นายกฯ แจง ให้เรือสำราญจอดเทียบท่าไทยไม่ได้ แต่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
นายกฯ แจง ให้เรือสำราญจอดเทียบท่าไทยไม่ได้ แต่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สั่งพณ.ถกผู้ประกอบการเพิ่มกำลังผลิตหน้ากากอนามัย ย้ำต้องให้เพียงพอ-ทั่วถึง แนะใช้หน้ากากผ้า บอกไม่ประมาทสั่งสธ.วางมาตราการป้องกันแพร่ระบาด
เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการแก้ไขป้องกันไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า เรือสำราญที่จะขอจอดเทียบท่าเรือของไทยนั้น เราไม่อนุญาตให้จอด แต่เราจะดูแลในเรื่องของมนุษยธรรม อย่างการเติมน้ำมัน หรือต้องการน้ำ อาหารเราจะส่งไปให้ ซึ่งจะมีมาตรการที่เหมาะสมเช่นเดียวกับต่างประเทศ ก็ขอให้เข้าใจ เพราะมีคนจำนวนกว่า 2 พันกว่าคนบนเรือ เราต้องระมัดระวังการแพร่กระจายไประยะที่ 3 วันนี้เราอยู่ในระยะที่ 2 ยังควบคุมได้ หรือดูแลผู้ที่มาจากต่างประเทศได้ แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ จะประชุมและให้ทางกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงมาตรการเตรียมการขั้นต้น ไม่ให้นำไปสู่การแพร่ระบาดก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ถ้าเราทำได้ดีครบถ้วนทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา
นายกฯกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังให้รมว.พาณิชย์ ไปประชุมหารือกับผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัยให้ผลิตเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทราบว่าหลายโรงงานมีการเพิ่มวงรอบการผลิตเพื่อให้ประชาชนใช้ได้อย่างทั่วถึง และต้องมีมาตรการสำรองด้วย เพราะหลายประเทศขอมาเหมือนกัน ขณะนี้หน้ากากอนามัยขาดแคลนหลายประเทศ เราจึงต้องเตรียมการให้พร้อม และอยากฝากเรียนว่า วันนี้เราให้ความรู้ทั้งสาธารณสุข ทางการแพทย์ อาจจะใช้วิธีการทำหน้ากากอนามัยด้วยผ้า ซึ่งสามารถซักใช้ได้หลายครั้ง จะทนทานมากกว่าใช้หน้ากากชั่วคราวแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องมีให้เพียงพอ ทั้งในส่วนที่จำหน่ายตามร้านค้า ต้องไปหาตั้งแต่ต้นทางมา ผลิตได้เท่าไหร่ จะเพิ่มจำนวนเท่าไหร่ อย่าลืมว่าที่ผ่านมาโรงงานทำด้วยกลไกทางการตลาดของเขาเอง ราคาก็เป็นจำนวนหนึ่ง เราจะดูว่าทำอย่างไรให้กระจายไปทุกพื้นที่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้หน้ากากอนามัยไปร้านค้าประชารัฐส่วนหนึ่ง และร้านค้าต่างๆอีกส่วนหนึ่ง แต่ปริมาณผลิตไม่พอ จึงขาดแคลนต้องเร่งรัดตรงนี้ รัฐบาลยินดีพร้อมสนับสนุน ส่วนหนึ่งที่ได้รับมาก็นำไปแจกก็มี ทุกคนต้องเข้าใจนิดหนึ่งว่า การผลิตภาคเอกชนและองค์การเภสัชกรรม(อภ.) คนละแบบกัน อันนั้นเป็นเรื่องการตลาดการค้าของเขาที่มีค่าการตลาดอยู่พอสมควร ในส่วนของอภ.ก็มีจำกัด ราคาจึงอาจแตกต่างกันก็ต้องดูในส่วนไหนจะทำประโยชน์อย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้กำชับไปในทางปฏิบัติให้ได้มากที่สุด วันนี้ได้พูดคุยกับครม.หลายประเด็นด้วยกัน ทั้งมาตรการระยะสั้น มาตรการระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องการขาดแคลน และในส่วนที่ต้องร่วมมือกับต่างประเทศด้วย
นายกฯกล่าวว่า หลายๆอย่างเราต้องวิเคราะห์สถานการณ์ให้ดี ถูกต้อง บทพื้นฐานกฎหมายของเรา ความปลอดภัยประชาชนของเรา เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุด