“บิ๊กตู่” แนะเด็กใช้กูเกิล บ่นเปิดทีวีเจอการเมืองทำปวดหัว ย้ำวางยุทธศาสตร์ 20 ปี หวังเยาวชนสานต่อ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.พ.66 ที่ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “การเป็นยุวทูตคุณธรรมขับเคลื่อนกิจกรรมในการพัฒนาสังคมไทยและสังคมโลก” โดยกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
โดยนายกฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า วันนี้โลกเราเปลี่ยนไปเยอะ มีเทคโนโลยีเข้ามามากขึ้นและมีปัญหามากมาย ทั้งโรคอุบัติใหม่ เทคโนโลยีและดิจิทัลต่างๆ ฉะนั้นเราต้องปรับตัวให้สอดคล้อง ลุงก็พยามปรับตัวเหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่าคนแก่ไม่รู้เรื่อง เรามีการทำงานที่ครบถ้วนในระบบการบริหาร ซึ่งตนก็บริหารมาหลายปี หลายคนอาจจะไม่ชอบหน้าบ้าง ชอบบ้าง แต่ลุงตั้งใจจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เรื่องความยากจนและความเหลื่อมล้ำมีทุกประเทศเพราะเป็นเรื่องของประชาธิปไตยและเรื่องของการค้าเสรีมันคือปัญหาที่มีทั้งคุณทั้งโทษ แต่ระบอบประชาธิปไตย การค้าเสรี ก็อาจจะอาจดีกว่าระบบอื่น เมื่อเราเป็นประชาธิปไตยก็ต้องทำแบบของเราให้ดีที่สุด ความมั่งคั่ง จะทำให้ทุกคนรวยทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าทุกคนพัฒนาไปวันหน้าจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างน้อยคือการอยู่รอดปลอดภัยใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป
นายกฯ กล่าวต่อว่าสิ่งสำคัญคือความรู้คุณธรรมและจริยธรรม ผสมเรื่องของศาสนาด้วยหิริโอตตัปปะ ทำอะไรไม่ดี ทำสิ่งชั่วๆ ต้องมีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป ไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ ว่าทำอะไรดีหรือไม่ดี ปกปิดยังไงก็อยู่ในใจเรา ลุงก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ที่จะไม่ตกไปตรงนั้น พยายามทดสอบตัวเองอยู่เสมอความต้องการต่างๆเราอย่าไปเบียดเบียนคนอื่น อย่าไปทำอะไรที่ไม่สุจริต มันก็สบายใจ มันก็พูดกับใครได้เต็มปาก การที่เรามีชีวิตอยู่ในวันนี้ลุงรู้ว่ามันไม่ง่าย ทั้งนี้ประเทศและประชาชนจะดีขึ้น ประกอบด้วยแผ่นดิน พื้นน้ำ ประชาชน จึงจะเรียกว่าประเทศ ประเทศเราอาจจะโชคดีที่ไม่มีภูเขาไฟ ไม่ได้อยู่ใกล้รอยแตก หรือรอยเลื่อนมากนัก อาจจะมีพื้นที่ภาคเหนือบ้าง แต่ยังไม่มีผลกระทบกับเรา แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดผลกระทบอะไรในวันข้างหน้า อย่าประมาท
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันก่อนแผ่นดินไหวที่ตุรกี เสียชีวิตไปเกือบ 20,000 คน แต่คาดว่าเยอะกว่านี้นี่คือสิ่งที่โลกเตือนเรา ส่วนเรื่องฝุ่น PM 2.5 หลายคนบอกว่าทำไมไม่แก้ ตนก็สั่งการไปแล้วประเทศไทยถือว่าโชคดีที่สุด ที่ไม่ได้อยู่ในรอยเลื่อนและมีดินแดนที่เป็นแผ่นดินดี น้ำดี ดินดีถือว่าดีกว่าหลายประเทศและเราเป็นประเทศที่เหมาะสมกับการเกษตรเป็นอาชีพหลักของประชาชน
