ภท.ลั่นแกนนำตั้งรัฐบาล
"พีระพันธุ์" แย้มบิ๊กตู่" สมัครเป็นสมาชิกรทสช.หลังปีใหม่ "อนุทิน" ประกาศขอเป็นแกนนำตั้งรบ. ไม่กังวล "บิ๊กตู่"เปิดหน้าลงสนามการเมือง "ธนกร" รับชวน "สามมิตร"ซบรทสช. ลั่น"บิ๊กตู่"อยู่ไหนก็อยู่นั่น "สมศักดิ์" ขอสื่ออย่าจี้ถามอนาคต บอกยังมีเวลา ตอนนี้ไม่เหมาะ ย้ำไม่มีพลิกขั้ว ด้าน"สนธิญา" ยื่นกกต.ยุบพรรคเพื่อไทย ปมอุ๊งอิ๊งลงอินสตราแกรมกับทักษิณ ผิดพรบ.พรรคการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายา "ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย" ว่า เป็นสีสัน มีทุกปี ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้แรงไป หากไม่แรงก็ไม่เป็นข่าว ซึ่งตนมั่นใจว่าผู้สื่อข่าวไม่ได้จริงจังอะไร และตนไม่มีการให้อันดับคะแนน
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เริ่มขยับลงพื้นที่หลังประกาศตัวร่วมพรรคไทยสร้างชาติ และกระแสพรรคเริ่มได้รับความนิยม ว่า ต่างคนต่างแข่งขันกันทำประโยชน์เพื่อประชาชน ซึ่งเราต้องไม่กังวลเพราะก็มีวิถีทางและยุทธศาสตร์ นโยบายของตัวเอง อย่าไปมองว่าเป็นการห้ำหั่นกัน เมื่อถามว่า จะแข่งขันกันแบบนักการเมืองได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ มา 8 ปี ซึ่งก็นับเป็นตำแหน่งทางการเมือง เป็นนักการเมืองอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งนายกฯ
ส่วนจะมีบิ๊กเนมเข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทย ตามกระแสข่าวอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอน พรรคไม่ได้ปิดกั้นและพร้อมรับผู้ที่คิดว่าจะมาทำงานร่วมกับภูมิใจไทย ด้วยนโยบายและความสำเร็จต่างๆของพรรค ในขณะที่เป็นพรรคบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมย้ำว่า เปิดกว้าง ไม่ได้ปิดประตูใส่ใครแม่แต่คนเดียว
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ทางการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ปีหน้ามีการเลือกตั้ง ตัวแทนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของราษฎรก็ต้องทำงานเต็มที่ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งการทำแผ่นผับ รูปแบบการปราศรัย วางแผนต่างๆ ซึ่งตนคิดว่าช่วง 4-5 เดือนนี้ ต่างคนต่างจะทำหน้าที่ของตัวเอง เมื่อถามถึงการที่พล.อ. ประยุทธ์เปิดตัวเป็นนักการเมือง จะมีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลร่วมกันอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องรอผลการเลือกตั้ง จะไปพูดว่าจะจับขั้วอย่างไรก่อนไม่ได้ประชาชนคือผู้ตัดสิน วิถีทางและอนาคตของพรรคการเมืองเช่นขั้วปัจจุบัน หากประชาชนเลือกเกินกึ่งหนึ่งของสภาก็มีโอกาสที่เดินหน้าต่อ
นายอนุทิน กล่าวว่า ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยมีแนวทางของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งหวังว่าครั้งนี้จะขยับจากพรรคเล็กพรรคกลาง เป็นพรรคขนาดใหญ่ และจะขอเป็นผู้กำหนดเกมบ้าง ไม่ใช่เป็นพรรคที่คอยดูว่าพรรคอื่นทำอะไรบ้างเราไปจอดแล้วไปจอยไปจับกับเขา เพราะทำพรรคมาขนาดนี้ มีความพร้อมและมีสมาชิกพรรคมาสมัครมากมาย ทั้ง ส.ส.ที่ยอมลาออกจากพรรคเดิม มาร่วมงาน ซึ่งเป็นทิศทางที่แสดงให้เห็นว่า ภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาลซึ่งไม่ใช่การจองแต่เป็นเพียงการนำเสนอนโยบายและแสดงความพร้อม แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจน "พูดแล้วทำ" จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนได้พิจารณา หากเห็นว่าสิ่งที่พรรค ภูมิใจไทยทำมีประโยชน์เขาก็เลือกให้เราทำหน้าที่ ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกระแสพล.อ.ประยุทธ์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 29 ธ.ค. ว่า ช่วงนี้นายกฯ มีวาระงานคิวแน่น ส่วนจะสมัครเมื่อไหร่นั้นคาดว่าจะเป็นหลังปีใหม่
นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ตนและนายนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน คงยังไม่ไปเปิดตัวร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติในวันที่ 28 ธ.ค. ตามที่มีกระแสข่าว เพราะขณะนี้เรายังเป็นส.ส.พรรคพลังประชารัฐอยู่ แต่ย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์อยู่ตรงไหนตนก็อยู่ตรงนั้น และหากมีโอกาสได้ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ในพรรคว่าจะมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงานใด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เพราะตนเป็นคนจ.นครศรีธรรมราช และลงพื้นที่อยู่ตลอด ส่วนนายกฯ ขณะนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่รอกระบวนการทางกฎหมาย
