“พีระพันธุ์” ก้าวออกจากปชป.สู่ตึกไทยคู่ฟ้า

การเมือง20 ธ.ค. 2562 • 17:10 น.
“พีระพันธุ์” ก้าวออกจากปชป.สู่ตึกไทยคู่ฟ้า
มติครม.เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 แต่งตั้ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ภายหลังจากที่เขาเพิ่งลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และมีอันต้องพ้นสภาพส.ส.บัญชีรายชื่อไปโดยอัตโนมัติ โดยที่เจ้าตัวเผยว่า หลังลาออกเพียง 2 วัน นายกฯก็ได้ให้คนใกล้ชิดโทรศัพท์ติดต่อมาชวนร่วมงานด้วย ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องการเข้าไปทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ไม่ขอยุ่งเรื่องการเมือง “พีระพันธุ์” ยังตอบข้อถามของผู้สื่อข่าวที่ถามถึงสาเหตุที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเพราะมีปัญหากับใครในพรรคหรือไม่ว่า “ไม่ได้มีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ออกมา” อย่างไรก็ดี “พีระพันธุ์” ถือเป็นบิ๊กเนมในพรรคประชาธิปัตย์ เป็นมือกฎหมายคนสำคัญ การเดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ ถือเป็นอดีตแคนดิเดตผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 2 แล้วที่ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ โดยก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านั้นเพียง 3 สัปดาห์ ไปเข้าสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ที่กำลังถูกจับตาว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองใดในอนาคต กระนั้น การลาออกของ 2 อดีตแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ทำให้แกะรอยปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภายหลังจากศึกชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ทั้งกลุ่มของพีระพันธุ์ และกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์นั้น ไม่ได้รับการจัดสรรตำแหน่งใดๆทางการเมือง แม้แต่ตำแหน่งภายในพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนรอยร้าวที่บาดลึกภายในพรรค เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมาภายหลังการเลือกหัวหน้าพรรค สมาชิกของกลุ่มที่พ่ายแพ้ต่อการเลือกตั้ง ก็มักจะได้ตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคแต่ไม่ใช่สำหรับครั้งนี้ สำหรับ “พีระพันธุ์” ปัจจุบันเขามีอายุ 60 ปี เป็นบุตรของพลโทณรงค์ สาลีรัฐวิภาค อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์และเจ้ากรมการพลังงานทหาร เป็นหลานพระยาสาลีรัฐวิภาค (สงวน ไนคีตะเสน) จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล สำเร็จปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโททางด้านกฎหมายอเมริกันทั่วไปและกฎหมายเปรียบเทียบจากมหาวิทยาลัยทูเลน สหรัฐอเมริกา เป็นอดีตผู้พิพากษาและข้าราชการตุลาการมาก่อน ก้าวเข้าสู่การเมืองโดยลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตห้วยขวาง ดินแดง ในปี พ.ศ. 2539 ร่วมทีมกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ส่วนบทบาทในสภา ฯ ของ “พีระพันธุ์” เป็นไปในทางการตรวจสอบการทุจริต โดยเคยนั่งเก้าอี้ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในช่วงปี พ.ศ. 2544-2548 มีผลงานสำคัญคือการสอบสวนการทุจริตค่าโง่ทางด่วน 6,200 ล้านบาท