“ปลัดสธ.” ยัน ทุกคนต้องได้รับสิทธิ์การรักษา-ป้องกันโรค เท่าเทียม เผย เตรียมออก พ.ร.ก. มีนานี้

การเมือง15 ก.พ. 2566 • 15:10 น.
“ปลัดสธ.” ยัน ทุกคนต้องได้รับสิทธิ์การรักษา-ป้องกันโรค เท่าเทียม เผย เตรียมออก พ.ร.ก. มีนานี้

 

วันที่ 15 ก.พ. 66 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายแพทย์โอภาส การกวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ชี้แจงกรณีมีการอภิปรายถึงการตัดงบประมาณ สปสช.ว่า การอภิปรายดังกล่าวมีข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน  

โดยนายแพทย์โอภาส กล่าวว่ากองทุนหลักในการดูแลสุขภาพคนไทยมี 3 ส่วน คือ สปสช. ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งในภาพรวมคนไทยต้อง มีสิทธิ์ได้สิทธิ์หนึ่งทั้งในการรักษาพยาบาลและการป้องกันโรค ซึ่งในส่วนที่มีปัญหาคือส่วนการป้องกันโรค ที่เดิมกองทุนสวัสดิการข้าราชการและบัตรประกันสังคมไม่ได้ระบุไว้ ทำให้เวลาข้าราชการไปรับวัคซีนจึงไม่มีงบประมาณรองรับ เช่นเดียวกับกลุ่มประกันสังคม 

แต่ในส่วนของ สปสช.ครอบคลุมทั้งสองส่วน  จึงมีการจัดงบประมาณดูแลส่วนนี้ แต่มีข้อกฎหมายบางประเด็นที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีง่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ให้นโยบายมาตลอดว่าคนไทยทุกคนต้องได้รับสิทธิ์การรักษาเท่าเทียมกัน

“นี่คือวิธีการแก้ปัญหาก็มีการจัดงบเพื่อแก้ไขใช้ในการป้องกันโรคมากขึ้น ซึ่งนายอนุทินได้ให้นโยบายมาตลอดว่าคนไทยทุกคนต้องได้สิทธิ์เท่าเทียมกันในการรักษาป้องกันโรค” นายแพทย์โอภาสกล่าว

ด้านนายแพทย์จเด็จ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตั้งงบประมาณทั้งการรักษานั้น มีการเบิกจ่ายตามระบบ ส่วนงบประมาณในการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เป็นงบประมาณที่ตั้งอยู่ที่กองทุนหลักประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นการตั้งงบสำหรับทุกคนทุกสิทธิ์ ส่วนการรักษาพยาบาลตั้งไว้สำหรับคน 48 ล้านคน

สำหรับในปีนี้เมื่อมีข้อทักท้วงทางกฎหมายทางสำนักงาน สปสช. ก็ดำเนินการตาม พรบ. คือจะมีการร่างพระราชกฤษฎีกาบริการเพื่อออกมาให้บริการทั้งสองส่วน ซึ่งได้มีการหารือเรียบร้อยแล้ว  คณะกรรมการฯได้มีมติที่จะร่วมกันออกพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมในเดือนมีนาคมนี้เชื่อว่าจะเข้าสู่กระบวนการร่างพระราชกฤษฎีกาการป้องกันโรคสำหรับคนทุกคน

ในส่วนการให้บริการและกระทบกับประชาชนทุกหน่วยยังให้บริการเหมือนเดิมส่วนหน่วยบริการนอกเหนือ สปสช. ก็เดินสายขอความร่วมมือกับทุกแห่งเพื่อให้บริการเหมือนเดิมเชื่อว่าคงไม่มีผลกระทบกับผู้รับบริการส่วนเรื่องกฎหมายก็จะเร่งดำเนินการ