แผนซ้อนแผน! ดีลลับกว่า ดีลตรง “ทักษิณ”

การเมือง7 ก.ค. 2566 • 16:15 น.
แผนซ้อนแผน! ดีลลับกว่า ดีลตรง “ทักษิณ”

การโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เป็นสัญญาณบางประการทางการเมือง ที่สะท้อนให้เห็นว่า กำลังจะมีการผสมพันธุ์ทางการเมือง แบบข้ามขั้วอำนาจเกิดขึ้น

จากที่จะเป็น สุชาติ ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ก็กลับกลายเป็น นายวันมูหะมัด นอร์มะทา จากหัวหน้าพรรคประชาชาติ

แม้จะเป็นที่รู้กันว่า ก็เป็นสายพันธุ์ของพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคสาขาส่วนแยกของพรรคเพื่อไทย แต่ก็ถือว่า เป็นการพลิก ความคาดหมาย

ตามมาด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เสนอชื่อ วิทยา แก้วภราดัย ชิงโหวต รองประธานสภาฯคนที่ 1 สู้กับตัวแทนของพรรคก้าวไกล แบบที่ข่าวไม่รั่วออกมาก่อนเลย แต่ก็ถือว่าเป็นการพลิกความคาดหมายในเรื่องการเดินเกม

งานนี้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครทสช. ต้องการแสดงให้เห็นว่า รทสช. ไม่สนับสนุน คนที่ได้รับการเสนอชื่อของพรรคก้าวไกลที่สังคมสงสัยเรื่องนโยบายแก้ มาตรา 112

แต่พร้อมๆกันนั้น ก็ถูกมองว่าเป็นเกมเช็คเสียง ของฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิมของ รทสช. พรรคของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่งมาแจ้งกับพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันว่าจะเสนอชื่อ วิทยาแข่ง ในตอนเช้า วันโหวตประธานสภาฯเท่านั้น

แต่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดรวมทั้งพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังคงลงคะแนนเสียง ให้ วิทยา

แต่ที่การเช็กเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติได้ผล คือได้เห็นการโหวตของ พรรคภูมิใจไทยของ อนุทิน ชาญวีรกูล เลือกที่จะงดออกเสียง

ที่ถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณไม่เอาพรรคก้าวไกล และในขณะเดียวกันก็ไม่สนับสนุนพรรครวมไทยสร้างชาติ

จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นการแสดงออกว่า จะไม่จับมือร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

แต่ก็ทำให้พรรคภูมิใจไทย ถูกจับตามองว่าการงดออกเสียง ไม่เลือก วิทยา เป็นสัญญาณที่พรรคภูมิใจไทย จะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ เพราะมีข่าวมาตลอดว่า อนุทิน ได้เคยพูดคุยกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้มีบารมีของพรรคเพื่อไทยมาแล้ว โดยสูตรอำนาจจะสนับสนุนให้ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

อีกทั้งมีข่าวว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อสายถึงสื่อมวลชนรุ่นใหญ่ ที่เคยทำข่าวกันมา ให้ช่วยสนับสนุน เศรษฐาด้วย แต่สูตรอำนาจของ พรรคภูมิใจไทยคือจะต้องไม่มีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาล

แต่ให้มีการจับตามองว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นหัวจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่พรรคก้าวไกลที่อาจเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล ก็อาจจะทำให้ พอมั่นใจได้ว่าจะควบคุมไม่ให้พรรคก้าวไกล แก้ไขมาตรา 112 เพราะ นายวันมูหะมัด นอร์มะทา ประธานสภาฯ ก็คงไม่นำการแก้ไขมาตรา 112 เข้าวาระการประชุมสภาฯแน่นอน

แต่ที่ผ่านมา อนุทิน ประกาศมาตลอดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคที่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112

เพราะฉะนั้นจึงมีการจับตามองกันว่าจะเป็นการร่วมรัฐบาลผสมข้ามขั้ว โดยมีพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร ร่วมด้วย

และเมื่อมีการโหวตนายกรัฐมนตรีในสภาฯก็เชื่อได้ว่า จุดยืนประชาธิปไตย จะทำให้พรรคก้าวไกลโหวตให้กับ เศรษฐา เมื่อรวมกับเสียงของพรรคภูมิใจไทยอีก 70 เสียงจึงเพียงพอที่จะปิดสวิตช์ส.ว. ได้

อีกทั้งมีกระแสข่าวว่า ทักษิณ ก็ไม่ยอมที่จะยกเก้าอี้นายกฯให้ พล.อ.ประวิตร แม้จะมีความพยายามในการเจรจาต่อรอง โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ เพราะก่อนหน้านี้นางสาวแพทองธารชินวัตรได้เคยประกาศ จุดยืน ไม่เอาลุง มาแล้ว

เพราะหากเลือกได้พรรคเพื่อไทยก็คงไม่ต้องการทั้งพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร และ โดยเฉพาะ พรรครวมไทยสร้างชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างแน่นอน แต่เพราะต้องการเสียงส.ว. มาร่วมสนับสนุนด้วย ก็อาจจำเป็น

แต่ก็เกิดข้อมูลใหม่ สะพัดออกมาว่านายทักษิณ ได้เจรจาตรงกับ คนสำคัญผู้มีบารมีในเมืองไทยที่ถูกเรียกว่ามีการ “ดีลตรง” โดยไม่ผ่าน พล.อ.ประวิตร หรือคนรอบกาย พล.อ.ประวิตร

จนมีข่าวว่า ทักษิณ จะไม่ให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ แต่อย่างมากคือ ยอมให้ร่วมรัฐบาลและให้เป็นรองนายก ควบ รมว. กลาโหมดูแลกองทัพเท่านั้น  แต่หาก พล.อ.ประวิตร ไม่ยอม ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงสมาชิกวุฒิสภาเพราะมีผู้สามารถกระซิบให้ช่วยโหวตให้กับนายเศรษฐาได้

จนเกิดข่าวลือ ซุปเปอร์บิ๊กดีลอีกครั้ง และในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 13 กรกฎาคม ก็คาดกันว่าฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จะเสนอชื่อแข่งกับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกของพรรคก้าวไกลอย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะหวังผลหรือไม่ก็ตาม แต่จะเป็นการเช็กเสียงครั้งสำคัญและจะสะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใดบ้าง ในฝั่งอนุรักษ์นิยม และให้จับตามองท่าทีของ พล.อ.ประวิตร หลังเพิ่งกลับจากลอนดอน

เกมการเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เกมการเมืองของฝ่ายนักการเมืองเท่านั้น แต่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องด้วย ทว่าเกมของใครจะมีชั้นเชิงซับซ้อนเหนือกว่าต้องจับตาดูกันต่อไป