พปชร.จี้ “วิรัช” ไขก๊อก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อนคนอื่นขึ้นประคององค์ประชุมสภาฯ ชี้เสียงเดียวก็มีความหมาย

การเมือง17 ธ.ค. 2565 • 20:06 น.
พปชร.จี้ “วิรัช” ไขก๊อก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อนคนอื่นขึ้นประคององค์ประชุมสภาฯ ชี้เสียงเดียวก็มีความหมาย

พปชร.จี้ “วิรัช” ไขก๊อก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อนคนอื่นขึ้นประคององค์ประชุมสภาฯ ชี้เสียงเดียวก็มีความหมาย หลังสภาฯล่มหนล่าสุดขาดแค่ 1 เสียง

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐถึงสถานการณ์ที่มี ส.ส.ลาออกจากตำแหน่งในช่วงปลายสมัยสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้เป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการควบคุมองค์ประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมี นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และเดิมทีก่อนที่จะมีปรากฎการณ์ ส.ส.ลาออกเป็นจำนวนมากนั้น การควบคุมเสียงของวิปรัฐบาลก็มีปัญหามาโดยตลอด จนเกิดเหตุการณ์สภาฯล่มหลายต่อหลายครั้งอยู่แล้ว

ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ในสภาฯที่ปฏิบัติหน้าที่ได้เหลือเพียง 439 คน แบ่งเป็น พรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค รวม 192 คน และพรรคร่วมรัฐบาล 16 พรรค รวม 247 คน โดยมีองค์ประชุมกึ่งหนึ่งคือ 220 คน นอกจากนั้นยังพบว่า มี ส.ส.ที่หยุดปฏิบัติหน้าที่ซึ่งไม่ได้นับเป็นองค์ประชุมในปัจจุบันรวม 8 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชารัฐ 3 คน, พรรคเพื่อไทย 2 คน, พรรคภูมิใจไทย 2 คน และพรรคเศรษฐกิจไทย 1 คน

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐระบุด้วยว่า ในระดับแกนนำพรรคได้มีการหารือเพื่อวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สภาฯล่ม ตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้กำชับการทำหน้าที่ ส.ส.ทั้งของพรรคพังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล ในการรักษาองค์ประชุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์สภาฯล่มซ้ำซาก จนอาจเป็นเงื่อนไขนำไปสู่การยุบสภาก่อนเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ระดับแกนนำพรรคยังได้วิเคราะห์ถึงแนวทางการป้องกันสภาฯล่ม โดยเฉพาะในกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่ตามปกติพรรคฝ่ายค้านจะบอยคอตไม่ร่วมแสดงตนในที่ประชุมสภาฯเพื่อเป็นการประท้วง โอกาสที่การประชุมสภาฯจะดำเนินการต่อไปได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากวิปรัฐบาลต้องรวบรวมเสียง ส.ส.ให้ได้ถึง 220 คน จากจำนวนเต็มของฝ่ายรัฐบาลที่มีอยู่ 247 คน ซึ่งเท่ากับว่าทุกเสียง ส.ส.ล้วนแล้วแต่มีความหมาย อย่างเหตุการณ์สภาฯล่มครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.65 ที่ปรากฎว่า องค์ประชุมขาดเพียงเสียงเดียว เนื่องจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กดบัตรซ้ำกับการขานชื่อแสดงตน รวมทั้ง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก็ลืมกดบัตรแสดงตน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในพรรคพลังประชารัฐมองว่า เสียง ส.ส.เพียงเสียงเดียวมีความหายอย่างยิ่ง และเห็นว่า ในส่วนของ ส.ส.ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สามารถช่วยเพิ่มเสียงให้กับฝ่ายรัฐบาลได้ โดยเฉพาะในรายของ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ที่ถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ หาก นายวิรัช ตัดสินใจลาออก ก็สามารถเลื่อนลำดับผู้สมัครในลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่แทน ขณะที่ ส.ส.ที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่รายอื่นเป็น ส.ส.เขต หากลาออกช่วงนี้ ก็จะไม่มีผล เพราะไม่มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เข้ามาแทน

“ถ้าท่านวิรัชลาออก แล้วเลื่อนคนที่ทำหน้าที่ได้ขึ้นมาแทน แม้จะเป็นเสียงเดียวแต่ก็ช่วยเรื่ององค์ประชุมสภาฯได้ อีกทั้งเป็นช่วงปลายสมัยประชุมแล้ว ท่านวิรัช ก็ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง ส.ส.เพื่อเอกสิทธิ์คุ้มครองกรณีต้องขึ้นศาลต่อสู้คดีแต่อย่างใด อีกทั้งตระกูลรัตนเศรษฐก็เพิ่งได้ อาจารย์วลัยพร รัตนเศรษฐ ขึ้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ คนใหม่ หลังจากที่รัฐมนตรีชัยวุฒิ (ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ลาออกจาก ส.ส.เพื่อเปิดโอกาสให้อาจารย์วลัยพร ซึ่งถือเป็นผู้มีความรู้ความสามารถได้ทำหน้าที่ ส.ส..แล้วด้วย” แหล่งข่าวในพรรคพลังประชารัฐ ระบุ

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า แม้ว่าในการประชุมสภาฯช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไม่เกิดเหตุการณ์องค์ประชุมไม่ครบจนสภาฯล่มอย่างที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง แต่ก็มีสัญญาณชี้ให้เห็นว่า การควบคุมองค์ประชุมสภาฯเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างในการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะมี ส.ส.ลงชื่อครบตามจำนวนกึ่งหนึ่งของสภาฯ เพื่อให้เปิดการประชุมได้ แม้ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะร่วมลงชื่อด้วยก็ตาม และเป็นที่สังเกตว่า ระยะหลัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มักต้องออกปากของความร่วมมือ ส.ส.ที่ยังอยู่ในตำแหน่งร่วมทำหน้าที่เพื่อผลักดันภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ยังคั่งค้างอยู่เป็นจำนวนมากให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนที่สิ้นสุดสมัยประชุมของสภาฯชุดนี้.