ชวนนัด15 สค.ปลุกผีกม.ลูก
3 ปปิดห้องคุย บิ๊กป๊อก ลั่นมาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจลุงป้อม ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกฯ "พี่ใหญ่" ปัดสายตรงสั่ง"เด็กพปชร."โดดประชุมสภา "พรเพชร" สาบานไม่ได้รับใบสั่งปิดประชุม โกหกขอให้วิบัติ ด้าน"ชวน" นัดประชุมรัฐสภาถกกม.ลูกอีกรอบ 15 ส.ค. ลุ้นเส้นตาย 180 วัน ขณะที่สมาคมทนายความฯ ให้ บิ๊กตู่ลาออก หลังอยู่ครบ 8 ปี
ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ส.ค.65 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมครอบครัว โดยมีคนใกล้ชิดอาทิ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 77 ปี และทำบุญให้กับบรรพบุรุษ
จากนั้นได้เดินทางมายังที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ เปิดให้คนใกล้ชิด ทหาร ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการ เข้าอวยพร พร้อมมอบของที่ระลึกให้ผู้ร่วมงานเป็นอุปกรณ์ชงกาแฟด้วยมือ แก้วกาแฟสแกนหน้าพล.อ.ประวิตร และผ้าฝ้าย และขอความร่วมมือสื่อไม่ให้บันทึกภาพ
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้เดินทางมาอวยพรพล.อ.ประวิตรพร้อมนำภาพวาดไก่มามอบให้เป็นของขวัญภายในห้องรับรอง โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมอยู่ด้วย และใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางออกจากห้อง
ทั้งนี้ นักข่าวได้ขอพล.อ.ประวิตร ถ่ายภาพ 3 ป. ซึ่งพล.อ.ประวิตร ตอบว่า ได้ซิ แต่เป็นจังหวะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินแยกวงขึ้นรถไปก่อนหน้านี้ ทำให้มีแค่รูปพล.อ.ประวิตรและพล.อนุพงษ์เท่านั้น โดย พล.อ.ประวิตร โอบเอวพล.อ.อนุพงษ์ และพูดว่า ไม่มีหรอกทะเลาะกัน พร้อมชี้มือมาที่สื่อ โดยระบุว่า "ก็มีแต่พวกเรานี่แหละ เขียนให้ทะเลาะกันทุกวัน วันเกิดไม่อยากได้อะไร นอกจาก อยากให้สื่อถามน้อยๆ"
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลขนกรณีมีกระแสข่าวโทรศัพท์สายตรงถึง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เข้าร่วมประชุมสภา เมื่อวานนี้ พร้อมกับย้อนถามกลับว่า "ฉันโทรที่ไหน ประชุม สมช.ทั้งวันจนถึง 4โมงเย็น"
สำหรับบรรยากาศภายในงาน มีบุคคลสำคัญอาทิ คณะของกระทรวงมหาดไทย นำโดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ,นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,คณะของดีอีเอส นำโดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ,คณะของกระทรวงศึกษาธิการ นำโดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ,นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นต้น นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐ ได้นำเค้กอวยพรที่เป็นรูปแผนที่ประเทศไทยและมีหุ่นจำลองของพล.อ.ประวิตร
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.หาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.ประวิตร ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็บอกว่าไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นมีอะไร ยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร100 อีกด้วย เมื่อถามว่า มองว่าพล.อ.ประวิตรอายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ตนพูดก็จะกลายเป็นประเด็นอีก เมื่อถามอีกว่า มีโอกาสหรือไม่หากประเมินจากสุขภาพ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า พูดง่ายๆท่านก็ยังทำไหว ก็คงถือว่าดีที่ท่านจะทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่พล.อ.ประวิตรจะรับไม้ต่อจากพล.อ.ประยุทธ์อีก 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ถึงกับอุทานว่า "โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรงๆ คงไม่ใช่" เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าพล.อ.ประวิตรไปพร้อม พล.อ.ประยุทธ์มาด้วยกันไปด้วยกันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า แน่นอน ถูกต้อง
เมื่อถามถึงการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่รู้จริงๆ ใครจะตอบได้ พูดไปไม่ได้ และเป็นประเด็นกฎหมายทั้งหมด จะไปวิเคราะห์หรือให้ความเห็นไม่ได้ออกมาอย่างไรก็ตามผู้มีอำนาจหน้าที่คือศาลรัฐธรรมนูญ หากทำใจให้ได้อย่างนั้นนั้นก็จบ ซึ่งเราไม่รู้และไม่มีหน้าที่ ดังนั้นผลการพิจารณาออกมาอย่างไรก็ต้องเชื่อมั่นในระบบก็จะจบ เมื่อถามว่า ได้มีการเตรียมแผนรองรับหากผลตัดสินศาลรัฐธรรมนูญออกมาหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มี และเมื่อถามย้ำว่าต้องมีทายาท 3 ป.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ต้องมี เมื่อถามว่า ส่วนตัวไม่สนใจลงเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ไม่
ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา แถลงถึงกรณีสภาล่มในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่) พ.ศ.. ว่า การนับองค์ประชุมด้วยเครื่องครั้งแรกมีส.ส.เข้าร่วมประชุม 367 คน เกิน 3 คน แต่มีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยขอให้นับองค์ประชุมใหม่โดยการขานชื่อ โดยอ้างว่ามีการเสียบบัตรแทน จากนั้นได้มีการขอให้ขานชื่อใหม่ ยืนยันว่าเป็นเอกสิทธิ์ตามข้อบังคับ ตนพิจารณาแล้วเห็นว่าหากปล่อยให้มีการถกเถียงกันจะยุติได้ยาก และเห็นว่าการนับองค์ประชุมเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่ามีสมาชิกรัฐสภาบางส่วนอยากให้ลากพ.ร.ป.ดังกล่าวออกไป ซึ่งจะครบ 180 วัน ในวันที่ 15 ส.ค. และหากจะทำให้พ.ร.ป.ฉบับนี้ตกไป โดยไม่เข้าประชุมจะเป็นการทำหน้าที่โดยไม่ชอบ ตนเห็นว่ามีน้อยมากหรือไม่มีเลยที่สมาชิกรัฐสภาจะไม่เข้าเป็นองค์ประชุมเพื่อให้ร่างกฎหมายตกไป ตนจึงดำเนินการให้สมาชิกนับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ผลปรากฎว่าสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม 403 คน แต่เมื่อถึงการลงมติในมาตรา 24/1 ก็มีสมาชิกแสดงตนไม่ครบ ขาดประมาณ 20 คน วิธีการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสมาชิกไม่แสดงตนโดยมีวัตถุประสงค์ให้ร่างกฎหมายตกไป
สำหรับการพักการประชุม 2 นาทีนั้น ตนนั่งประชุมมาเกือบ 4 ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจะต้องนั่งประชุมไปอีกนานเท่าไหร่ จึงต้องหาโอกาสที่เหมาะสมในการเข้าห้องน้ำ จึงพักการประชุม แต่มีบางสื่อกล่าวหาว่าตนพักการประชุมเพื่อไปรับคำสั่งหรือโทรศัพท์หาผู้ใด
ขณะเดียวกัน นายพรเพชร ได้หยิบพระจากเสื้อด้านในและพนมมือขึ้น พร้อมกล่าวว่า ผมขอสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปบูชาของผมและพระสยามเทวาธิราชที่ประดิษฐานประจำสภาแห่งนี้ว่า กิจกรรมที่ผมไปห้องน้ำมีเพียงปัสสาวะอย่างเดียวเท่านั้น และรีบกลับมาทันที หากผมทำตามที่ถูกกล่าวหาขอให้ความวิบัติจงมีกับผมตลอดไป ผมไม่สาบานแต่เรื่องนี้ต้องสาบาน เพราะเรื่องนี้จะไม่จบ ผมไม่ถือสากับคนที่ลงข่าวทำให้ผมเสียหาย และผมไม่ติดใจใครที่ว่าผมและไม่ต้องมาขอโทษผม แต่ท่านที่รู้ข้อเท็จจริงและยังใส่ความบิดเบือนผมว่าผมไปทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พระสยามเทวาธิราชของอาคารที่ดินผืนนี้คงจะได้ตอบสนองความทุกข์ยาก ให้แก่ผู้ที่พูดไม่จริงบนแผ่นดินของรัฐสภา ทั้งนี้ ผมจะไม่ฟ้องร้องสื่อและไม่เคยฟ้องร้องใคร"
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์สภาล่มที่ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และถูกประชาชนตำหนิจำนวนมาก ว่า ต้องตำหนิคนที่ทำให้สภาล่ม ตนและพรรคภูมิใจไทยอยู่ร่วมประชุมรัฐสภาตลอด เมื่อถามว่า มีส.ส.บางคนมาลงชื่อเข้าร่วมประชุม แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่อยู่ มองว่าเป็นเพราะอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้แทนทุกคน
ผู้สื่อข่าถามว่า ได้ยินกระแสที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐฮั้วกับพรรคเพื่อไทย เพื่อต้องการทำให้สภาล่ม และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จะได้พิจารณาไม่แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา 180 วัน และตกไปในที่สุด นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ได้ยิน เพราะในส่วนของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีใครมาติดต่ออะไร เนื่องจากเราแสดงจุดยืนชัดเจน ส่วนความรับผิดชอบของเขาต่อใคร ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าเห็นว่าผิดประชาชนก็ไม่เลือกกลับมา
เมื่อถามว่า เรื่องกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตอนนี้ถือว่าหมดโอกาสที่จะไปต่อแล้วใช่หรือไม่ เพราะพรรคเล็กยังต้องการให้มีการนัดประชุมเพิ่มก่อนวันที่ 15 ส.ค. นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้จะทำได้หรือไม่ แต่พรรคภูมิใจไทยทำตามกติกา เมื่อมีการแก้กติกาของรัฐธรรมนูญให้เป็น 2 ใบ เราก็รับหลักการแล้ว ส่วนจะหาร 100 หรือ หาร 500 ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง พรรคเราพร้อม จะหารแบบไหนก็ได้
ด้าน นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะทำงานประธานรัฐสภา แถลงถึงการดำเนินการต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.หลังจากนี้ ว่า ถ้าพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 กำหนดให้กลับไปใช้ร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอมา คือสูตรหาร 100 ดังนั้นในนามประธานรัฐสภาซึ่งได้พูดเสมอว่ารัฐสภารับใช้สภาและพี่น้องประชาชน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จึงกำหนดให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 15 ส.ค.นี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่ารัฐสภาภายใต้การนำของประธานรัฐสภา ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะพิจารณากฎหมายให้แล้วเสร็จ ส่วนองค์ประชุมหากไม่ครบอีก สมาชิกจำเป็นต้องรับผิดชอบการกระทำ และตอบคำถามสังคม แต่ในส่วนของรัฐสภาต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่
ทั้งนี้จะออกหนังสือเชิญประชุมช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับที่ต้องออกหนังสือเชิญก่อน 3 วัน ทั้งนี้ 12.30 น.ของวันนี้ นายชวนได้นัดประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือถึงกรอบร่วมกัน นอกจากนี้ทางฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาได้ตรวจสอบข้อบังคับการประชุมแล้วว่ากรอบ 180 วัน จะสิ้นสุดเที่ยงคืนของวันที่ 15 ส.ค.
วันเดียวกัน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย โดยมีข้อความระบุว่า ครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์จะได้ไปต่อหรือไม่? เนื้อหาระบุว่า เหตุผลสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจจากประชาชน คือ เพื่อการปฏิรูปทางการเมืองและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงมีการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 บังคับเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 โดยมีหลักการสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิรูปการเมือง เพราะการที่บุคคลใดอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองนานเกินไป จะก่อให้เกิดการสะสมอำนาจด้วยตำแหน่งหน้าที่ อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการทุจริตได้
แม้จะมีการถกเถียงถึงการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วครบ 8 ปี เมื่อใด ได้แก่ 1. เริ่มนับตั้งแต่ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังการยึดอำนาจ เมื่อปี 2557 ( 24 ส.ค.57) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.65 นี้ 2.เริ่มนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ใช้บังคับ (6 เม.ย.60) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 6 เม.ย.68 3.เริ่มนับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 (9 มิ.ย.62) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 9 มิ.ย.70 ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การนับระยะเวลาดังกล่าวต้องพิจารณาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า นายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินกว่า 8 ปี ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ประกอบกับในบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ที่มีบทบัญญัติรับรองและสนับสนุนกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (6 เม.ย.60) เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่
ดังนั้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.57 (ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้) จึงถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายใต้บังคับการนับระยะเวลาตาม มาตรา 158 วรรคท้ายและบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ด้วย ทำให้พล.อ.ประยุทธ์จะดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.65นี้ ฉ