วิป 3 ฝ่ายเคาะเวลาถกกม.ลูก 2 ฉบับลงตัว ด้าน ส.ว.จัดติวเข้ม 10 ร่างเกรงมีวาระซ่อนเร้น

การเมือง20 ก.พ. 2565 • 08:55 น.
วิป 3 ฝ่ายเคาะเวลาถกกม.ลูก 2 ฉบับลงตัว ด้าน ส.ว.จัดติวเข้ม 10 ร่างเกรงมีวาระซ่อนเร้น
วิป 3 ฝ่ายเคาะเวลาพิจารณากม.ลูก 2 ฉบับลงตัว นัดประชุมร่วม 24-25 ก.พ.ก่อนปิดสมัยประชุม ด้าน ส.ว.จัดติวเข้ม 23 ก.พ. 10 ร่างมีวาระซ่อนเร้น เอื้อพรรคการเมืองมากกว่าปชช.หรือไม่ วันที่ 20 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ฐานะประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งมีส.ส.เข้าชื่อเสนอรวม 10 ฉบับ ได้แก่ ร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่...) พ.ศ... จำนวน 4 ฉบับ แบ่งเป็นของคณะรัฐมนตรี เสนอ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะเสนอ และ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่...) พ.ศ... จำนวน 6 ฉบับ แบ่งเป็น เสนอโดย ครม., นพ.ชลน่าน, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ, ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล, นายพิธา และนายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ และคณะ เป็นผู้เสนอโดยพิจารณา ในวันที่ 24 - 25 ก.พ.โดยจะเริ่มเวลา 09.00 - 21.00 น.ของทั้ง 2 วัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ วิปวุฒิ วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน เพื่อจัดสรรเวลาในการประชุม และมีข้อสรุปคือ ผู้เสนอร่างพ.ร.ป. จำนวน 5 ชั่วโมง, ส.ว. 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมรัฐบาล 6 ชั่วโมง, พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 ชั่วโมง และ ประธานในที่ประชุม 1 ชั่วโมง รวมเวลา 24 ชั่วโมง และมีแนวทางการพิจารณา คือ รับหลักการ และตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน จำนวน 49 คน แบ่งเป็นครม. 8 คน,ส.ว. 14 คน และ ส.ส. 27 คน. อย่างไรก็ตามในส่วนของส.ว. นั้น มีประเด็นที่ต้องหารือถึงเนื้อหาและสาระที่ส.ส.เสนอโดย นายจเด็จ อินสว่าง ส.ว. เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 ก.พ.จะมีการจัดสัมมนาเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว โดยมี ตน,นายสมชาย แสวงการ, นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, นายวันชัน สอนศิริ และ นายกล้านรงค์ จันทิก ส.ว. เพื่อพิจารณารายละเอียดว่ามีประเด็นใดที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย และจะดูว่ามีบางอย่างซุกซ่อนไว้ เป็นประโยชน์ประชาชนหรือไม่ หรือเพื่อเป็นประโยชน์กับพรรคหนึ่งพรรคใด หรือเป็นเรื่องที่ทำลายหลักการ เพื่อส่วนรวมหรือไม่ ส่วนการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับนั้น เป็นเอกสิทธิของส.ว.