เช็กท่าทีทัพเรือ งัดขัอกลาโหม สู้เพื่อเรือดำน้ำจีน
แม้ว่า สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม จะแถลงต่อหน้าสื่อยุติโครงการต่อเรือดำน้ำจีนลำแรก แล้ว ตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ในระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพเรือ แล้ว
แต่จนบัดนี้ ยังไม่มีความ คืบหน้า ถึงเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง สุทิน จะได้ไปคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนและนายกรัฐมนตรี หลึ่ เฉียง ของจีนมาแล้ว ก็ตาม
แม้ว่า นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะ สั่งการให้กองทัพเรือตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจากับทางจีน แต่เจรจาก็ไม่คืบหน้าเท่าใดนัก เหตุเพราะ บริษัท CSOC ของจีน ที่ต่อเรือดำน้ำ ไปแล้ว ครึ่งลำไม่ต้องการให้ กองทัพเรือไทยเปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต ขณะที่กองทัพเรือก็ไม่สามารถทำอะไรได้
จนเกิดกระแสข่าวว่ากองทัพเรือก็ไม่ต้องการที่จะเปลี่ยนเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกตจีน โดยยังต้องการเรือดำน้ำจีนอยู่ โดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จีน CHD 620 แทน MTU 396 ของเยอรมัน
จนที่สุด พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. ถือฤกษ์วัดกองทัพเรือ 20 พฤศจิกายน 2566 แถลงยืนยัน ว่า ทร. ตัองการเดินหน้า เพื่อให้มีเรือดำน้ำให้ได้ เพราะมิติใต้น้ำเรายังบกพร่อง เรือดำน้ำเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์
พร้อมเปิดข้อมูลว่า การกำหนดความต้องการตามTOR กำหนดว่าเป็นเครื่องยนต์ระบุ 16V 396 SE84-GB31L โดยเขียนรวมๆ ว่า เราต้องการ Diesel generator set ในขณะที่จีนเสนอ MTU 396 ผลิตในจีน ขณะนั้นจีนยังคงได้ลิขสิทธิ์ในการผลิตจากเยอรมันในการใช้งาน และการส่งออก จึงเซ็นสัญญากัน ยืนยันว่า ณ วันนั้นไม่มีฝ่ายใดบกพร่อง
พร้อมออกตัวว่า ต้องกราบขอโทษประชาชน ที่กองทัพเรือไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะหลังที่ตนรับหน้าที่ได้ทำหนังสือถึงจีนขออนุญาตเปิดเผยข้อมูลในสัญญาบางส่วนได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำหนังสือ
ที่สำคัญคือ ระบุว่า กองทัพเรือส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุด ชี้ขาดว่า 1.การปรับแก้เครื่องยนต์เป็นสาระสำคัญหรือไม่ 2.การจะเปลี่ยนเรือดำน้ำ ที่บอกว่าเปลี่ยนได้ๆ มีขั้นตอนยังไงกันแน่ และ 3.อนุมัติให้แก้ไขเครื่องยนต์ อำนาจอยู่ที่ใคร
แม้ว่าทางกลาโหม จะให้กรมพระธรรมนูญพิจารณา แล้วก็ตาม แต่เพื่อความถูกต้อง ชัดเจน หลังจากมีกระแสข่าวว่ากองทัพเรือต้องการสู้และพยายามอีกครั้งที่จะเดินหน้าเรือดำน้ำจีนโดยใช้เครื่องยนต์จีน
จึงไม่แปลกที่ พล.อ.อะดุง จะระบุว่า เขาต่อมาครึ่งลำแล้ว การจะไปขอยกเลิกหรือเปลี่ยนอะไรไม่ใช่เรื่องง่าย และการจะเปลี่ยนเป็นเรือผิวน้ำก็เป็นอีกบริษัทหนึ่ง ถ้าเป็นบริษัทเดียวกัน ก็ยังพอเข้าใจกันได้ขอให้รอเวลา
ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีแรงกดดันจากบ้านป่ารอยต่อฯ เพราะโครงการนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้ง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ผลักดันเอาไว้ จนเซนสัญญา แล้วต่อมาหลายปี จนเกิดปัญหาที่เยอรมันไม่ขายเครื่องยนต์ให้
อีกทั้งอดีตผู้บัญชาการทหารเรือหลายคนก็ต้องการให้กองทัพเรือต่อสู้เพื่อให้เดินหน้าตรงกลางเรือดำน้ำจีนต่อไป
แต่ท้ายที่สุดหากไม่ได้ ก็มีการต่อรองให้เป็นเรือประเภทอื่นไปเอาเรือฟรีเกตกองทัพเรือมีแผนในการต่อเรือฟริเกตใหม่อยู่แล้ว
ผู้บัญชาการทหารเรือ จึงระบุว่างบประมาณนี้เป็นในส่วนของกองทัพเรือกองทัพเรือขอที่จะใช้ในการจัดซื้ออาวุธและควรเป็นคนพิจารณาเองว่าควรเป็นเรือผิวน้ำแต่ยังระบุว่าเป็นเรือฟริเกต
ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณแรกจากกองทัพเรือที่แสดงให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเห็น ปฏิกิริยา ที่สะท้อนว่า ทร. ไม่ต้องการทำตามใบสั่ง
“หน้าที่ซื้อเรือดำน้ำให้ได้ เราไม่มีหน้าที่ที่จะมาบอกว่าเปลี่ยนเป็นเรืออื่น เพราะตามระเบียบการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 ให้เงินมาซื้อเรือดำน้ำต้องได้เรือดำน้ำ” ผบ.ทร. กล่าว
จนทำให้ ถูกจับตามองว่านี่เป็นปฏิกิริยาแรกของเหล่าทัพ ที่มีขึ้นหลังรัฐบาลใหม่ นายกใหม่ และ รมว.กลาโหม ใหม่พลเรือน