“ดร.สามารถ” พบสมาคมคลองไทย รับข้อเสนอมอบ “จุรินทร์” พิจารณาต่อ
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 62 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในการพบปะกับตัวแทน 3 กลุ่ม ประกอบด้วยสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนาภาคใต้ 5 จังหวัด ประกอบด้วยกระบี่ พัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง และจังหวัดสงขลา สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย และสมาคมชาวปักษ์ใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ ดร.สามารถได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า ในฐานะที่ได้ทำงานด้านการคมนาคมขนส่งมาหลากหลายประเภททั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย เวลานี้ประเทศไทยให้ความสำคัญเรื่องการขนส่ง คมนาคม และโลจิสติกส์มาก แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟ รถไฟฟ้า แต่สำหรับทางน้ำดูเหมือนยังให้ความสำคัญน้อยไป ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางบก ทางอากาศได้ แต่เรื่องทางน้ำยังเป็นรองอยู่ในอาเซียน แต่การขุดคลองไทยขึ้นมานั้น ไม่สามารถทำแต่เฉพาะคลองไทย แต่จะต้องมีโครงการอื่นๆ เข้ามาผนวกด้วย เพราะคลองไทยนั้นจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC - Southern Economic Corridor) อันจะเป็นต่อยอด และสานต่อโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Southern Seaboard) ซึ่งจะต้องดูไปถึงรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงที่ไปสู่ภาคใต้ มอเตอร์เวย์ จะทำเฉพาะคลองไทยอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ด้วย
พร้อมกันนี้ ดร.สามารถ ให้ข้อสังเกตว่า หากสร้างคลองไทยขึ้นมา ก็จำเป็นจะต้องคำนึงถึงจำนวนเรือที่จะมาใช้บริการ ทั้งเรือไทย และเรือต่างชาติ เพราะปริมาณเรือจะเป็นตัวชี้ถึงความคุ้มทุนในการลงทุนโครงการ ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าล้านล้านบาท นอกจากนี้ยังต้องดูไปถึงสินค้าในเรือด้วย ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกถึงตำแหน่งต้นทาง – ปลายทาง และเส้นทางเดินเรือในการขนส่งสินค้าดังกล่าวจะผ่านช่องแคบใด ซึ่งจะสามารถนำมาใช้มาเปรียบเทียบกับระยะทางหากเดินทางผ่านคลองไทยจะย่นระยะทาง และระยะเวลาไปได้มากน้อยเพียงใดอีกด้วย
จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาภาคใต้ โดยเฉพาะเรื่องการขุดคลองไทยสรุปได้ว่า ต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมผลักดันให้มีการศึกษาความเป็นไปได้โดยสภาพัฒน์ฯ และขอให้สนับสนุนให้มีการตั้ง คกก.วิสามัญ เพื่อทำการศึกษาเรื่องนี้ควบคู่ไปด้วย โดย ดร.สามารถ ได้กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คัดค้านในเรื่องนี้ และยินดีรับข้อเสนอทั้ง 2 ข้อ โดยจะขอนำไปปรึกษากับหัวหน้าพรรค รวมทั้งจะให้คำแนะนำในการตัดสินใจต่อไป