“ไทย-เวียดนาม” ลงนามเอ็มโอยู 5 ฉบับ ย้ำความสัมพันธ์ ร่วมสร้างอาเซียนเข้มแข็ง หวังสถานการณ์เมียนมาร์คลี่คลาย

การเมือง16 พ.ย. 2565 • 12:27 น.
“ไทย-เวียดนาม” ลงนามเอ็มโอยู 5 ฉบับ ย้ำความสัมพันธ์ ร่วมสร้างอาเซียนเข้มแข็ง หวังสถานการณ์เมียนมาร์คลี่คลาย

เมื่อเวลา 16.05 น. วันที่ 16 พ.ย. 65 ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายเหวียน ซวน ฟุก (H.E. Mr. Nguyen Xuan Phuc) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย (Official Visit) 

โดยนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีเวียดนาม ได้ร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเชิญประธานาธิบดีเวียดนามไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยม และได้หารือความร่วมมือเต็มคณะ ในเวลา 16.25 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ผู้นำทั้งสองได้ร่วมกันหารือเกี่ยวกับความร่วมมือ โดยฝ่ายไทยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมด้วย ดังนี้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมศักดิ์ เทพสุทินรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

ในเวลา 16.45 น. เข้าร่วมเป็นพยานในพิธีลงนาม แผนปฏิบัติการ ข้อตกลง และบันทึกความเข้าใจ(MOU) 5 ฉบับได้แก่ ฉบับที่ 1 แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งระหว่างไทย-เวียดนาม ระยะปี พ.ศ. 2565-2570

ฉบับที่ 2 ความตกลงว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางการศาลในคดีแพ่งระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ฉบับที่ 3 บันทึกความเข้าใจเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างจังหวัดขอนแก่น-นครดานัง

ฉบับที่ 4 บันทึกความเข้าใจ ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเวียดนาม

ฉบับที่ 5 สัญญาสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยกับธนาคารพานิชย์เพื่อการค้าระหว่างประเทศแห่งเวียดนาม

จากนั้นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามร่วมกันแถลงการณ์ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม วันนี้เป็นโอกาสพิเศษหลายด้าน ทั้งการเยียนไทยในฐานะเพื่อนเก่าที่ใกล้ชิด ได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เป็นการเยียนไทยเป็นครั้งแรกภายหลังจากที่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี และเป็นการเยียนครั้งแรกในฐานะประมุขแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ในรอบ 24 ปีการเยียนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไทย-เวียดนามและประเทศในภูมิภาคต่างเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและเศรษฐกิจจากความผันผวนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ ในขณะเดียวกันทุกประเทศกำลังเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โควิด 19 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ซึ่งทั้งสองประเทศจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนการเร่งฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ และพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมทางธุรกิจไทย-เวียดนาม นักธุรกิจของทั้งสองประเทศจะมารวมตัวกันกว่า 300 คน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเปิดศักราชใหม่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยเฉพาะในโอกาสที่จะครบรอบ 10 ปีของการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในปีหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เรียนเชิญ นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์นายกรัฐมนตรีเวียดนามเยือนไทยอย่างเป็นทางการ และจะประสานงานเพื่อจัดการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ (JCR) ครั้งที่ 4 ที่เวียดนาม

“ผมและท่านเหวียน ซวน ฟุก ได้หารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับประเด็นความท้าทายในภูมิภาคระหว่างประเทศเรามีความห่วงใย มีผลประโยชน์ร่วมกัน เห็นพ้องว่าไทยและเวียดนามในฐานะประเทศที่มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเราจะประสานงานเพื่อกำหนดท่าที และความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จในระดับอนุภูมิภาคเราต้องการให้ภูมิภาคของเรา มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรือง โดยฝ่ายต่างๆมีความร่วมมือที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภูมิภาค และเราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งแก่ความเป็นเอกภาพของอาเซียน ร่วมมือสร้างอาเซียนให้เข้มแข็งท่ามกลางความท้าทายต่างๆ โดยมีอาเซียนเป็นแกนกลางและกำหนดอนาคตของภูมิภาค ผมและนายเหวียน ซวน ฟุก เห็นตรงกันว่าไทยและเวียดนามมีเป้าหมายเดียวกันในเรื่องของเมียนมาร์คือต้องการให้สถานการณ์ในเมียนมาร์คลี่คลายและกลับคืนสู่ความปกติโดยเร็ว โดยเชื่อว่าการดำเนินการของอาเซียนตามแนวทาง ASEAN Way บนพื้นฐานของความร่วมมือ การปรึกษาหารือกัน และฉันทามติร่วมกัน(Cooperation, Consultation, Consensus) จะคลี่คลายปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า จากการหารือร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมเวียดนาม ทั้งสองฝ่ายได้หารือประเด็นสำคัญร่วมกัน โดยมีผลลัพธ์ที่สำคัญ ดังนี้ ด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน โดยจะแลกเปลี่ยนการเยือนและการปรึกษาหารือในกรอบและกลไกด้านการเมือง ความมั่นคง และการทหาร ทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน 

 

ด้านเศรษฐกิจ ไทยและเวียดนามเห็นพ้องกันที่จะผลักดันความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมของทั้งสองประเทศและภูมิภาค ครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน ความเชื่อมโยงทางคมนาคม การเงินการธนาคาร และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมทั้งจะเร่งอำนวยความสะดวก ลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน นอกจากนี้ ไทยและเวียดนามจะรวมพลังทางเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงไปข้างหน้ายิ่งขึ้น ตามแนวทาง “ทรีคอนเน็กซ์” (Three Connects) คือ 1. การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาที่เกื้อกูลกัน 2. การเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยเฉพาะภาคอีสานของไทยกับภาคกลางและภาคใต้ของเวียดนามและ 3. การเชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว โดยเฉพาะ BCG กับนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวของเวียดนาม  

 

ด้านการพัฒนาและประชาชน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนเพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนยกระดับความกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยเฉพาะผ่านโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ประชาชนและท้องถิ่นเวียดนามจะได้รับประโยชน์จากโครงการให้ความช่วยเหลือจากไทย รวมทั้งจะใช้ประโยชน์จากกรอบกลไกความร่วมมือในระดับประชาชนและท้องถิ่นระหว่างจังหวัดไทยและเวียดนาม และสมาคมมิตรภาพต่าง ๆ

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวร่วม นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเยี่ยมชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและหัตถศิลป์ของไทย ณ โถงกลาง ตึกสันติไมตรี และนายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก