“นายกฯ” ถอดเข็มน้ำเกลือแล้ว เผย กพช. ยังไม่เคาะค่าไฟ วอนภาคอุตสาหกรรมอย่าขึ้นราคาสินค้า ยันไม่ได้ใช้งบฯทิ้งทวนใกล้ลต.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มี.ค. 66 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ครั้งที่ 2/2566 โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินจากตึกไทยคู่ฟ้า มายัง ตึกภักดีบดินทร์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันมารับไหว้สื่อมวลชนที่อยู่บริเวณทางเชื่อม ซึ่งผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าที่มือข้างซ้ายของนายกฯ ไม่มีเข็มที่สำหรับใส่ยาฆ่าเชื้อแล้ว แต่มือด้านขวายังคงใส่เผือกอ่อน และสวมARM-SLING หรืออุปกรณ์ช่วงพะยุงแขน อยู่เพื่อประคองมือที่เจ็บ
จากนั้นในเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า วันนี้ที่ประชุม กพช. หารือในหลายเรื่อง โดยเฉพาะทำอย่างไรจะทำให้มีการปรับพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ให้มีการขยายกำลังการผลิตในเรื่องของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่น เพราะมีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเรื่องของโลกร้อน ขยะ เพื่อนำกลับมาเป็นพลังงาน ให้สอดคล้องกับแผนพลังงานของเรา ในการลดพลังงานฟอสซิลลง นอกจากนั้น ได้มีการหารือถึงการบริหารภายในเรื่องของการดูแลเกี่ยวกับค่าไฟฟ้าต่างๆ
“ก็พยายามจะไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนในทุกกลุ่ม การดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อยก็ยังมีความจำเป็น ในส่วนของราคาพลังงานก็อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ต้องการทำให้ใครเดือดร้อนทั้งสิ้น แต่ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารอย่างระมัดระวังที่สุด ถ้าเราบริหารไม่ถูกต้องหรือไม่ดีก็จะมีปัญหาระยะยาวในวันข้างหน้า ซึ่งผมยืนยันและได้ให้แนวทางไปแล้ว ว่าจะต้องทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุดหรือไม่เดือดร้อนเลย ถ้าสถานการณ์มันดีขึ้น สถานการณ์โลกดีขึ้น
วันนี้เรายังมีความเป็นห่วงกังวล ในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของต่างประเทศ เพราะส่งผลกระทบกับเรา อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ารัฐบาลทำอย่างเต็มที่แล้ว เมื่อสักครู่ได้พูดคุยกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ กระทรวงการคลัง นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้เราถือว่าเราทำได้ดีมากพอสมควร และถือว่าดีมากด้วยซ้ำไปถ้าเทียบกับหลายๆ ประเทศ ก็ขอให้ประชาชนเข้าใจ และร่วมมือกับรัฐบาลบ้างก็แล้วกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมไม่ได้พิจารณาและพูดถึงเรื่องของค่าก๊าซธรรมชาติ และก๊าซหุงต้ม มีแต่มีการพูดถึงพิจารณาเรื่องของค่าไฟฟ้า
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม กพช. ได้มีการพิจารณาเรื่องการตรึงราคาค่าไฟฟ้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาตรการใดที่เราเคยทำไว้แล้วเราก็จะทำต่อเนื่อง ซึ่งเช้าวันเดียวกันนี้ก็มีข่าวว่าราคาค่าไฟฟ้าจะพุ่งไปถึง 4 บาทกว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น
“ มันนิดๆนิดหน่อยๆก็ต้องช่วยกันบ้าง ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็จะต้องใช้เงินเดือนละเป็นหมื่นๆล้านบาท ก็ขอความเข้าใจด้วยก็แล้วกัน เราก็พยายามทำให้เต็มที่เพื่อไม่ให้ระยะยาวมันมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตด้วย และไม่อยากสร้างภาระให้กับรัฐบาลใหม่ นี่คือความในใจของนายกรัฐมนตรีเป็นแบบนี้ ไม่อยากสร้างภาระ ใครจะเป็นรัฐบาลผมก็ถือว่าทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน วันหน้าใครจะเป็นก็ต้องดำเนินการกันต่อไป วันนี้ทุกเรื่องทำเพื่ออนาคตทั้งสิ้น อยากจะบอกพวกเรา อะไรที่มีความจำเป็นก็เอาเข้ามาพิจารณาเพื่อเป็นการเริ่มต้นก่อน หลายอย่างพอเป็นรัฐบาลรักษาการมันทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ต้องไปรอรัฐบาลหน้า ดังนั้นวันนี้อะไรที่เริ่มศึกษาได้ก่อน ก็ต้องริเริ่มไว้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของภาคเอกชน หากไม่สามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้ ก็จะทำให้ต้นทุนการผลิตต่างๆสูงขึ้น ประชาชนก็จะได้รับผลกระทบ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องขอร้องกัน วันนี้รัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และดูแลภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่แล้ว และได้มีการพูดคุย และหารือกันไปบ้างแล้ว ทุกคนก็โอเค บางอย่างก็ต้องนึกถึงผู้ที่มีรายได้น้อย หรือกลุ่มเปราะบางก็ต้องดูแลกัน ตรงนี้ต่อเดือนใช้เงินเป็นหมื่นๆล้านบาท ก็ดูแลกันอย่างเต็มที่แล้ว ในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ก็ต้องขอร้องกัน ว่าอย่าขึ้นราคาสินค้าอะไรเลย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่ารัฐบาลทิ้งทวนงบประมาณ เพื่อใช้ในการเรียกคะแนนก่อน จากหลายๆมาตรการในขณะนี้ ทั้งค่าป่วยการอาสาสมัคร (อสม.) รวมทั้งการเพิ่มค่าตอบแทนขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในช่วงใกล้เลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ทิ้งทวนอะไร พร้อมกล่าวว่า ความจริงเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่งในส่วนของ อสม. เป็นเรื่องที่เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลพิจารณา และเสนอเข้ามา แต่การใช้จ่ายงบประมาณก็เป็นเรื่องของวันข้างหน้า ซึ่งก็ต้องจัดหางบประมาณให้เพียงพอ วันนี้เราต้องพูดถึงงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ก็ต้องมีการเสนอแผนการใช้จ่ายงบประมาณของปี 2567 ที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาในสภาอีกครั้ง นี่ถือเป็นแค่หลักการที่ผ่านความเห็นชอบ
“และเรื่องเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ใคร ทำให้ประชาชนด้วยกันนั่นแหละ ซึ่งก็ต้องดูปริมาณงานของเขาเมื่อมีความเหน็ดเหนื่อย ก็ต้องพิจารณาให้ เท่านั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว