3 ป.(ร้าว) Forever ถอดรหัส ข้างหลังภาพ ชื่นมื่น สวนทาง ปฏิบัติการ เด็ดปีก “ธรรมนัส”
ถือเป็นครั้งแรก ที่พี่น้อง 3 ป.ต้องยอมถ่ายภาพ ชื่นมื่นร่วมกัน เพื่อเผยแพร่ทางสื่อ หวังสยบข่าวแตกร้าว ที่มีมายาวนาน อย่างหนัก ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
แต่ทว่า ภาพเหล่านี้มีที่มาที่ไป และมีนัยซ่อนอยู่ รวมทั้ง สะท้อนทิศทางการเมือง
ที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีภาพ พี่น้อง3 ป. “ป้อม -ป๊อก- ประยุทธ์” นั่งคุยกัน หรือทานข้าวด้วยกัน ในมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ถ้ำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สู่สายตาประชาชน ผ่านสื่อเลย
แต่คราวนี้ 2 ภาพ ที่ถูกส่งออกมาจากทีมงาน พล.อ.ประวิตร ย่อมมีความต้องการที่จะส่งสัญญาณ ทั้งสัญญาณความปรองดอง สัญญาณการเคลียร์ใจและสัญญาณข้อตกลงพี่น้อง 3 ป.
ที่สำคัญ การเปิดภาพออกมาจากฝ่ายพล.อ.ประวิตร จึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณชัด ถึงบรรดากองเชียร์บิ๊กตู่ ว่าให้เลิกเสี้ยม เพราะถึงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะยังอยู่กับพล.อ.ประวิตร ไม่ไปไหน และพี่น้อง 3 ป.ก็ยังจะคงเป็นอมตะ ไม่มีวันแตกแยกจากกัน
พล.อ.ประวิตร สำทับในวันรุ่งขึ้นอีก ว่า พี่น้อง 3 ป.Forever รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง แถม เผย ได้ผัดซีอิ๊วสูตรเด็ด เมนูขึ้นชื่อ พล.อ. ประวิตร ให้น้องๆ 2 ป.กิน
ปฏิบัติการ 3 ป. Forever เช่นนี้ ย่อมทำให้ ถูกมองว่า เกิดอะไรในทางการเมือง ขึ้นหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ก็ยืนยันด้วยคำพูดว่า รักกันดี ไม่มีขัดแย้ง แตกแยก รักกันจนวันตาย ตายเท่านั้น ถึงจะเลิกรักกัน
แต่ดูเหมือนไม่มีใครเชื่อ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะชวน พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่อุดรธานี ด้วยกัน และเดินประคอง คอยดูแลพี่ ก็ตาม
จนเกิดกระแสข่าวในพื้นที่ คำชะโนด ว่าไปทำพิธีผูกดวงชะตาด้วยกัน เพื่อแก้เคล็ด แก้ปัญหาความขัดแย้ง จน พล.อ.ประยุทธ์ ตัองปฏิเสธว่า ว่า บ้าไปแล้ว ฉันไม่ทำหรอก
ความพยายาม ของ 3 ป. ที่จะสยบข่าวร้าว มีมาตลอด แต่ก็ถูกมองว่า เป็นการสร้างภาพ มากกว่า เพราะความเคลื่อนไหวต่างๆในหมู่คนแวดล้อม 3 ป. และในพรรคพลังประชารัฐเองก็ยังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ ร.อ.ธรรมนัส
อีกทั้ง ก่อนหน้านี้ ยังคงมีความพยายามจากฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้แยกไปตั้งพรรคใหม่ ไปอยู่พรรคอื่น หากพล.อ.ประวิตร ยังคงเลือก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค อยู่เช่นนี้
เนื่องจากรู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส หลังจากที่มีปฏิบัติการความพยายามจะล้มตนเองกลางสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา
อีกทั้ง เวลานี้พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้รับข้อมูลถึงความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส ที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ต่างแดน ก็ยิ่งทำให้หวาดระแวงมากขึ้น
แถมหวาดระแวงไปถึงตัวพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร ด้วยว่าจะรู้เห็นเป็นใจกับความเคลื่อนไหวของ ร้อยเอกธรรมนัส ที่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่
เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่สะพัดออกมาจากแวดวงการเมืองเสมอว่า พรรคเพื่อไทย กับพรรคพลังประชารัฐ จะจูบปากกัน และอาจจับมือกันหลังการเลือกตั้ง
ซึ่งเมื่อนั้นชื่อ ของนายกรัฐมนตรีย่อมจะไม่ใช่ชื่อของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐหมายเลข1 ก็ตาม
แต่ในเมื่อพล.อ.ประวิตร ยังยืนยันที่จะใช้งาน ร.อ.ธรรมนัส และยังคงไว้วางใจ สิ่งเดียวที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ก็คือต้องเยียวยาแผลใจ กับพี่ใหญ่
เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์ เป็นแบบนี้ พล.อ.ประยุทธ์เอง ก็ไม่สบายใจ จนเคยเปรย ถึงอาการใจป่วย ที่ทำให้กายป่วย จึงต้องปรับใจให้สู้
แต่หาใช่การยอมเป็นลูกไก่ ในกำมือ พล.อ.ประวิตร เช่นที่ผ่านมา อีกต่อไป แต่ ตัองทำอย่างแยบยล และ นุ่มนวลที่สุด เพราะถึง อย่างไร พล.อ.ประวิตร ก็เป็น พี่ชาย ผู้เคยมีพระคุณ
แต่ สำหรับ ร้อยเอกธรรมนัส แล้ว ยังคงเป็นเป้าหมายของ กองเชียร์พล.อ.ประยุทธ์ และหลายกลุ่มในพรรคพลังประชารัฐ
กรณี ม็อบกลุ่ม จะนะรักษ์ถิ่น ที่บุกทำเนียบฯ และถูกสลายม็อบ จากการมาทวงสัญญา ที่เคยทำ MOU ไว้กับ ร.อ.ธรรมนัสเมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตร จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาโบ้ย ว่าไม่ใช่มติคณะรัฐมนตรี เสมือนเป็นความผิดของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ไปตกลงเอง โดยพลการ จนเกิดการตอบโต้กันผ่านสื่อโดย รัอยเอกธรรมนัส ยืนยันว่า ครม. ได้รับทราบแล้ว
จนถูกจับตามอง ว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ ร้อยเอกธรรมนัส จะเกิดศึก ภาค2 กันอีกหรือไม่ หลัง มีวิวาทะผ่านสื่อ ครั้งนี้
จากนี้น พล.อ. ประยุทธ์ ก็ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 330/2564 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 64 แต่งตั้ง สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต”
โดยนายกฯ สั่งให้เน้นการตรวจสอบและรับฟังปัญหาให้ครบทุกมิติ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยต้องยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนในพื้นที่
จากเดิมที่ เคยให้ พล.อ.ประวิตร ดูแล และเคย มอบให้ ร้อยเอกธรรมนัส เมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตรดูแลนั่นเอง
ท่ามกลาง กระแสข่าวว่า ฝ่ายความมั่นคง เกาะติด การข่าว ความเคลื่อนไหว ของ ร้อยเอกธรรมนัส ในทางการเมือง ด้วย
จากนี้ ต้องจับตามอง แบบตาไม่กะพริบ ในเมื่อ 3 ป. ได้ ร้าว Forever ไปแล้ว ยากที่จะประสานใจ นอกจาก สร้างภาพ หวานชื่น เท่านั้น