่งนับจากวันที่นายนวัธถูกคุมขังจะครบกำหนดในวันที่ 8 พ.ย.นี้  การที่กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแทน นอกจากสะท้อนถึงความขี้ขลาด ไม่กล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่แล้วยังขัดกับสิ่งที่กำหนดไว้ในคุณสมบัติสำคัญตามมาตรา 12พรป.กกต.ว่า ผู้ที่จะได้รับการสรรหาเป็น กกต.ต้องมีความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ “จริงอยู่ว่าการส่งศาลรัฐธรรมนูญมีข้อดีในการสร้างบรรทัดฐานที่ชัดเจนโดยปราศจากการโต้แย้ง และรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ เปิดช่องให้ กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดได้ แต่ต้องเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัย แต่ข้อกฎหมายมีความชัดเจนอยู่ในตัวไม่จำเป็นต้องตีความอะไรให้ยุ่งยากเสียเวลาอีก การถูกหมายขังโดยมีหมายศาลยืนยันและถูกควบคุมตัวจริงเหมือนกับกรณีตายมีใบมรณะบัตรยืนยันหรือกรณีลาออกมีหนังสือลาออกยืนยันมีชัดเจนอยู่ในตัวแล้วไม่จำต้องตีความ หากนายนวัธเห็นว่ายังมีสถานะหรือสมาชิกภาพอยู่ก็เป็นเรื่องของนายนวัธที่จะต้องไปโต้แย้งคัดค้านเอง กกต.อย่าไปเกรงกลัวว่าจะถูกฟ้องร้อง เหมือนกับที่เคยทำมาในอดีตกรณีความคลุมเครือเกี่ยวกับสถานะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตอนต้น กกต.ยังฟันธงโดยไม่รอศาลรัฐธรรมนูญว่า ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐได้ แต่กับกรณีนี้ท่านกลับไม่กล้าใช้ดุลพินิจ ซึ่งอาจทำให้ผู้คนเขาตั้งคำถามได้ว่า มาตรฐานของกกต.อยู่ตรงไหน ถ้าเป็นแบบนี้เราจะมีกกต.ไว้ทำไม”นายเชาว์กล่าว