"โฆษกทร." เปิดไทม์ไลน์ "2 ทหารเรือ" ติดโควิด สั่งกักตัวกว่า 30 ราย เข้าข่ายเสี่ยงสูง ตั้งกก.สอบ ถ้าพบละเลยมาตรการรัฐ-กองทัพ จ่อลงโทษ
วันที่ 13 เม.ย.64 พล.ร.อ.เชษฐา ใจเปี่ยม โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวนายทหารเรือติดเชื้อโควิด-19 จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ และเดินทางไปทอดผ้าป่าที่นครพนม โดยไม่มีการป้องกันรวมทั้งต้นสังกัดไม่ได้กำกับดูแลนั้น กองทัพเรือขอชี้แจงว่า การจากสอบสวนทีมสอบสวนโรคของกรมแพทย์ทหารเรือ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา นายทหารของกรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาเอก ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวเป็นร้านอาหารพร้อมดนตรีสดในย่านเอกมัย ชื่อร้านเดอะ คลาสเซ็ตต์ มิวสิค บาร์ ร่วมกับเพื่อนภายนอกกองทัพ ในวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างเวลา 21.26 – 24.00 น. จึงได้เดินทางกลับไปโรงแรมบุญสิริ เพลส ณนนบูรณศาสตร์ เขตพระนคร หลังจากนั้นในระหว่าง 27 มี.ค. – 7 เม.ย.ได้ดำเนินชีวิตตามปกติ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ได้รับทราบจากเพื่อนภายนอกที่ไปเที่ยวด้วยกันว่า ติดโควิด จึงได้ไปตรวจหาเชื้อที่ โรงพยาบาลสมเด็จปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ในวันที่ 9 เม.ย. และทราบผลตรวจว่าติดเชื้อโควิด จากนั้นวันที่ 10 เม.ย.ได้เข้ารักษาตัวที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
พล.ร.อ.เชษฐา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของนายทหารของกรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาตรี ได้ไปสถานที่ท่องเที่ยวเป็นผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา ชื่อ ดูไบ เมื่อคืนวันที่ 2 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 21.00 – 01.00 น. โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ได้เดินทางไปทำงานปกติจนกระทั่งเวลา 10.00 น. ได้รับการแจ้งจากเพื่อนคนหนึ่งที่ไปเที่ยวด้วยกันว่า ติดเชื้อโควิด จึงได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชา เพื่อมากักตัวเฝ้าดูอาการของตนเองภายในห้องพัก คอนโดมิเนียมย่านบางนา ต่อมาในวันที่ 7 เม.ย. เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว แต่ยังไม่ไปพบแพทย์ จนกระทั่งวันที่ 8 เม.ย. อาการไม่ดีขึ้น จึงได้ตัดสินใจไปพบแพทย์โดยขับรถส่วนตัวไปยังโรงพยาบาลปิยะเวท เพื่อให้แพทย์สอบถามอาการ ประวัติความเสี่ยง ตรวจหาเชื้อโควิด หลังจากนั้น จึงได้ขับรถส่วนตัวเดินทางกลับมายังห้องพัก เพื่อกักตัวรอผลการตรวจต่อไป และต่อมาในวันที่ 9 เม.ย. ทางโรงพยาบาลปิยะเวท ได้แจ้งผลการตรวจว่า ติดเชื้อโควิด ได้ส่งรถมารับ และส่งเข้ารับการรักษาต่อยังโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
พล.ร.อ.เชษฐา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นายทหารทั้ง 2 นาย ได้รายงานไทม์ไลน์ให้กรมอุทกศาสตร์ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดทราบแล้ว ทั้งนี้ ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน COVID – 19 ทหารเรือได้สั่งการให้ กรมแพทย์ทหารเรือจัดทีมเข้าสอบสวนโรคต่อกำลังพลของกรมอุทกศาสตร์ เพื่อทำการคัดกรองผู้มีความเสี่ยงสูง ซึ่งผลการสอบสวนและคัดกรองปรากฏว่ามีผู้มีความเสี่ยงสูงจำนวน 30 นาย และได้รายงานผลการสอบสวนให้ ศูนย์ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน COVID – 19 ทหารเรือทราบ และได้สั่งการให้กลุ่มคนมีความเสี่ยงสูงดังกล่าว เดินทางไปกักตัวเฝ้าดูอาการ ณ อาคารรับรองสัตหีบ ตั้งแต่ 12 เม.ย. – 23 เม.ย. ซึ่งปัจจุบันผู้มีความเสี่ยงสูง 27 นาย ยกเว้นกำลังพล 3 นาย ที่ขออนุญาตกักตัวอยู่ที่ภูมิลำเนาต่างจังหวัด และในส่วนของผู้ที่มีความเสี่ยงสูงอีก 3 นาย ขออนุญาตกักตัวอยู่ที่ภูมิลำเนาต่างจังหวัด ได้แก่ นครพนม อุตรดิตถ์ และ สุราษฎร์ธานี เนื่องจากทั้ง 3 นาย ได้ขออนุญาตหน่วยต้นสังกัดเดินทางกลับต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมภูมิลำเนาบ้านเกิด
พล.ร.อ.เชษฐา กล่าวด้วยว่า ส่วนนายทหารของกองทัพเรือ ในสังกัด กรมอุทกศาสตร์ ชั้นยศนาวาเอก เดินทางไปร่วมงานทอดผ้าป่าที่จังหวัดนครพนม และทราบภายหลังว่าติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 เม.ย.นั้น โดยในวันที่ 8 เม.ย. ได้รับประทานอาหารกับผู้ติดเชื้อ (ทานแค่ผลไม้) ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ขอตัวเนื่องจากต้องเดินทางออกต่างจังหวัด หลังจากทราบว่า ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้มีเชื้อโควิด โดยในวันที่ 10 เม.ย. อสม.ได้เข้ามาสอบถามประวัติ ถ่ายรูป วัดอุณหภูมิ ตามขั้นตอน และวันที่ 11 เม.ย. ได้เดินทางไปร่วมงานถวายผ้าป่า ที่วัดศรีจำปา บ้านซ่ง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม (นั่งอยู่ข้างนอก ที่โล่งแจ้ง ไม่ได้เข้าไปในพระอุโบสถ) และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา จากนั้นได้กักตัวอยู่ที่บ้านพักตลอดเวลา เพื่อสังเกตอาการ โดยมี อสม.มาตรวจสุขภาพ โดยในวันเดียวกันนี้ทาง สาธารณสุขจังหวัดนครพนม ได้ทำการเก็บตัวอย่างเพื่อหาเชื้อโควิด ซึ่งจะทราบผลภายใน 48 ชั่วโมง
“กองทัพเรือขอแสดงความเสียใจในการที่กำลังพลของกองทัพเรือได้มีส่วนทำให้มีการแพร่เชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้นและจะตั้งกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีการละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาลและกองทัพเรือแล้ว จะดำเนินการลงโทษโดยไม่ละเว้น” พล.ร.อ.เชษฐา กล่าว