“สงคราม” ผิดหวัง ! รัฐถ่วงเวลาเยียวยาคนรากหญ้า ชี้ แก้ปัญหาแบบโง่ ๆ ไม่มีทางลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2564 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดในประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การประกาศมาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มข้นเพิ่มขึ้น เพื่อหวังลดจำนวนผู้ติดเชื้อจากหลักหมื่นคนต่อวันให้ลดลงนั้น เชื่อว่าไร้ประโยชน์ และไม่สามารถหยุดการระบาดของไวรัสโควิดได้ เพราะการบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงใช้วิธีการแบบโง่ๆ ของรัฐบาลไม่มีทางลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้
นายสงคราม กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งในการจัดการ คือการตรวจเชิงรุกควรปูพรมตรวจทุกพื้นที่ เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชนพร้อมนำไปรักษา ทั้งนี้รัฐบาลควรขอความร่วมมือกับกองทัพบก โดยใช้พื้นที่ของหน่วยงานกองทัพ ที่มีทุกจังหวัด ปรับเป็นโรงพยาบาลสนาม เพราะมีความเหมาะสม เนื่องจากมีความพร้อมในการดูแลผู้ติดเชื้อ ทั้งสถานที่ และมีแพทย์ทหารดูแล รวมทั้งกองทัพเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล จะไม่ปฏิเสธคนติดเชื้อแม้แต่คนเดียว การทำเช่นนี้จะเป็นผลดีกว่าการปล่อยให้ผู้ติดเชื้อรอจนต้องเสียชีวิตในบ้านหรือเสียชีวิตข้างถนน นอกจากนี้รัฐบาลต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่ดีที่สุดให้กับประชาชนมากที่สุด อย่าดีแต่พูดว่าจะจัดหา ควรทำงานด้วยความจริงใจกับประชาชน เพราะรัฐบาลมีงบประมาณมหาศาล ดังนั้นต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
"มาตรการล็อคดาวน์ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อความเดือดของประชาชน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การเยียวยาล็อคดาวน์รอบแรกประชาชนยังไม่ได้รับ ทำไมรัฐบาลไม่ประกาศมาตรการเยียวยาก่อนบังคับใช้กฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เลือกใช้อำนาจบนความเดือดร้อนของประชาชน แต่ไม่มีความจริงใจจะช่วยประชาชน ประชาชนเดือดร้อนทุกพื้นที่ของประเทศ แต่รัฐกลับไม่ได้ยินเสียงความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นที่พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าพร้อมรับฟังเสียงประชาชนคือการดีแต่พูดแต่ไม่เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง รัฐบาลต้องไม่ถ่วงเวลาที่จะช่วยเหลือประชาชน ควรเร่งหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว” นายสงคราม กล่าว