"นายกเทศมนตรีตำบลสตึก" บุกสภาร้อง"เสรีพิศุทธ์" ตรวจสอบปมทุจริตของจนท.ตั้งแต่ปี 61 ไม่คืบ

การเมือง3 มี.ค. 2565 • 11:08 น.
"นายกเทศมนตรีตำบลสตึก" บุกสภาร้อง"เสรีพิศุทธ์" ตรวจสอบปมทุจริตของจนท.ตั้งแต่ปี 61 ไม่คืบ
"นายกเทศมนตรีตำบลสตึก"บุกสภา ร้องกมธ.ป.ป.ช.สภาฯ ตรวจสอบปมทุจริต การปฏิบัติหน้าที่จนท.เทศบาลตำบลสตึก จ.บุรีรัมย์ หลังพบเงินขาดบัญชีจำนวนกว่า 9 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 61 แต่ไม่มีความคืบหน้า วันที่ 3 มี.ค.65 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) รับหนังสือจาก นายวีรวิชญ์ พีรยศพัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบ กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ภายหลังได้รับเรื่องรายงานจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องเงินขาดบัญชี และพบการทุจริต จำนวน 9,129,229 บาท เมื่อปี 2561 โดยนายวีรวิชญ์ กล่าวว่า ตนได้เข้าปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลสตึกเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งที่ผ่านมากรณีดังกล่าวได้มีการตรวจสอบหาข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องในเทศบาลฯ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร อีกทั้งมีการประวิงเวลาในการส่งเอกสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ จนเมื่อตนเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลสตึก จึงได้กำชับติดตามให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ให้กับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดบุรีรัมย์ จึงทราบว่ามีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 61 มาแล้ว ขณะเดียวกันตนได้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ขอให้ทบทวนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้ออกคำสั่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับเรื่องดังกล่าว และเมื่อสอบถามกลับพบข้อพิรุธหลายประการ อาทิ วิธีสั่งจ่ายเงินไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน จ่ายเงิน ฝากเงิน เก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จนถึง พ.ศ.2561 ทำให้เกิดความเสียหายหลายครั้งเป็นจำนวนมาก จึงตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าว ไม่น่าจะเกิดจากการกระทำของคนเพียงผู้เดียว จึงขอให้กมธ.ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขกรณีดังกล่าวให้คลี่คลายด้วย ด้านพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะเร่งนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณากมธ.ป.ป.ช. พร้อมกับจะเชิญบุคคลผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อไป