"ประเสริฐ" แฉ "บิ๊กตู่" หลับหูหลับตาปล่อยลูกน้องคนสนิทหาปย.ก.อว.ถลุงงบกลางจัดอบรมโครงการซ้ำซ้อนงาบเงินทอนอื้อ

การเมือง21 ก.ค. 2565 • 17:07 น.
"ประเสริฐ" แฉ "บิ๊กตู่" หลับหูหลับตาปล่อยลูกน้องคนสนิทหาปย.ก.อว.ถลุงงบกลางจัดอบรมโครงการซ้ำซ้อนงาบเงินทอนอื้อ

"ประเสริฐ" แฉ "บิ๊กตู่" หลับหูหลับตาปล่อยลูกน้องคนสนิทหาประโยชน์ ก.อว.ถลุงงบกลางจัดอบรมโครงการซ้ำซ้อนงาบเงินทอนอื้อ ถลุงงบกลาง จ่อเดินหน้าร้องป.ป.ช.สอบหลังจบศึกซักฟอก

วันที่ 21 ก.ค.65 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดการอภิปรายทั่วไป ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ  รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน  วันที่สาม ภายใต้ยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ต่อมาเวลา  14.26 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมว่า พล.อ.ประยุทธ์ทุจริตต่อหน้าที่ในการใช้งบกลาง วงเงิน 2,051 ล้านบาท ตนเสียดายเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ถ้าแคนดิเดตนายกฯวันนั้นเป็นของพรรคเพื่อไทย ทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือนายชัยเกษม นิติศิริ บ้านเมืองคงไม่เป็นแบบนี้ วุฒิภาวะของพล.อ.ประยุทธ์มีความบกพร่องกล่าวหาผู้อื่น เช่นกล่าวหาว่าพรรคฝ่ายค้านมีนั่งร้านแต่ไม่มีหัว เป็นการเข้าใจผิด พรรคฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทยมีผู้นำฝ่ายค้านชื่อนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่เหมือนท่านที่อ้างว่ามีหัว แต่ไม่มีสมอง

นายประเสริฐ อภิปรายต่อว่า พฤติกรรมน่ารังเกียจท่ามกลางที่วันนี้คนไทยเลือดตาแทบกกระเด็น ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบากขาวยากหมากแพง พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้ กู้เงินมากเป็นประวัติการณ์ งบประมาณมีอย่างจำกัด การใช้งบประมาณต้องเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะงบกลางต้องใช้อย่างประหยัด แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับอนุมัติบกลางเป็นจำนวนมากหลายโครงการ หลับหูหลับตาอนุมัติให้คนใกล้ชิดตนเอง เพื่อเป็นการตบรางวัลให้คนเหล่านั้นไปตามเก็บเปอร์เซ็นตามผลประโยชน์ไม่น้อยกว่า 50%  นายกฯพูดเสมอว่าจะปราบปรามการทุจริต ต้องตระหนักการใช้งบประมาณเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย พล.อ.ประยุทธ์ใช้ดุลยพินิจบิดพลันอำนาจในลักษณะโกงที่แจ้งอย่างไม่ละอายใจ ซึ่งหลักเกณฑ์การอนุมัติงบกลางตามที่ครม.กำหนด พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปชี้นำตั้งแต่ระดับนโยบายถึงชั้นปฏิบัติการ ลักษณะชี้โพรงให้กระรอก โดยใช้กระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นเครื่องมือฉากบังหน้าทุจริตหลายล้านบาท ตามหลักเกณฑ์แล้วการอนุมัติเงินงบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาทต้องให้ครม.อนุมัติ เป็นไปตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง หากไม่ทำถือว่าขัดมติครม.และฮั้วกันโกง ซึ่งการทุจริตงบกลางวงเงิน 2,051ล้านบาท มีพฤติกรรมเร่งรีบ รวบรัด ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ้างมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่สนใจข้อทักท้วงของสำนักงบประมาณ

