เริ่มแล้ว ..!! ส.ว. ถกงบ 64 กมธ.งบ ห่วงตั้งงบขาดดุลผูกพันสูงต่อเนื่อง แนะรบ.กระชับองค์กรข้าราชการ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 64 วงเงิน 3.3 ล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาของส.ส.เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ครม.ร่วมชี้แจง อาทินายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม, และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย
โดยนายสุพัฒนพงษ์ ชี้แจงว่า การนำยุทธศาสตร์ชาติ แผนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมแห่งชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ มาดำเนินการเชื่อมโยงให้การดำเนินงานของรัฐบาลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยสอดคล้องและสนับสนุน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและไม่ซ้ำซ้อน ให้ความสำคัญกับการดำเนินภารกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับประชาชน ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจัดบริการด้านคุณภาพชีวิตประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำทางการคลัง การใช้จ่ายและการจัดเก็บรายได้, และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณให้ครอบคลุม โดยให้หน่วยรับงบประมาณที่มีรายได้นอกนำเงินมาใช้ได้ก่อนนำมาใช้ดำเนินการ และนำงบประมาณที่มีอยู่มาใช้กับนโยบายที่จำเป็นและเร่งด่วนก่อนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ
ขณะที่นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 วุฒิสภา ชี้แจงว่า การพิจารณาแบ่งผลการพิจารณาออกเป็น 4 ส่วนได้แก่ โครงสร้างเศรษฐกิจและความท้าทาย เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิดทำให้เศรษฐกิจในประเทศหดตัว -12% และในปีหน้าจะฟื้นขึ้น 4-5% ความท้าทายทางเศรษฐกิจของประเทศคือ กับดักรายได้ปานกลาง ที่รัฐต้องกำหนดนโยบายเพิ่มรายได้ ขีดความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจากเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจดับไปหลายตัว รัฐบาลต้องหาเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ, การเติบโตที่ไม่สมดุลเนื่องจากที่ผ่านมาพึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ, ความยากจน และความเหลื่อมล้ำ, สังคมผู้สูงอายุ, ภาระการคลัง กมธ. มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะว่า รายจ่ายประจำภาครัฐมีจำนวนมาก โดยเฉพาะค่าจ้างบุคลากร รัฐบาลต้องกระชับองค์กร และใช้เทคโนโลยีกับการจ้างคนนอกเข้ามาทดแทน, รายจ่ายลงทุน รัฐบาลควรพิจารณาแหล่งลงทุนอื่นไปควบคู่กับงบประมาณรายจ่ายเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง, รายจ่ายชำระต้นเงินกู้ ควรตั้งการชำระเงินกู้ 3.5 % ของงบประมาณแต่ละปีเพื่อไม่ให้เป็นภาระดอกเบี้ย
นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการกำหนดรายการใช้จ่ายงบประมาณส่วนใหญ่มีเพียงกรอบไว้ แต่มีการกำหนดวัตถุประสงค์และการประเมินยาก องค์กรที่มีเงินอุดหนุนนอกงบประมาณควรชี้แจงให้ชัดเจนเพื่อสามารถรีดไขมันส่วนนี้มาใช้ได้ การจัดสรรงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เงินอุดหนุนจากรัฐเพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการจัดเก็บภาษีลดลง ทำให้ อปท. พึ่งพาตนเองไม่ได้ ดังนั้นต้องเพิ่มช่องท่างการหารายได้ให้อิสระมากขึ้น กระจายอำนาจ ไม่ใช่กระจายแต่งาน แต่ต้องกระจายคนและงบ ผ่อนคลายข้อจำกัด ควรดึงคนวัยเกษียณที่ยังมีพลังเข้ามาทำงานเพื่อให้เข้ากับสังคมสูงวัย คนชราไม่เป็นภาระของภาครัฐ, ส่งเสริมการให้ความรู้และเทคโนโลยีกับประชาชน และส่งเสริมการทำเกษตรแบบ Zoning ส่วนปัจจัยความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ คือ สงครามการค้า, สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19, ภัยธรรมชาติ, การควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้โปร่งใส ต้องลำดับความสำคัญ ขณะเดียวกันประเทศมีงบผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และการตั้งงบประมาณขาดดุลก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