“สุพจน์” เผยแผนรับมือวิกฤตพลังงาน-อาหาร จ่อออกมาตรการ 1 ก.ค. แย้มอาจหยิบ " พรบ.มั่นคง" มาใช้ ยันไม่ซ้ำซ้อน สภาพัฒน์ฯ

การเมือง23 มิ.ย. 2565 • 05:42 น.
“สุพจน์” เผยแผนรับมือวิกฤตพลังงาน-อาหาร จ่อออกมาตรการ 1 ก.ค. แย้มอาจหยิบ " พรบ.มั่นคง" มาใช้ ยันไม่ซ้ำซ้อน สภาพัฒน์ฯ

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 23 มิ.ย. 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เตรียมการหารือเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร หลังสถานการณ์โควิดและเหตุความรุนแรงระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อเศษฐกิจโลก ว่า วิฤติโควิด และความรุนแรงระหว่างรัสเซีย ยูเครน ส่งผลกระทบเศษฐกิจทั่วโลก ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ สินค้าราคาแพง พลังงานราคาสูง ซึ่งหน่วยงานทางเศษฐกิจที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เป็นห่วงคือการเตรียมความพร้อมรองรับอนาคต เบื้องต้นการประเมินสถานการณ์ถือเป็นหน้าที่ของ สมช.อยู่แล้ว ไม่ว่าสงครามยูเครน-รัสเซีย จะยุติเมื่อใด สั้นหรือยืดเยื้อ แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้ว เราจึงต้องมาคิดว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยมีอะไรบ้าง เป็นเจตนารมณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ และสั่งให้ตนดำเนินการ 

โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศษฐกิจเข้าหารือแล้ว และจะนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกันเพื่อประเมินสรุปเป็นแผนสำหรับอนาคตทั้งระยะเร่งด่วน ปานกลาง และระยะยาว โดยระยะเร่งด่วน เราจะดูภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะลอตัวและถดถอย มีผลกระทบกับประชาชนอย่างไร ถือเป็นความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหาร 

ทั้งนี้ปัจจัยที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือผู้บริโภคกับผู้ผลิต ซึ่งเราต้องร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย ระหว่างนี้เรากำลังพูดคุยเพื่อจัดระบบ ติดตามประเมินผล และทำข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คาดว่าจะมีข้อสรุปออกมาวันที่ 1 ก.ค. หากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง 

“สมช.มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร ผมทำงานภายใต้สมช. ผมเป็นเลขาฯสมช. และเป็นประธานคณะกรรมการเตรียมพร้อมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเกิดประเด็นอะไรที่กระทบความมั่นคง คณะกรรมการชุดนี้สามารถหยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้ อนาคตอาจมีการตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อติดตามและทำข้อเสนอให้รัฐบาล” พล.อ.สุพจน์ กล่าว 

เมื่อถามว่ารูปแบบการทำงานของสมช.จะอยู่เหนือกระทรวงพลังงานหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่าไม่เหนือเป็นการทำงานคู่ขนาน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำข้อมูลให้รัฐบาล 

เมื่อถามว่า สมช.จะเสนอกฎหมายอะไรหรือไม่เพราะที่ผ่านมากระทรวงพลังงานข้อความร่วมมือเอกชนไม่ได้ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า เสนอเป็นแนวทางได้แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายที่มีและอำนาจตามกระทรวงที่รับผิดชอบ 

เมื่อถามว่าจะเสนอใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่าพ.ร.บ.ความมั่นคงจะใช้เมื่อมีความจำเป็นซึ่งน่าจะอยู่ในแผน

เมื่อถามว่าการดำเนินการตรงนี้จะทับซ้อนกับ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)หรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า ไม่ซ้ำซ้อน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. สภาพัฒน์ก็มานั่งคุยกัน แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็นำข้อมูลมาประเมินเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต 

เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่านายกฯไม่ไว้ใจรมว.พลังงาน จึงต้องให้ สมช.มาดูใช่หรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบ แต่เรื่องดังกล่าวถือเป็นหน้าที่ของสมช.อยู่แล้ว ถึงแม้จะยังไม่กระทบถึงเส้นที่เรามองว่ากระทบความมั่นคง นายกฯมีนโยบายให้เตรียมความพร้อม