"ประสิทธิ์ชัย" ส่งสัญญาน "นักเคลื่อนไหว -นักนโยบาย -4 พรรค" รักษาชีวิตไว้ 5 ปี รอดูกัญชาจะกลับมาเปลี่ยนแปลงประเทศ
วันที่ 5 เม.ย.66 นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล แกนนำเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย โพสต์เฟซบุค ส่งสัญญาณถึงนักเคลื่อนไหว นักนโยบาย และนักเปลี่ยนแปลงสังคมว่า เมื่อตนได้มาทำเรื่องกฎหมายกัญชา ได้ศึกษาและพบเจอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกัญชา หลายประการที่อยากจะบอกว่า กัญชาอยู่ในตำราการรักษามาตั้งแต่ครั้งโบราณ กัญชาเป็นส่วนสำคัญของตำรายา หมอพื้นบ้านสะท้อนว่า ตั้งแต่ขาดกัญชาเป็นส่วนผสมของยาทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง เพราะกัญชานอกจากมีสรรพคุณโดยตัวเองแล้วยังทำหน้าที่เป็นตัวคูณให้กับตัวยาอื่น ๆ ที่ผสมในสูตรยานั้น การขาดกัญชา 40 ปีมานี้ทำให้ภูมิปัญญาการรักษาแถบนี้สูญหายไป โชคดีที่คนทำกัญชาใต้ดินยังรักษาภูมิปัญญาการปลูก หมอยาพื้นบ้านยังรักษาสูตรยาไว้แม้จะหากัญชาได้ยากก็ตาม
นายประสิทธิ์ชัย กล่าวว่า สุขภาพของบุคคลนั้นสำคัญมาก เมื่อมีคนป่วยหนึ่งคนบุคคลอื่นในครอบครัวจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อการรักษา ป่วยหนึ่งคนเท่ากับป่วยทั้งครอบครัว มีเงินเท่าไหร่ก็ต้องทุ่มเทลงไปเพื่อให้หายป่วย ฉะนั้นหากจะทำธุรกิจก็ต้องทำให้คนป่วยและใช้ยารักษาที่ไม่จำเป็นต้องหายนั่นคือกินยาชนิดนี้นานๆเพื่อให้เกิดโรคชนิดใหม่ขึ้น วิธีการทำให้คนป่วยมากขึ้นคือสร้างสภาพแวดล้อมให้เป็นพิษ บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย เป็นบริษัทเดียวกับบริษัทที่กำลังทุ่มเงินซื้อโรงพยาบาล ทางหนึ่งสร้างให้คนป่วยเพื่อขูดรีดเงินจากการรักษา ทางหนึ่งกว้านซื้อโรงพยาบาล ประชาชนทำงานมีเงินเก็บเท่าไหร่ก็ตามจะหมดไปกับการรักษา
แกนนำเครือข่ายกัญชาฯ กล่าวด้วยว่า การมียาอยู่กับบ้านเท่ากับเป็นการแก้ปัญหาในระดับพื้นฐานที่สุด ผลิตยาเองได้ ย่อมเป็นหลักประกันทางสุขภาพ สำคัญที่สุดเมื่อมีการแพทย์อีกแบบหนึ่งจะช่วยบรรเทาสภาพที่ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาลและบุคคลากรทางการแพทย์ทำงานหนักมากในยุคนี้ ตนอยากท้าทายนำเอาสถิติการรักษาโรคทุกชนิดที่หมอแผนปัจจุบันรักษาได้มาเปรียบเทียบผลการรักษากับคนที่ใช้กัญชา รวมทั้งเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายที่เสียไปและที่สำคัญที่สุดเปรียบเทียบประสิทธิภาพของร่างกายหลังการรักษา
“อยากเรียนไปยังพวกผู้ใหญ่ที่ด่าผมว่าเพี้ยนไปแล้ว ช่วยรักษาลมหายใจไว้ให้ได้สัก 5 ปี กินเหล้าให้น้อยลง สูบบุหรี่ให้น้อยลง กินกาแฟให้น้อยลง กลับไปกินข้าวที่บ้านบ้างอย่ากินแต่ข้าวตามโรงแรมเพราะมัวแต่เดินสายประชุมเป็นอาชีพ ทำไมถึงบอกว่าให้รักษาลมหายใจไว้ให้ถึง 5 ปี เพราะเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทยจะใช้เวลา 5 ปีนี้ สร้างศูนย์ยากัญชาในระดับชุมชน เผยแพร่ความรู้การทำยาและการรักษาให้กับประชาชน เพื่อพลิกฟื้นภูมิปัญญาการรักษาคืนมา พวกเราจะแสดงตัวเลขและรูปธรรมให้เห็นว่ากัญชาจะพลิกฟื้นระบบสุขภาพและระบบเศรษฐกิจอย่างไร อย่าเพิ่งรีบตายครับรอดูพวกผมก่อน” นายประสิทธิ์ชัย กล่าว
แกนนำเครือข่ายกัญชาฯ ยังฝากไปถึงพรรคการเมืองทั้ง 4 พรรคได้ พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ผู้สถาปนาตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย พรรคประชาชาติผู้ที่สื่อสารกับสังคมว่ากัญชาเป็นสิ่งต้องห้ามตามหลักการศาสนาอิสลาม พรรคประชาธิปัตย์พรรคอนุรักษ์นิยม หากพวกคุณจะนำกัญชากลับไปสู่ยาเสพติด พวกคุณเตรียมรองรับการต่อสู้ของประชาชนที่จะยอมเผชิญความทุกข์ยากทั้งมวลเพื่อนำกัญชากลับมาสู่ประชาชน ถึงพรรคเพื่อไทย ที่ประกาศว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและจะนำกัญชากลับสู่ยาเสพติด พวกผมยินดีใช้ความตายไปต่อสู้กับพวกคุณ แม้ว่าพวกคุณจะประกาศให้มวลชนฝ่ายประชาธิปไตยมาเหยียบเราเพราะต่อต้านพรรคเพื่อไทย เราก็จะไม่ยอมถอย ประชาชนในชนบทเสียสิทธิมามากมาย เพราะอำนาจในการกำหนดอยู่ส่วนกลางทั้งหมด แต่เรื่องนี้เราจะไม่ยอมอีกต่อไป เราขอประกาศล่วงหน้าว่าจะมีการชุมนุมครั้งใหญ่และยืดเยื้อยาวนาน หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วดำเนินการเอากัญชากลับสู่ยาเสพติด อย่าหลงมัวเมาคิดว่าเมื่อคนทั้งประเทศเชียร์แล้วจะทำเรื่องทุกอย่างตามอำเภอใจ
“ส่วนการที่พวกคุณบอกว่า กัญชาเป็นอันตรายต่อเยาวชนนั้น อย่าใช้โลกทัศน์อันคับแคบและไร้เดียงสา มากำหนดความเป็นกัญชา เลิกสถาปนาตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถ้านิสัยส่วนตัวยังเผด็จการ ชอบตัดสินโดยมิได้ศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน นี่คือเผด็จการที่ร้ายไม่แพ้การยึดอำนาจของพวกทหาร เพราะเป็นเผด็จการที่ไม่รู้ตัวว่าเผด็จการ เนื่องจากท่องอยู่ตลอดเวลาว่า เราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่ใช้ความรู้ที่เป็นอำนาจกดทับประชาชนและสิทธิของชุมชนท้องถิ่น มากำหนดกติกาของประเทศให้ประชาชนปฏิบัติตาม”
ผู้สื่อข่าวรายว่า มีผู้มาแสดงความคิดเห็นว่า ประโยชน์ของกัญชามีมากมายนัก แต่ก็อาจเป็นอุปสรรคและอันตรายแก่เด็กและเยาวชนที่เวลานี้เข้าถึงง่ายและส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็น ฉะนั้นต้องหาทางออกเรื่องการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน แล้วเดินไปด้วยกัน ซึ่งนายประสิทธิ์ชัย ตอบว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ประการคือ 1. โดยกฎหมายในร่าง พ.ร.บ.กัญชาที่พรรคการเมืองทำให้ไม่ผ่านสภานั้นมีบทคุ้มครองเด็กที่โทษหนักมาก และยังบัญญัติไว้ด้วยว่าโทษใดที่กระทำผิดต่อเยาวชนจะเพิ่มเป็นเท่าตัว
ฉะนั้นการคุ้มครองเด็กโดยกฎหมายนั้นมีอยู่แต่ ส.ส. เล่นการเมืองกันจนกฎหมายไม่ผ่าน 2. ประการที่สองคือการใช้กัญชาในเด็กและเยาวชน ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ไม่เช่นนั้นการรักษาในเด็กจะเสียโอกาส และมีงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าการใช้กัญชาไม่มีผลต่อเด็ก ที่ผมพูดถึงนี่คือใช้ทางยา เพราะตอนนี้ภาพกัญชาถูกสร้างให้เด็กสูบกัญชาแล้วเกิดอาการไม่พึงปรารถนา การทำความเข้าใจด้วยทัศนะอันคับแคบนั้น อันตรายยิ่ง ทัศนะอันคา บแคบนี้มาจากการเห็นหางช้างแต่เข้าใจว่าเห็นช้างทั้งตัว