นายประเสริฐ ชี้พฤติการณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อคือ 1.มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกันการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือพ.ร.บ.ฮั้ว 2.ทำผิดมติครม.เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2552 เพราะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และ3.ไม่สนใจข้อทักท้วงของสำนักงบประมาณ เพราะโครงการซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯมา 8 ปี ตอบแทนพรรคพวกที่สนับนุนตนเองเป็นนายกฯ ที่ออกแรงเป่านกหวีดและต่อมาได้มีการจัดตั้งพรรคการเมือง แม้จะตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้วคงยังไม่หน่ำใจ และยังสนับสนุนงบประมาณตบไปให้รัฐมนตรีเพิ่มเติมไปที่กระทรวงอว. ในปี 2563-2565 กระทรวงอว.ได้รับการจัดสรรงบกลางและเงินกู้ไปแล้วรวมกว่า 30,639 ล้านบาท หลายโครงการมีความซับซ้อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ไปชี้นำให้ดำเนินการโครงการเหล่านี้ขึ้น โดยเปิดเรื่องให้ครม.อนุมัติภายในวันเดียว ตนพบการทุจริตในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวงเงิน 368 ล้านบาทผ่านโครงการถายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านการเกษตรและสมุนไพร โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ที่จงใจทุจริตต่อหน้าที่มีอำนาจอนุมัติงบกลางโดยตรง รวมถึงยังมีลูกน้องที่มีชื่อว่านาย ส. ปากเสียง ที่เป็นคนไปเจรจาขอเงิน ส่วนแบ่งจากเอเย่นล็อตเตอรี่ และได้มีการวิ่งประสานไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆที่ได้รับงบฯ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตัวเอง เช่นเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา นาย ส. ได้เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้เพื่อไปเจรจาผลประโยชน์แต่โชคดีที่อธิบการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ไหวตัวทัน นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตในโครงการที่ซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรฯ ทั้งที่รู้แต่ก็ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง และต่อมาคือนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงานโครงการนี้ ล่าสุดยังไปปรากฎตัวในโครงการอบรมวินมอเตอร์ไซค์ของกระทรวงอว. เพื่อแสดงตัวว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ

นายประเสริฐ อภิปรายอีกว่า นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน บุคคลภายนอก นักการเมือง รวม 4 คนที่มีอักษรย่อ อธิการฆ.  ดร.ที่มีชื่อจริงน. และมีชื่อเล่นว่าดร.แจง  ดร.ส. ซึ่งสามคนนี้เป็นกลุ่มคนจากจ.สกลนครที่เพิ่งย้ายมาอยู่โคราช และคนที่ 4 เป็นนักการเมืองชื่อนายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล ปัจจุบันเป็นคนของพรรคการเมืองหนึ่งที่สนับสนุนนายกฯ ดังนั้นครม.ต้องร่วมรับผิดชอบเพราะร่วมกันลงมติใช้งบกลางให้หลุดไปอยู่ในมือผู้ทุจริตและมีเงินทอน 600 ล้านบาท ได้แจกแจงการใช้งบประมาณ 368 ล้านบาท ตนตั้งข้อสังเกตว่าค่าสนับสนุนวิจัยการผลิตมีตัวเลขถึง 258 ล้านบาท และค่าบำรุงมหาวิทยาลัย 15 ล้านบาท ค่าบริหารโครงการ 18 ล้านบาท ที่ใช้เป็นประมาณในการจัดสัมมนาเป็นเวลา 2 วัน 

นายประเสริฐ อภิปรายต่อว่า การอบรมดังกล่าววิทยากรบรรยายต้องอบรม 2 วันเฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมงแต่อบรมจริงแค่ 1 วัน ซึ่งจ่ายเงิน 222,000 บาท และทุจริตไปอีก 222,000 บาท ส่วนวิทยากรภาคปฏิบัติต้องอบรม 2 วันแต่อบรมจริงแค่ 4 ชั่วโมง จ่ายเงินจริงเพียง 1,184,000 บาท ทุจริตไป 5,920,000 บาท ส่วนค่าอาหาร4 มื้อ กินจริง 1 มื้อ มื้อละ 150 บาท เบิกได้ 5,550,000 บาท หายไป 16 ล้านบาท ส่วนเอกสารที่จะต้องแจกนั้นไม่มีการแจกให้กับผู้ร่วมอบรมแต่ได้มีการเบิกจ่ายไป 3,700,000 บาท รวมถึงค่าเช่าที่พักก็ไม่มีการพักจริง และได้เบิกเงินไป 18.5 ล้านบาท  แต่ทราบมาว่ากลุ่มผุ้ทุจริตได้มีการซื้อรีสอร์ทแห่งหนึ่งใกล้สถานที่อบรมเพื่อออกเอกสารรับรองเท็จโดยเก็บบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของประชาชนไปสร้างเอกสารเบิกเงิน ส่วนค่าวัสดุในการฝึกอบรม ปัจจัยในการผลิต ค่าบำรุงมหาวิทยาลัย และค่าบริหารโครงการไม่มีการดำเนินการแต่มีการเบิกเงินออกไป การนำงบประมาณลงพื้นที่เป็นเรื่องดี แต่ประชาชนต้องได้ประโยชน์ พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายกลับใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ และมีการเกณฑ์คนเข้ามาอบรมที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกร ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องไปที่คณะกรรมาธิการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ สภาฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย และขอให้อีก 3 มหาวิทยาลัยติดตามการใช้งบประมาณ รวมถึงยื่นเรื่องให้พล.ต.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.สงบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไท ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ตรวขสอบด้วยและหลังจากการอภิปรายฯเสร็จสิ้นตนจะยื่นเรื่องไปยังป.ป.ช.ต่อไป