“ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย” ล้อมวงคุยเอสเอ็มอี “เศรษฐา” ยันกระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้น ศก.ท้องถิ่น

การเมือง10 เม.ย. 2566 • 20:01 น.
“ทีมเศรษฐกิจเพื่อไทย” ล้อมวงคุยเอสเอ็มอี “เศรษฐา” ยันกระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้น ศก.ท้องถิ่น

ทีมเศรษฐกิจ - ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เพื่อไทย ล้อมวงคุยเอสเอ็มอี ‘เศรษฐา’ ยันกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บ.หวังกระตุ้น ศก.ท้องถิ่น รับมีทั้งเสียงชื่นชมและวิจารณ์ ขอ ปชช.อย่าหวั่นไหวพรรคอื่นด้อยค่า อ้อนเลือกเพื่อไทยทั้งคน ทั้งพรรค ให้แลนด์สไลด์

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 10 เม.ย.66 พรรคเพื่อไทย นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ​​ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)  นายวราวุฒิ ยันต์เจริญ กรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กทม.พรรคเพื่อไทย นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านการคมนาคม พรรคเพื่อไทย นายอุเมสนัส ปานเดย์ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย  พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตคลองเตย เขตวัฒนา เบอร์ 11, นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) เบอร์ 13,  นายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9 ได้พบปะผู้ประกอบการ SME ณ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ซอยพัฒนาการ 35  กรุงเทพมหานคร พร้อมล้อมวงคุยในหัวข้อ “สวนหลวง-ประเวศ แลนด์สไลด์ สะเทือนถึงดวงดาว ปลดปล่อยศักยภาพเศรษฐกิจไทย” โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขา เช่น ผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว  , ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม , อสังหาริมทรัพย์ ,ประกันภัย, E-sport ,Startup, E-Commerce & Social Commerce  ร่วมหารือ แลกเปลี่ยน ตั้งคำถามในนโยบายต่างๆ กับพรรคเพื่อไทยอย่างคึกคัก

ทั้งนี้นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท สำหรับคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ได้รับความชื่นชมจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก  และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง  หากพรรคการเมืองอื่นๆ ด้อยค่านโยบายนี้  ขอพี่น้องประชาชนอย่าหวั่นไหว เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เมื่อได้จัดตั้งรัฐบาล กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเข้าถึงพี่น้องประชาชนที่เข้าเกณฑ์แน่นอน

นายเศรษฐา เน้นย้ำว่า การใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่อาศัยตามบัตรประชาชนภายใน 6 เดือน   โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน กระจายความเจริญออกไปทุกหัวระแหงของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการใช้จับจ่ายอย่างรวดเร็ว  หากในบ้านมีคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป มากกว่า 1 คน คูณตามจำนวนคน สามารถนำไปสร้างงาน สร้างอาชีพได้

“พรรคเพื่อไทยคิดใหญ่ ทำเป็น และเราทำได้ ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเยอะ เรื่องเศรษฐกิจไม่ต้องห่วง พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรเพียบพร้อม ขณะที่เรื่องจิตใจ สังคม อิสระภาพ ซึ่งพี่น้องให้ความสำคัญ พรรคเพื่อไทยไม่เคยละทิ้งเรื่องนี้ เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพ การเกณฑ์ทหาร ที่เรามีนโยบายเกณฑ์ทหารสมัครใจ เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ต้องการไปประกอบอาชีพอื่นๆ หลังจากผ่านการเกณฑ์ทหาร เราให้ความสำคัญกับทุกความต้องการของพี่น้องประชาชน” นายเศรษฐา กล่าว

ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน คือ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน  การรณรงค์เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ได้จัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างรายได้  ประชาชนกินดี อยู่ดี  ให้ทุกคนอยู่ได้อย่างแข็งแรง  เพื่อเศรษฐกิจของประเทศ   นอกจากกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นเสมือนการปั๊มหัวใจของประชาชน  เรายังมีนโยบายอื่นๆ เพื่อฟื้นคืนความสง่างามของประเทศไม่ให้รั้งท้ายอาเซียนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น

ทั้งนี้ตัวแทนจากผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ และประชาชนได้ทยอยสอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพรรคเพื่อไทย ในประเด็นต่างๆ เช่น

1.พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านเนื้อหา หรือคอนเทนต์อย่างไร ซึ่งนายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) เบอร์ 13 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์อย่างเป็นระบบผ่าน องค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นมา ชื่อ THACCA ซึ่งจะพัฒนาระบบ และบูรณาการทุกอย่าง ครบไว้ที่นี่

2.พรรคเพื่อไทยจะนำเอาเทเลเมดิซีนมาใช้ในวงกว้างอย่างไร ซึ่งนายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9  พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีการนำเทเลเมดิซีนมาใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการนำมาปรึกษาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น และจะ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น

3.พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอย่างไร  ซึ่ง ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ​​ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาการค้า การส่งออก มีการให้ความสำคัญน้อยลง ไม่มีการเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ ประเทศไทย เป็นประเทศแรกที่เปิดการค้าเสรี แต่มาระยะหนึ่งไม่มีใครให้ความสนใจ  จนทำให้เวียดนามแซงหน้าไป  พรรคเพื่อไทยมาจะนำพาการลงทุนเข้าประเทศ  ส่งออกให้มากขึ้น  และส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

4.พรรคเพื่อไทยจะมีการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ในปี 2566 อย่างไร

นพ.พรหมินทร์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในปัญหาที่พรรคเพื่อไทยจะเข้าไปแก้ไขเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น  เช่น ปัญหาบุคลากรตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินนานาชาติไม่เพียงพอ จนทำให้ผู้โดยสารต่างชาติไม่ได้รับสะดวกต้องรอ 3-4 ชั่วโมง  สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยเพิ่มบุคลากรจัดการที่ ตม. เปิดบริการสนามบินนานาชาติ ซึ่งมี 8 แห่ง ต้องเปิดให้ครบ

“เราจะไม่กอดกฎหมาย  เงินมารออยู่หน้าประตูแล้ว เราจะจัดการให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น” นพ.พรหมินทร์ กล่าว