รองหน.พรรคกล้า แจงปมแนะรัฐตัดสิทธิ์รักษาฟรีถ้าใครไม่ฉีดวัคซีน ชี้แค่โรคโควิดเท่านั้น

การเมือง10 พ.ค. 2564 • 12:24 น.
รองหน.พรรคกล้า แจงปมแนะรัฐตัดสิทธิ์รักษาฟรีถ้าใครไม่ฉีดวัคซีน ชี้แค่โรคโควิดเท่านั้น
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. จากกรณีที่นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า ได้เขียนข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีน และการต่อสู้กับสถานการณ์โควิดระบาดระลอกสามในขณะนี้ โดยระบุว่า "เมื่อรัฐ พร้อมที่จะฉีดวัคซีนแล้วควรจะประกาศไปเลยว่า ใครไม่ยอมฉีดวัคซีนจะเสียสิทธิ์รักษาฟรี ใครฉีดวัคซีนแล้วแพ้ รัฐจ่ายให้สองหมื่นบาท เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีนรัฐจ่าย 1 ล้านบาท" ต่อมานายวรวุฒิ ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่า สืบเนื่องจากโพสท์เมื่อเช้า ขอขยายความและเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้ครับ
เมื่อรัฐบาลพร้อม หมายความว่ารัฐมีวัคซีนพอเพียงพร้อมฉีด และมีหลากหลายแบรนด์ ที่ใช้ฉีดกันในประเทศต่างๆสัก4-5แบรนด์เป็นทางเลือก รัฐมีกำลังในการฉีด และทอดระยะเวลายาวนานเพียงพอเช่นภายใน6เดือนที่จัดระดมฉีดให้กับประชาชน ประชาชนต้องไม่ได้มีปัญหาสุขภาพ หรือโรคประจำตัวใดๆอันทำให้ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ รัฐทำได้ถึงขนาดนี้แล้ว ใครยังไม่ยอมฉีดก็ควรมีมาตรการจัดการด้วยแล้ว และการเสียสิทธิ์รักษาฟรีหมายถึงโรคโควิดเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคอื่นใด หรือสิทธิ์จากประกันสังคม ผมคิดว่า เราต้องรณรงค์การฉีดวัคซีนให้มากและเร็วที่สุด ดังนั้นถ้าใครยังไม่ยอมฉีดโดยไม่มีเหตุอันควร ก็ควรจะต้องรับผลถ้าหากติดโควิด และเป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาด และริดรอนสิทธิ์คนอื่นที่ต้องติดโควิด ดังนั้นการหมดสิทธิ์รักษาโควิดฟรี น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ตื่นตัวและเข้ารับการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง วันนี้ เรามีการปล่อยข่าวและสร้างการตื่นกลัวในวัคซีนกันมากมาย จนคนขาดความเข้าใจ และไม่กล้าฉีดวัคซีน เศรษฐกิจจะฟื้นไม่ได้เลย ถ้าประชาชนไม่ยอมฉีดวัคซีนและหยุดโรคระบาดไม่ได้ แพทย์ทุกคนก็ลงความเห็นแล้วว่าการฉีดวัคซีน เป็นหนทางเดียวที่จะสกัดโรคระบาด การที่บางคนไม่ยอมฉีดวัคซีน โดยไม่มีเหตุจำเป็นอันควร อาจทำให้ผู้ประกอบการอีกนับล้านรายต้องปิดกิจการหมดเนื้อหมดตัว ปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากร โจรผู้ร้ายชุกชุมจะตามมาอีกมหาศาล รัฐต้องเร่งดำเนินการฉีดวัคซีน ให้มากและเร็วที่สุด ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจให้ประชาชนด้วยว่า ถ้าแพ้วัคซีน รัฐยินดีรักษาให้ฟรีและมอบเงินชดเชยเยียวยาอีกรายละ2หมื่นบาท ถ้ามีรายใดรายหนึ่งเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน รัฐชดเชยให้รายละ1ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการฉีดวัคซีนนั่นเอง เรื่องแบบนี้ รัฐบาลต้องมีทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งครับ แน่นอนทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อเสนอของผมเท่านั้น รายละเอียดในการปฎิบัติยังมีเรื่องที่ต้องพูดคุยในวิธิปฎิบัติ หรือข้อยกเว้นต่างๆ เพราะภัยโควิดเป็นภัยที่ส่งผลเสียต่อประเทศอย่างรุนแรง ตัวอย่างก็มีให้เห็นในหลายประเทศแล้ว สื่อและพรรคการเมืองใด ที่เอาเรื่องโควิดมาเป็นเกมการเมือง ต้องตระหนักให้มากๆ ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานทางการเมือง จ้องดิสเครดิตรัฐบาลจนประชาชนหวาดกลัววัคซีนกันไปหมด เรื่องแบบนี้ ต้องรู้จักคิดและเห็นแก่ประเทศชาติเป็นสำคัญครับ