นายกฯ กล่าวต่อว่า ขวานเคยพูดแล้วว่าต้องมีด้าม เราต้องให้ความสนใจภาคใต้ จะทำอย่างไรให้การบริหารสถานการณ์ดีขึ้น ขอให้เข้าใจด้วยหลายคนบอกว่าใช้อำนาจ ลุงก็บอกไปว่า เบื่อการใช้อำนาจเราอยากได้ความร่วมมือไม่ต้องบังคับ ต้องมีจิตใจที่อยากจะช่วยในการทำงาน เพราะทุกคนคือส่วนหนึ่งในสังคม ไม่ใช่ไปขัดแย้งอะไรกัน มันไม่ได้ แน่นอนต้องมีอะไรที่ไม่ถูกใจเราบ้าง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างเวทีวันนี้ที่ส่งมาถึงลุง ที่ส่งถึงรัฐบาลต่อๆ ถ้าเราเปิดตั้งแต่วันนี้ ลุงไม่เคยไปรังเกียจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรักลุง ไม่รักลุงก็ช่าง แต่อยากให้รักประเทศไทยของเรา โลกมันเปลี่ยน มีความคิดทั้งของคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ซึ่งเราเป็นคนรุ่นเก่าต้องเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ให้ได้ วันนี้ขอชื่นชมเด็กๆ ผู้ใหญ่ต้องเรียนรู้เด็ก และเด็กต้องเรียนรู้ผู้ใหญ่ เราถึงจะไปกันได้ ต่อให้ลุงหรือรัฐบาลสั่ง ถ้าพวกเราไม่เห็นด้วยก็ไปไม่ได้ ที่ผ่านมารัฐบาลพยามยามทำทุกเรื่อง ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลยมีแผนงานทั้งหมด ลุงไม่โทษใคร เพียงแต่เราต้องช่วยกันเท่านั้นเอง
“อะไรไม่รู้ก็เข้าไปดูในกูเกิล ลุงเองก็เข้าไปดู อะไรที่จำไม่ได้ก็ต้องไปดู เราเข้าไปดูก็จะรู้ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ข้อมูลมีทั้งหมด
โดยเฉพาะ ถ้าอยากรู้ว่าส่วนราชการเป็นอย่างไร สามารถเปิดเข้าไปดูได้ทุกอย่างมีข้อมูลทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเข้าไปดูมักไม่มีใครเข้าไปดู เพราะเป็นเรื่องของวิชาการจนคนไม่สนใจ ส่วนใหญ่ไปคิดเร็วๆแบบพวกเรา เจอก็ต้องหาคนรับผิดชอบก่อน เป็นเรื่องที่ถูก แต่ก็ต้องดูว่าเขาทำอะไรกันไปแล้วบ้าง จะต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าทำแล้วจะได้เลยมันไม่ง่ายนักหรอก เราต้องเตรียมตัวสู่โลกใบใหม่ ลุงเองก็พยายามปรับตัวตรงนี้ อย่าหาว่าลุงโบราณ วันนี้ไม่ใช่แล้วก็พยายามปรับตัวตรงนี้อยู่ ทุกอย่างขอให้ดูสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรที่สนุกสนาน ลุงไม่ว่า เป็นวัยของเรา แต่ก็ให้เปิดกูเกิลดูอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างแม้แต่ในโทรทัศน์เป็นเรื่องการเมืองมาก ลุงก็ไม่ดูปวดหัว แต่ดูอะไรที่มีความก้าวหน้า หลายช่องมีเรื่องความรักความสามัคคี การพัฒนาต่างๆมีเยอะไปหมด อะไรที่สร้างแล้วทำให้เป็นภาระคนอื่น มันไม่ใช่ ลุงว่ามันเหนื่อย มันเป็นความทุกข์ที่เราต้องช่วยแก้ ซึ่งรัฐบาลพยายามทำอยู่แล้ว บางทีลุงก็ทำไม่ไหว ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า บ้านเมืองเราดีกว่าที่อื่นเยอะ บางประเทศอยู่กันแบบหนาวเหน็บทั้งคน ทั้งปลายืนแข็งด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็สามารถอยู่ได้ ยิ้มแย้มแจ่มใส ประเทศไทยสบายกว่าเขาเยอะ เหลือเพียงอย่างเดียวคือ เราจะพัฒนาตัวเองได้อย่างไร นี่ตนก็ทำไม่ไหว ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน จึงอยากทำความเข้าใจตรงนี้ ดังนั้นเราต้องพัฒนาไปด้วยกัน โดยมียุทธศาสตร์ชาติ จะทำอย่างกรที่จะมีแนวคิดหลักการทำงานให้ต่อเนื่องที่ลุงเขียนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ใช่จะอยู่ 20 ปีแต่ 20 ปีเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องทำ ให้รัฐบาลต่อไปทำต่อ ถ้าเขาเห็นว่าไม่ดีก็ ให้ปรับเปลี่ยน
นายกฯ กล่าวว่า ที่ลุงพูดมาทั้งหมด ลุงก็คาดหวังว่าถ้าลุงแก่กว่านี้ หรือลุงตายไปแล้ว ลุงก็จะกลับมาดู ไม่รู้เป็นวิญญาณจะกลับมาได้หรือไม่ เพราะพวกสายมู หมอดู หมอเดา เยอะไปหมด ก็ไม่เป็นไรอะไร นี่คือไทยๆของเรา เพราะฉะนั้น ต้องกลับมาดูของเรา นี่คือเยาวชนของชาติที่เป็นอนาคตและต้องการคนดี คือทำเพื่อคนอื่นและทำเพื่อเขาด้วย ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน อยู่ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรม มันเหมือนกันทุกคน ถ้าไม่ทำผิดก็ไม่โดน หากเราไม่เคารพกฎหมายต่างคนต่างไม่เคารพ มันก็ตีกันหมด นี่แหละกฎหมายที่มีนี่คือความเท่าเทียมกัน ฉะนั้นมันมีผลกระทบอย่างอื่นไม่ได้ มันมีอยู่แค่นี้ ถ้าผิด ไม่ผิดก็ไปต่อสู้กันตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้นเอง ไม่ใช่เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ตนว่ามันไม่ใช่ มันอยู่ที่ส่วนประกอบหลายอย่าง สิ่งสำคัญนอกจากเป็นคนดี คนเก่ง และต้องเป็นคนที่มีคุณภาพ คือมีประโยชน์ต่อสังคม ครอบครัว ไม่ใช่มองอะไรแล้วติติ่งไปหมด หาคนว่า หาคนรับผิดชอบ
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นก็ปวดหัวและพยายามแก้ ถ้าสังเกตดูสมัยก่อนมีทำไมไม่ดังแบบนี้ไม่มีแบบนี้ เพราะปัจจุบันมีโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ดี ลุงไม่เคยปิดกั้นอะไรเลย ทุกวันนี้ติดคุกกันเป็นแถว สมัยก่อนดูมันน้อยกว่านี้ สมัยลุงตู่ดูทำไมมันเยอะขึ้น ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปหมด วันนี้คนชั่วออกมาเยอะขึ้น และถูกดำเนินคดีหมด ถ้าบอกว่าแต่ก่อนไม่มี มันจะไม่มีได้อย่างไร มันมีมาตลอดแต่มันเงียบ แต่วันนี้มันดัง เพราะมีโซเชียลมีเดียและพวกเราช่วยดู ก็ลงโทษไปไม่เช่นนั้นมันรวนไปหมด ทั้งนี้ เรื่องประวัติศาสตร์ มีทั้งประวัติศาสตร์ที่ดีและไม่ดีที่ต้องเรียนรู้ เพราะอาจจะมีตรงที่ไม่ดี แต่อย่าไปทำอีก นำมาเป็นบทเรียน ไอ้พวกทรยศบ้านเมืองก็มี ไส้ศึกก็มี พวกนี้เขาสอนมาให้เป็นบทเรียน ฉะนั้นการสอนประวัติศาสตร์ต้องสอนแนวใหม่ ส่วนเรื่องมวยไทยของเรา ก็คือมวยไทยอย่าไปทะเลาะอะไรกับเขามากของเราของเรามันสุดยอดอยู่แล้ว
