พี่ชายที่แสนดี จับตา “บิ๊กป้อม” ลากลาโหม ถอยฉากคุมเกมเบื้องหลัง คุมเกม สว.-พปชร. ให้ “บิ๊กตู่”
แม้จะยังไม่มั่นใจว่า ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.นี้ จะออกมาแบบไหน แต่ “บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เตรียมตัว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัย แล้ว
แม้ว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะประกาศไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจก็ตาม แต่ก็เป็นแค่การหาเสียง เพราะถึงเวลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็พร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ อยู่แล้วแค่อยู่ที่ว่า พรรคใดจะได้จำนวน ส.ส.มากกว่ากัน
เพราะยังไง พล.อ.ประยุทธ์ ก็มี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คนที่พี่ใหญ่ อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เลือกสรรมากับมือพร้อมที่จะโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ
แม้จะมีข่าวสะพัดว่า มีรายการ “คุณขอมา” ในสัดส่วนของ ส.ว. จากที่เดิมจะเป็น คนที่คสช.เลือกมาเอง
ที่สำคัญ ต้องเป็นอย่างที่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า “เมื่อเราเลือกมา เราก็ต้องคุมให้ได้สิ” ก็ตาม
จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะแย้มๆแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งคณะรัฐมนตรี ออกมาแล้วว่า “ทีมที่จะมาทำงาน ก็ต้องคัดสรรมา ไม่ใช่ว่าจะเอาทีมเดิมทั้งหมด ได้ที่ไหน ก็ต้องคัดสรรมาใหม่ มาจากการเมือง ก็ว่ากันมา”
จนทำให้กระแสข่าวสะพัดที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ ที่จะเสียสละ ไม่ร่วมครม. แต่จะไปช่วยงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ต้องมาเป็นรองนายกฯและรมว.กลาโหม อีกแล้ว
ด้วยรู้กันดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพยายามลดจุดอ่อนในรัฐบาลใหม่ เพราะ พล.อ.ประวิตร ถือเป็นตำบลกระสุนตก ที่เป็นเป้าของการโจมตี และมีปมนาฬิกาหรู และภาพพจน์เรื่องการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ที่จะทำให้รัฐบาลใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ มีจุดอ่อน
อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร เอง ก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ด้วยวัย 74 ปี ยังมีปัญหาการเดิน และความอ่อนเพลีย หลังจากที่ไปทำบายพาสเส้นเลือดหัวใจมา
โดยคาดกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการให้ พล.อ.ประวิตร ไปช่วยงานอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะการคุมเสียงของ ส.ว.250 คนที่ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานในการคัดสรรฯ มาด้วยตนเอง แม้จะมีคณะกรรมการคัดสรรฯ ก็ตาม แต่ก็มีการปกปิดว่ามีใครบ้าง
อีกทั้งยังถูกวิจารณ์ว่า จะมีคนใกล้ชิด และเครือญาติของ พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา คีย์แมนหลักทั้ง 3 ของ คสช. เป็นส่วนใหญ่
“คิดไปเอง ทั้งนั้น ผมไม่รู้จักใครเลย” พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธข่าว เช่นเดียวกับ พล.อ.อนุพงษ์ ที่ระบุว่า ไม่มีฐานความจริง เป็นการพูดกันไปเองของสื่อเท่านั้น
แต่ในทางปฏิบัติแล้ว พล.อ.ประวิตร ก็จะต้องรู้จักหมดทุกคน และจะต้องคุมเสียงให้ได้ โดยเฉพาะ ตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นรัฐบาล
แต่ที่สำคัญที่สุด คือ การคุมเสียงในพรรคพลังประชารัฐเอง เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พล.อ.ประวิตร มีส่วนสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคพลังประชารัฐ และเบื้องหลัง พลังดูด
จนทำให้เกิดข่าวสะพัดในหมู่นักการเมือง ว่า ได้มาพบปะพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ที่บ้านร.1 รอ. โดยเฉพาะทุกวันพฤหัสฯ
อีกทั้งเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะเป็น คนสำคัญที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้งหลังเลือกตั้งหรือไม่ รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง
ที่สำคัญกว่านั้นคือ หลังตั้งรัฐบาลแล้ว บรรดานักการเมืองที่มาจากหลายพรรค ที่มาอยู่กันในพรรคพลังประชารัฐ และมีหลายมุ้งหลายก๊วนนั้น อาจสร้างปัญหา และการต่อรองทางการเมืองในอนาคต
พล.อ.ประยุทธ์ จึงคาดหวัง ว่าบารมี ของ พล.อ.ประวิตร และคอนเนกชั่น จะทำให้นักการเมืองเกรงใจ
ยิ่งหาก เป็นนักการเมืองหรือก๊วนที่ พล.อ.ประวิตร มีส่วนในการชักชวนมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ด้วยแล้ว ก็ย่อมจะสามารถคุยกันได้รู้เรื่อง
แม้ว่าปัจจัยในการ ดีลกับนักการเมือง นอกจากบารมี อำนาจ แล้ว เรื่องผลประโยชน์ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะเค้าลางต่างๆจะเห็นได้จากการจัดครม.แล้วว่า เก้าอี้รัฐมนตรี กระทรวงต่างๆ จะให้กลุ่มก๊วนใดบ้าง ทั้งในพรรคพลังประชารัฐเอง และในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล
ไม่เช่นนั้น อาจทำให้ รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ หลังการเลือกตั้ง ขาดเสถียรภาพ และอาจอยู่ได้แค่ 1-2 ปี อย่างที่มีการคาดการณ์กัน
จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามส่งสัญญาณ ต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล ในอนาคตของตนเองว่า จะต้องให้ตนเองมีอำนาจในการขับเคลื่อนของตนเองอย่างเต็มที่
เพราะในวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น นายกฯที่ไม่มี มาตรา 44 อยู่ในมืออีกต่อไป แต่ทว่า จะยังมีกองทัพทั้งกองทัพ โดยเฉพาะ กองทัพบก สนับนุน โดยเฉพาะ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่เป็น ผบ.ทบ. ไปจน ต.ค. 2563
ที่ในเวลานั้น อาจจะมีการขยายอายุเกษียณราชการ ออกไปเป็น เกษียณอายุ 63 ปี ก็เป็นได้
แต่ถึงกระนั้น หากต้องเกษียณ พล.อ.อภิรัชต์ ก็มีการวางตัว “บิ๊กบี้” พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาค 1 สายวงศ์เทวัญ ที่จะขึ้น มาเป็น ผช.ผบ.ทบ.ในโยกย้าย ต.ค. 2562 ต่อคิวไว้ก่อนแล้ว
เพียงแต่ว่า กองทัพบก ในยุคเปลี่ยนผ่าน อาจจะเริ่มถอยห่างจากการเมือง มากขึ้นๆ เพื่อทำหน้าที่ ของทหารรักษาพระองค์ และดูแลประเทศ
รอดูว่า พล.อ.ประวิตร จะเป็นพี่ชายที่แสนดี ที่ช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กลับมาเป็นนายกฯ ได้หรือไม่ และจากนั้น จะช่วย น้องตู่ คุมเกมการเมือง ได้หรือไม่
ที่สำคัญเป็นการสยบกระแสโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ที่ว่า เลือกลุงตู่ แถมลุงป้อม ได้อีกด้วย แม้ว่า ในความจริงแล้ว ลุงป้อม จะไม่ได้หายไปไหนก็ตาม แค่ไปอยู่เบื้องหลังเท่านั้น