“บิ๊กตู่”ปัดไทยส่งเสบียงกองทัพเมียนมา ยันเป็นเรื่องการค้าปกติ แจงต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่เกี่ยวสถานการณ์ประเทศเพื่อนบ้าน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีกองข้าวสาร 700 กระสอบที่อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน และมีการโยงในลักษณะไทยสนับสนุนกองทัพเมียนมาว่า ต้องเข้าใจว่าเรื่องการค้าขายเป็นปกติ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เขาเข้ามาซื้อในประเทศไทย ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการช่วยเหลือทางทหาร ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย แต่เป็นการสั่งซื้อของไทยไปฝั่งเมียนมา เพราะมีประชาชนเมียนมาที่อยู่ตามสันเขาหรือตามชุมชนต่างๆ 100 กว่าจุด ซึ่งเป็นมาหลายปี จึงต้องสร้างความเข้าใจ ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่ต้องแถลงชี้แจงอีก เพราตนพูดแล้ว กระทรวงกลาโหมและกองทัพก็พูด จึงขออย่าไปเปิดประเด็น
"อะไรที่ไม่เป็นปัญหา ทำไมต้องไปทำให้เป็นปัญหาก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ผมยืนยันความชัดเจนว่า ทหารไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนย้ายข้าวอะไรต่างๆ แต่เป็นเรื่องของพ่อค้าคนไปส่ง แล้วเขาก็มารับไปเท่านั้นเอง และผมได้พูดเรื่องมนุษยธรรมว่าเขาจะอยู่กันยังไงฝั่งโน้น เพราะสมัยก่อนอยู่กันสันเขาแล้วลงมาซื้อบ้านเรา ซึ่งเราก็ไม่อยากให้มีการข้ามแดนไปมาในลักษณะอย่างนี้ เป็นแบบนี้นานมาแล้วเป็น 10 ปี" นายกฯ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปถึง 2 เดือน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในเมียนมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยว แต่เกี่ยวเฉพาะเรื่องการบูรณาการและการใช้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐอื่นๆที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายปกติ เช่น การให้ทหารหรือตำรวจมาดูแลเรื่องสถานที่ควบคุมโรคหรือไปตรวจตามถนนหนทาง ซึ่งหลายหน่วยงานไม่มีกฎหมายตัวนี้ ดังนั้นย้ำว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการบูรณาการหน่วยงานต่างๆให้สามารถทำงานได้ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ระบุว่าจำเป็นต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ก่อน เพราะหน่วยงานเดียวคงไม่ไหวในการดูแลในพื้นที่ต่างๆ ตั้งด่านตรวจจุดสกัด รวมถึงการควบคุมชายแดนด้วย