“ฝากทุกคนเป็นคนที่มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม และในบทบาทของการสนับสนุนสภาเด็กและเยาวชนให้ร่วมกันรณรงค์สร้างความเข้าใจ จัดกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมเป็นสังคมเชิงบวก ถ้ายังเชิงลบแบบนี้ มันอยู่กันไม่ได้ ผมสะดวกแบบนี้ ไม่ได้เตรียมมาที่พูดมา ถือเป็นโอกาสที่ดี ได้เจอพวกเราอย่าเพิ่งเบื่อลุง นานๆจะได้คุยกัน และลุงก็คุยคนเดียวอยู่ตอนนี้ นายกฯมีงานทั้งวัน ถ้าลุงไปเสียสมาธิกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ลุงทำงานไม่ได้ แต่วันนี้ดีใจได้พบคนในห้องนี้ ขอให้ช่วยกันสร้างเครือข่ายให้ลุง อะไรไม่ดีให้คิดและช่วยกันแก้ แต่ก่อนจะด่าว่าใครให้เปิดกูเกิลดูเสียก่อน ลุงก็ทันสมัยเหมือนกัน ครูกรู เปิดไปเจอหมด และ ให้อ่านอะไรของราชการนั่นคือสิ่งที่เป็นหลักการ ถ้าพูดอย่างเดียว สั่งอย่างเดียวมันทำไม่ได้ต้องมีหลักการและมีแผน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน นั่นคือระบบบริหารของเรา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ในการขับเคลื่อนบางทีมีปัญหาตรงนั้นตรงนี้ เรื่องเร่งด่วน มันเกิดขึ้นแต่เรื่องพื้นฐานต้องเดินตามนี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แต่อำนาจอีกส่วนหนึ่ง อำนาจนิติบัญญัติ อยู่ในสภา ส.ส.ในสภามีอำนาจทางนิติบัญญัติ ซึ่งลุงจะไปยุ่ง ก้าวล่วงกับเขาไม่ได้ มันคนละอำนาจกัน และอีกอันอำนาจตุลาการ 3 อำนาจ คือกระบวนการตามรัฐธรรมนูญตามประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่ ถ้าอะไรเสริมกันได้ก็เสริม ถ้าขัดแย้งกันหมดก็ไปไม่ได้ทั้งหมด แต่ตรงนี้จะไปอยู่กับเขาตุลาการ ชื่อก็น่ากลัว ลุงไม่ได้เกี่ยวข้อง ถ้าไม่ทำความผิดก็ไม่เจอ ลุงไม่เกี่ยวข้อง ไม่พยายามก้าวล่วงเขาให้เขาทำหน้าที่ มันจะได้สงบ ไม่ฉะนั้นมันก็วุ่นวายแบบนี้ ถ้าทุกคนไม่ทำตามหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะสภาฯ บริหารนิติบัญญัติ หรือตุลาการต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด บ้านเราก็ดี เราอย่าไปทำอะไรที่ไม่ดี ไม่งาม ไม่ถูกต้องจะได้ไม่ต้องไปเดือดร้อนกับใครเขา
ในช่วงท้าย ตัวแทนจากสภาฯเยาวชนได้กล่าวขอบคุณ พร้อมกล่าวคำผญาว่า “พี่น้องเอ๋ย ให้เฮาฮักกันคือข้าวเหนียวนึ่งใหม่ อย่าสิเทแตกม้าง คือน้ำถืกข้าวเหนียว (แปลว่าขอให้รักกันอย่างหอมหวานเหมือนกับข้าวเหนียวที่นึ่งใหม่ อย่าปล่อยให้เกิดความแตกแยกเหมือนน้ำที่ถูกข้าวเหนียว จะแยกออกเป็นเม็ดๆ) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุอีกครั้งว่าตนก็เป็นคนอีสานเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการปาฐกถาวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามปรับการพูดของตัวเอง จากที่ผ่านมาจะแทนตัวเองว่านายกฯ แต่วันนี้พยายามแทนตัวเองว่า “ลุง” ซึ่งนอกจากจะเป็นการมาพูดกับเยาวชนแล้วส่วนหนึ่งทางทีมงาน และพล.อ.ประยุทธ์เองเกรงว่าจะติดปากในการแทนตัวเองว่า”นายกฯ ช่วงที่ลงพื้นที่หาเสียงแล้วจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง