"จุรินทร์" เลี่ยงตอบปม "สาธิต" ประกาศทางการเมือง 20 ก.พ.ยันหารือพื้นที่ภาคกลางร่วมกันตลอด
วันที่ 12 ก.พ. 2566 ที่นครศรีธรรมราช
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการรณรงค์หาเสียงในภาคใต้ หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 58 เขต ว่า ความจริงพรรคได้เดินหน้าทำการเมืองมาก่อนหน้านี้แล้ว และเมื่อวาน(11 ก.พ
) ถือเป็นการประกาศตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น ซึ่งการทำงานในพื้นที่จะต้องเข้มข้นต่อเนื่อง และถ้าได้รับเลือกตั้งก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ด้วย ไม่ใช่เอาแค่ขอให้ได้เป็นผู้แทนแล้วก็ทิ้งพื้นที่ นี่คือหลักการที่พรรคได้มอบหมาย และทุกคนก็มีหน้าที่จะต้องทำ ส่วนการนำอุดมการณ์ และนโยบายของพรรคไปชี้แจงให้พี่น้องประชาชนในแต่ละเขตเลือกตั้งถือเป็นการประชาสัมพันธ์รายละเอียดของนโยบาย
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนภาพรวมการเลือกตั้งในเขตกทม. และภาคกลางภายในเดือนนี้คงเปิดตัวได้ทุกภาค จะขอดูวันเวลาที่เหมาะสม แต่เรื่องผู้สมัครไม่มีปัญหา ส่วนนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขจะประกาศในวันที่ 20 ก.พ.ทางการเมืองนั้น นายสาธิต เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง ดังนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ท่านจะเข้าไปดูแลในส่วนของภาคกลาง ส่วนจะแบ่งเป็นชุดกี่ชุดก็อยู่ที่ภาคกลาง ซึ่งเราก็ได้ประชุมร่วมกันตลอดสามารถดำเนินการได้เลยร่วมกับเลขาธิการพรรค เพราะก็ร่วมดูแลภาคกลางอยู่ด้วย
เมื่อถามว่าผู้สมัครใน กทม. ตามที่มีข่าวว่าประชาธิปัตย์มีคนเด่นคนดังอีกหลายคน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อกล่าวว่า เรามีคนรุ่นใหม่ที่จะเดินเข้าพรรค และจะประกาศตัวต่อไป โดยตนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อไปเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งที่เขตทวีวัฒนา หนองแขม ของนายวัชระ เพชรทอง ด้วย
เมื่อถามถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ.หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ทุกคนก็มีหน้าที่ต้องเตรียมที่จะตอบคำถาม และประชาธิปัตย์สนับสนุนการเมืองในระบบรัฐสภา เป็นรัฐบาลต้องตรวจสอบได้ สภาต้องสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ดังนั้นการที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายทั่วไป เราก็สนับสนุนให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ และในฐานะรัฐมนตรีของพรรค ก็พร้อมที่จะไปประชุมและไปตอบ ส่วน ส.ส. ของพรรคก็ต้องเข้าประชุมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ของเราด้วย
เมื่อถามว่ามีผู้สมัครบัญชีรายชื่อลำดับที่ 48 ของพรรค มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคไม่สนับสนุน ส่งเสริมการพนันออนไลน์อยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นหากใครกระทำความผิดให้ดำเนินคดีอย่างเต็มที่ถึงที่สุด ตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่เคยเจอกันเลย ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมของพรรค และไม่ได้มาพรรคด้วย