นายธนกร กล่าวยอมรับว่า ได้ชวนกลุ่มสามมิตรทั้ง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ ไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติหลายครั้ง เพราะอยากให้มาช่วยงานพล.อ.ประยุทธ์ เพราะตลอดเวลาที่ตนอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์มา พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำและนักบริหารที่มีความซื่อสัตย์สุจริต แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้ง3 คน เพราะเป็นผู้ใหญ่ ต้องพิจารณาในทุกมิติ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของกลุ่มสามมิตร ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ประกาศอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ถือว่าข้อมูลเพียงพอสำหรับการตัดสินใจหรือยัง ว่า ข้อมูลมีเพิ่มขึ้น แล้วจะให้ตนตัดสินใจอย่างไร เพราะผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตนอยู่ด้วยและบริหารงานด้วยก็เป็นที่เคารพรักทั้งนั้น หากพูดอะไรไปอย่างหนึ่ง การทำงานที่เราทำอยู่อาจจะเกิดความอึดอัดใจ ฉะนั้นอย่าให้ตนพูดเลยว่าจะตัดสินใจอย่างไร ตนมีแนวทางที่สามารถทำงานให้กับผู้ที่เลือกและสนับสนุนตนเข้ามาได้ และเวลานี้ขอให้ตนได้ทำงานในหน้าที่รมว.ยุติธรรม ขอร้องสื่อมวลชนว่าท่านอื่นท่านใดจะขยับหรือพูดว่ารักใครชอบใคร แต่ตนมีมาตรฐานของตัวเอง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูด
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องใช้เวลาอีกนานหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เคยระบุแล้วว่าถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอม เส้นตายการขยับขยายคือวันที่ 7 ก.พ.66 ซึ่งถือเป็นรถรางเที่ยวสุดท้าย แต่ตนไม่ได้ร้อนรนขนาดนั้น ตนยังมีเวลาอยู่ เมื่อถามย้ำว่า จะรอให้ถึงวันที่ 7 ก.พ.66 ใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ตนตอบไปชัดเจนแล้ว เมื่อถามว่า นายสมศักดิ์และนายสุริยะจะไปด้วยกัน ไม่มีทางแยกกันใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทิศเป็นทางอันเดียวกัน ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้าไปจะไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีแต่ ถึงเวลาค่อยตัดสินใจกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ
เมื่อถามถึงกรณีนายธนกรระบุจะจีบนายสมศักดิ์ไปอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องจีบตนหรอกเพราะตนรู้จักคนในรัฐบาลอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่า การตัดสินใจสุดท้ายมีโอกาสพลิกขั้วหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มี
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงฉายา "ประกันไรได้" ที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ ว่า ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องดีที่ช่วยประชาสัมพันธ์ การประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ต้องถือว่าทำได้ไวทำได้จริง ประสบความสำเร็จ เห็นผลงานเป็นรูปธรรม ขอบคุณที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์ เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ก็ปกติ เราเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีปัญหาในการที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเมื่อถามว่าส่วนตัวชินแล้วใช่หรือไม่กับฉายาที่นักข่าวตั้งให้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ยิ่งกว่าชินแล้ว ครั้งนี้ถือว่าเบามาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่คิดว่าเป็นการสะท้อนถึงนโยบายประกันรายได้ของพรรคใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ประกันรายได้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาของสโลแกนของพรรคว่า ทำได้ไวทำได้จริงเพราะประสบผลสำเร็จภายในเวลาไม่ถึง 4- 5 เดือน ขอร่วมรัฐบาลก็สามารถจ่ายเงินส่วนต่างได้ทันที ทั้งข้าว ยาง ปาล์ม รวมถึงผลไม้อื่นๆ ซึ่งก็จะมีมาตรการเชิงรุกต่อไป
เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าการตั้งฉายาของสื่อฯเหมือนเป็นการบูลลี่ที่ยกเอาปมด้อยของแต่ละคนมาพูดส่วนตัวมองอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ก็ปีนึง ก็ให้โอกาสน้องๆ สื่อเขาสักครั้งนึง เขาจะได้มีความสุขไม่มีปัญหาอะไรหรอก เมื่อถามว่า น่าจะมองเป็นกระจกที่สะท้อนการทำงานของรัฐมนตรีท่านนั้นหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า จะบอกว่าเป็นกระจกก็เป็นได้ ก็กระจกบานหนึ่ง เพราะประเทศมีกระจกหลายบาน เมื่อถามว่าไม่โกรธไม่เคืองกันใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า โธ่ จะไปโกรธทำไม
