บิ๊กตู่ยึดมติครม.ปมรถไฟฟ้าฯ
“บิ๊กป้อม”ปัดตอบปมความสัมพันธ์พรรคร่วมฯ “แรมโบ้” ลั่นไม่ยอมให้ใครบีบไข่นายกฯ ด้าน “บิ๊กตู่” บอก ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวจบที่มติครม. ยันไร้ผลประโยชน์แอบแฝง "ศักดิ์สยาม" ย้ำชัด 7 รมต.ภท.พิจารณารอบ เข้าครม.ใหม่ย้อนแย้งกม.ค้านต่อ ด้าน“สมศักดิ์” เชื่อ “อนุทิน" พบ “ธรรมนัส” ไร้นัยยะการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 ก.พ.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ยังดีอยู่หรือไม่ ว่า “โอเคไหมละ คุณถามอย่างนี้ทุกวัน” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หลังการประชุมที่มีการปิดห้องพูดคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คลัง และรักษาการเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า “ผมต้องบอกคุณหรือ” ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที
ด้าน นายสันติ กล่าวว่า การพูดคุยกับนายกฯ กับพล.อ.ประวิตร ก็คุยกันเรื่องงาน เมื่อถามว่า ในปัจจุบันมีความเป็นห่วงความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้หรือไม่ นายสันติ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเลี่ยงเดินออกจากวงสัมภาษณ์
เมื่อสื่อพยายามถามถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคมอบหมายให้ปรับปรุงการทำงานในพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงการสื่อสารตอบโต้ทางการเมือง นายสันติ กล่าวว่า พรรคนี้ดีมาก ไม่มีปัญหาอะไรเลย เมื่อถามอีกว่า จากนี้ไปจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ นายสันติยกมือขึ้นปฏิเสธ พร้อมกับระบุว่า ไม่มี
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เมื่อมีข้อสังเกตเพิ่มเติมเข้ามาซึ่งทราบว่ามีการทำมาหลายครั้ง เมื่อทำมาเดี๋ยวก็ชี้แจงกลับไป และเมื่อเรียบเรียงพร้อมแล้วก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.)
“จำเป็นต้องพิจารณา เพราะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา ไม่มีวิธีทางอื่นที่จะแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาเกิดขึ้นแล้ว มีหนี้สินและอะไรต่างๆ ที่จะเพิ่มขึ้นทุกวันถือเป็นภาระของรัฐบาลเหมือนกัน ก็ต้องบอกกันตรงนี้ และถ้าพูดกันจริงๆ รถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นเส้นแรกของประเทศไทยและมีการต่อขยายออกมา เพราะการเป็นเส้นแรกก็อย่างว่าสมัยก่อนเป็นการลงทุนจากภาครัฐอย่างเดียว แต่ต่อมาจะมีในเรื่องของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน(PPP) ก็มีความซับซ้อนอยู่เล็กน้อย ผมยืนยันไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ใครทั้งสิ้น ผลประโยชน์เพื่อประชาชนและประเทศชาติ ทำอย่างไรเราจะไม่เพิ่มภาระในเรื่องของหนี้สาธารณะ นั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ แต่ที่สุดก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครม.ว่าจะออกมาอย่างไร ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันหรอก ทุกคนต่างมีความเห็น ผมก็ฟังได้ทุกคน แต่ทุกคนต้องขึ้นอยู่กับเหตุและผล และข้อกฎหมายที่มีอยู่ และผมเองต้องให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่าจะเป็นคณะกรรมการกฤษฎีกาหรืออัยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่มีคำชี้แจงหมดแล้ว แต่จะทำได้หรือไม่ได้ก็ต้องรอดูต่อไป ปัญหาเยอะอยู่แล้ว รัฐบาลพยายามแก้อยู่” นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาหรือไม่ในเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันว่า “ไม่เป็นหรอก จะเป็นได้อย่างไร ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง” เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วย จะเดินหน้าโครงการต่อไปอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของครม. ใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็แล้วแต่ ถ้าเขาสามารถชี้แจงได้ในที่ประชุมแล้วที่ประชุมเห็นชอบ ก็เป็นเรื่องการตัดสินใจร่วมกัน
เมื่อถามย้ำว่า ในการประชุมครม.ครั้งหน้า ถ้ามติออกมาเป็นอย่างไรก็ถือเป็นมติใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สุดแล้วแต่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ก็เตรียมการอยู่ เรื่องนี้อย่าเพิ่งไปตอบตอนนี้เลย เดี๋ยวไปเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก เราควรมองต้นทางว่าปัญหาอยู่ที่ไหน มีอะไรเกิดขึ้นมาแล้วบ้าง จะแก้อย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ต้องทำและเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล
เมื่อถามว่า ยืนยันใช่หรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหาอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเสียงดังขณะเดินออกจากโพเดียมว่า “โอ้ยไม่มีอะไรหรอก ไม่มีหรอก ถ้าเธอไม่ยุ่งก็ไม่มีมั้ง”
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครั้งที่ 1/2565 พล.อ.ประยุทธ์ ได้หารือนอกรอบอย่างเคร่งเครียดเป็นเวลากว่า 20 นาที กับพล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และนายสันติ ด้วย
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึง ประเด็นโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า “ไม่เกิดหรอก”
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมครม. เข้าไปพูดคุยทักทาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ สะท้อนนัยยะทางการเมืองอย่างไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คุณอนุทินไปคุยกับร.อ.ธรรมนัสก็เพราะว่านายอนุทินไม่ได้มาร่วมประชุมครม. จึงว่าง เมื่อเขาว่างก็ไปคุยกัน
เมื่อถามย้ำว่า ภาพที่ปรากฏออกมา อาจเป็นเจตนา เพื่อสื่อสารไปถึงผู้ใหญ่ว่าทั้งสอง มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า “อาจจะปะเหมาะ เคราะห์ร้าย เคราะห์ดี ไปเจอกัน ทำให้คนวิพากษ์วิจารณ์ เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก ซึ่งในสภาเป็นแหล่ง รวมของผู้คน”
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้เลื่อนวาระการพิจารณาสัญญาร่วมลงทุนในรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า ในเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณนายกฯ และครม. ที่เข้าร่วมประชุม ที่ทำให้ได้มีการเปิดโอกาสรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในการที่ให้กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร(กทม.) ชี้แจงในส่วนที่กระทรวงคมนาคมตั้งข้อสังเกตุ ให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักของกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล เพราะหลายประเด็นทาง กทม. ยังทำไม่รอบด้านและครบถ้วน และการที่ 7 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย แสดงออกชัดเจนไม่เข้าร่วมประชุม ครม.ก็เนื่องจากไม่เห็นด้วยต่อกระทรวงมหาดไทยที่มีการเสนอขอขยายสัญญาสัมทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ในขณะที่การดำเนินการต่างๆ ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการไม่เข้าร่วมประชุม ครม. ก็แสดงออกชัดว่าค้าน ไม่อยากให้ต้องเมื่อเข้าร่วมประชุมแล้วไปถกเถียงกันใน ครม. ให้เป็นเรื่องเป็นราว ในเมื่อไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา คมนาคมได้ทำความเห็นส่งไปยัง เลขาธิการครม.หลายครั้ง และชัดเจนมาก ซึ่งนอกจาก 4 ประเด็นก่อนหน้า ในครั้งนี้ได้เพิ่มเติมไปอีก 2 ประเด็น ทั้งในเรื่องของการที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ทางด้านทิศเหนือ จาก หมอชิต-คูคต แม้ว่าก่อนหน้าจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ระหว่าง กทม. และ รฟม.ก็ตาม แต่ในปัจจุบันทาง กทม. ยังไม่มีการจ่ายค่าชดเชย สิ่งปลูกสร้างให้กับ รฟม. แต่อย่างใด นอกจากนั้นยังมีประเด็นในเรื่องของการคำนวณอัตราค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ ว่ามีการใช้หลักการคำนวณอย่างไร เป็นต้น เนื่องจากทาง คมนาคม มองว่าอัตราค่าโดยสารที่จะจัดเก็บตลอดสายสามารถทำให้ถูกกว่า 65 บาทได้
นายศักดิ์สยาม ตอบข้อถาม หากในการประชุม ครม. ครั้งต่อๆไป ทางกระทรวงมหาดไทยจะยังมีการเสนอ วาระดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ทางพรรคภูมิใจไทยจะแสดงท่าทีอย่างไรนั้น นายศักดิ์สยาม ยืนยันว่า หากกระทรวงมหาดไทยเสนอวาระดังกล่าวกลับเข้ามา และมีการทำให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล ทางพรรคภูมิใจไทยก็จะสนับสนุน แต่ถ้ายังไม่มีการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบของกฎหมาย ก็บอกได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยจะยังคงคัดค้านเหมือนเดิม เพราะหากไม่มีการดำเนินการให้ถูกต้อง จะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกกฎหมาย
นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงถึงการรักษาองค์ประชุมในสภา ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยต้องขออภัยที่ที่ผ่านมามีส.ส.ของพรรคติดเชื้อโควิด แต่ขณะนี้ส.ส.พรรคที่ติดโควิดหายเป็นปกติ และได้กลับมาพร้อมทำหน้าที่ในสภาทุกคนแล้ว ยืนยันว่าที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนทำให้สภาล่ม
นายณัฏฐ์ชนน ยังได้ตอบโต้ น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์พาดพิงถึง 7 รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ให้พิจารณาตนเองควรร่วมรัฐบาลหรือไม่ หลังบอยคอตประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า คนที่ได้รับเรียกว่ามาดาม ถือเป็นคนที่ประชาชนให้เกียรติ ก็ต้องรู้จักให้เกียรติตัวเองด้วย ตนขอเตือนสติในฐานะส.ส. ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล และกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน ไม่ได้โกรธกันว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องของครม. เป็นเรื่องของนายกฯ เป็นเรื่องของรัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายบริหาร ไม่ใช่หน้าที่ของส.ส. เพราะส.ส.ที่มีหน้าที่ออกกฎหมาย แต่เมื่อเรื่องใดที่เข้าสู่การพิจารณาในสภา
“มาดามเดียร์ก็สามารถวิจารณ์ได้ ต้องรู้จักสถานะ บทบาทหน้าที่ตัวเองว่าเวทีไหนควรพูดหรือไม่ ถ้าส.ส.ทุกคนวิจารณ์รัฐบาล ฝ่ายบริหาร บ้านเมืองคงวุ่นวาย ต้องแยกกันให้ออก อย่าไปก้าวก่ายฝ่ายบริหาร ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารก็อย่ามาล้วงลูกส.ส. เตือนสติกันได้ แต่อย่าปีนเกลียว เพราะฉะนั้นการร่วมรัฐบาล หรือถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค ส.ส.ของพรรค ไม่ใช่หน้าที่มาดามเดียร์” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
เมื่อถามว่า ในการคัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว พรรคภูมิใจไทยจะมีแนวทางอย่างไรต่อไป นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เป็นหน้าที่รัฐมนตรีของพรรคที่จะต้องหารือกับนายกฯ เมื่อถามว่า จะส่งผลต่อการร่วมรัฐบาลหรือไม่ รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ใช่ปัญหา คุยกันได้ ตนไม่ทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงในการค้านเพราะอะไร แต่ตนมองว่าน่าจะมาจากค่าโดยสารที่สูงจนกระทบประชาชน ดังนั้นยังพอมีเวลาที่จะคุยกันให้ลงตัว
ด้าน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ และอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ได้มีการจดทะเบียนตั้งแต่มี.ค.64 ช่วงที่ยังไม่มีสถานการณ์ความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ อย่าคิดว่าเป็นการสร้างพรรคสำรองให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.64 ที่มีข่าวการล้มนายกฯ กลางสภา ทั้งๆที่ท่านทำงานอย่างหนัก ไม่มีทุจริต และเวลาต่อมาสถานการ์ภายในพรรคก็ไม่สงบ ดูเหมือนว่ามีคนอยู่กลุ่มหนึ่งต้องการกดดันนายกฯตลอดเวลา และในฐานะที่ตนอยู่เคียงข้างนายกฯมาโดยตลอดก็อยากที่จะช่วยหาทางออกให้
“วันดีคืนดีหากพรรคพลังประชารัฐไม่เสนอพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอีก ท่านนายกฯจะมีประตูเดินออกอีกหรือไม่ อยู่ๆพรรคพปชร.จะมากดดัน หรือมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไม่ลงคะแนนให้นายกฯตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากเราไม่เตรียมการ ไม่หาบ้านหลังใหม่ให้กับท่านานยกฯ ตั้งแต่วันนี้ แล้วท่านจะถูกกดดัน ภาษาบ้านผมเรียกว่า จะมาบีบไข่นายกฯ แบบนี้ตลอดไม่ได้ ผมไม่ยอม”
นายเสกสกล กล่าวต่อว่า อย่าเรียกว่าเป็นพรรคนายกฯ ตนแค่เตรียมเผื่อนายกฯเท่านั้น ซึ่งนายกฯยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจะมาอยู่พรรคนี้ แต่ตนที่อยู่ในฐานะตัดสินใจและปรึกษากับผู้ใหญ่ที่เข้าในนายกฯ เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะมีการเตรียมการไว้
"ถ้าพรรคพลังประชารัฐแข็งแรงและมั่นคง ยังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯต่อ ก็ไม่มีปัญหาอะไร พรรครวมไทยสร้างชาติของผมและคณะประกาศจุดยืนชัดเจน แต่ถ้าพรรคพลังประชารัฐไม่สนับสนุน พรรครวมไทยสร้างชาติก็จะเป็นพรรคที่เสนอพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนานยกฯเพียงคนเดียว เท่านั้น”
นายเสกสกล กล่าวถึง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตแกนนำพรรคพลังประชารัฐ ภาคใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวไปทำยุทธศาสตร์ภาคใต้ให้กับบางพรรค ว่า พ.อ.สุชาติได้โทรมาหาตนว่าหากตั้งพรรคจะมาร่วมด้วย และไม่ต้องกังวลเรื่อง ส.ส.ในการจัดตั้งพรรค เพราะส.ส.คนที่รักนายกฯ เขารู้ว่าได้เป็นนายกฯ ที่ตัวบุคคล ไม่ใช่เพราะพรรค ฉะนั้นคนที่มั่นใจในตัวพล.อ.ประยุทธ์จะไหลตามกันมา หากยุบสภา 30 วัน ยังไงก็ย้ายทัน ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการประชุมใหญ่พรรคในเดือน มี.ค. และจะมีการเปิดตัวบุคคลสำคัญ อักษรย่อ “ต” เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์