ด้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงฉายาวันทอง 2 ป. ที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลตั้งให้ ว่า ขอบคุณสื่อมวลชนได้ตั้งฉายาให้รัฐบาลและรัฐมนตรีบางท่าน อย่างน้อยก็เป็นการให้ข้อคิดว่าสิ่งที่ทำมาว่ามีจุดไหนที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ และประชาชนจะได้รับความสนใจไปด้วย ก็ฝากสื่อมวลชนให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมาถูกต้องกับประชาชน ในข่าวสารบางอย่างที่ประชาชนอาจจะไม่ได้รับทราบ
ฉายาของผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะเป็นข้อเท็จจริง ก็เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนมองว่าผมทำงานให้กับพรรคพลังประชารัฐให้กับพล.อ.ประวิตรและทำงานให้กับรัฐบาล ให้กับพล.อ. ประยุทธ์ เราก็รักและผูกพันกัน ซึ่งนายกฯและพล.อ.ประวิตร รักกันเหมือนพี่เหมือนน้องและก็ทำงานด้วยกันมา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นแคนดิเดตนายกฯในนามพรรคพลังประชารัฐ ผมก็ตั้งใจทำงานให้กับทั้งสองท่าน และทั้งสองท่านก็ผูกพันกันตลอดไม่คิดแบ่งแยกอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายต้องเลือก 1 ป.จะอยู่กับป.ไหน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งก็ไปว่ากันอีกทีแต่ตอนนี้ ยังถือว่ายังรักและผูกพันกันดีอยู่ ในฐานะที่อยู่รัฐบาลเดียวกันและอยู่พรรคพลังประชารัฐด้วยกัน เมื่อถามว่า แม้จะอยู่กับพล.อ.ประวิตร แต่จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ในรัฐบาลหน้าใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็ต้องสนับสนุนอยู่แล้ว เพราะทั้งสองท่านเป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือเป็นคนดีมีจิตใจที่ดีกับทีมงานกับพวกเราทุกคนเราก็ต้องรักและสนับสนุนอยู่แล้ว เมื่อถามว่า 2 ป.อยู่คนละพรรคจะสู้พรรคอื่นในการเลือกตั้งไหวหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ก็อยู่ที่พี่น้องประชาชน ยังไม่มีการเลือกตั้ง ต้องไปดูอีกทีว่ากระแสเป็นอย่างไร ยัง มีเวลาอีกหลายเดือนใจเย็นๆ
ส่วนฉายาแปดเปื้อนของ พล.อ.ประยุทธ์ ตนมองว่าก็เหมือนเสื้อผ้าที่ใช้มานานๆหลายปี ก็มีรอยเปื้อนบ้างก็อยากให้มองว่ารอยเปื้อนนี้ไม่ได้ เกิดจากความตั้งใจหรือความผิดพลาด เพราะการทำงานของนายกฯและรัฐบาลก็มีข้อจำกัดบางอย่างอาจจะไม่ถูกใจประชาชน โดยเฉพาะปัญหาสินค้าแพงหรือน้ำมันแพงก็เป็นปัจจัยภายนอก แต่ยืนยันว่า นายกฯและรัฐบาล ไม่ได้ทำอะไรให้เปื้อน ที่เกิดจากความผิดพลาดหรือตั้งใจ ซึ่งนายกฯมีความตั้งใจที่ดีทำเพื่อบ้านเมือง ก็ขอฝากสื่อมวลชนช่วยให้ความเป็นธรรมกับนายกฯ
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิญา สวัสดี ยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อให้พิจารณายุบพรรคเพื่อไทย กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร "อุ๊งอิ้ง" ลงอินตราแกรม กับนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นนักโทษและผู้ต้องหาหนีคดี อันเป็นการฝ่าฝืน ข้อห้าม พรบ.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 44 45 28 29 ความผิดตามมาตรา 92(3)(4)
นายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้ในประเด็นแรกขอแสดงความเห็นกรณีที่มีการตั้งฉายารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ "แปดเปื้อน" แต่ไม่ได้หมายความว่าแปดเปื้อนเรื่องทุจริต คอรัปชั่น หรือโกงกิน แต่อาจจะแปดเปื้อนในเรื่องของการตีความ ประเด็นของการดำรงตำแหน่งครบแปดปีหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ก็จบไปแล้วผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว
สำหรับการมาร้อง กกต.วันนี้เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้งไต่สวนวินิจฉัยและพิจารณา กรณีที่ อุ๊งอิ้ง แพทองธาร ชินวัตร ไปพบดร.ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อที่ฮ่องกง ที่ทำไมไม่ร้องก่อนหน้านี้เพราะ ประการแรก อุ๊งอิ้ง ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ประการที่สอง อุ๊งอิ้งไม่ได้เป็นที่ปรึกษาประธานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ของพรรคเพื่อไทย ประการที่สาม อุ๊งอิ้ง ไม่ได้เป็นหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย และประการที่สี่ อุ๊งอิ้ง เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ประกาศนโยบายของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่