"แพทองธาร" ชี้ "พปชร." ปิดดีลจับมือ "สร้างอนาคตไทย" ไม่กระทบ "เพื่อไทย" ให้ปชช.ชี้ขาดวันเลือกตั้ง

การเมือง28 ม.ค. 2566 • 05:47 น.
"แพทองธาร" ชี้ "พปชร."  ปิดดีลจับมือ "สร้างอนาคตไทย"  ไม่กระทบ "เพื่อไทย"  ให้ปชช.ชี้ขาดวันเลือกตั้ง

 

วันที่ 28 ม.ค. 2566 ที่เวทีปราศรัยใหญ่ เทศบาล อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ปราศรัยใน จ.หนองคาย ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. ยกจังหวัด 3 เขตเลือกตั้งว่า ตนจะกลับมาหาพี่น้องคนหนองคายอีกแน่นอน เพราะคนหนองคาย ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด แค่มาก็อุ่นใจแล้วตั้งแต่มาถึง วันนี้มาพลังเต็มที่ในการปราศรัย

เมื่อถามถึงกรณีพรรคสร้างอนาคตไทย จะมาควบรวมกับพรรคพลังประชารัฐจะทำให้พรรคพลังประชารัฐเข้มแข็งขึ้นหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่าตรงนั้นคือเกมการเมือง พรรคเพื่อไทยจะเอานโยบายไปแลกกับความไว้ใจของประชาชนเพราะเราต้้งใจจริงๆ เราโดนยุบพรรคและตั้งมาใหม่ก็ยังตั้งใจแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน มันคือนโยบายและจุดประสงค์ และต้องการทำพรรคเพื่อไทยให้แข็งแรง และทำเพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ระบุว่าการควบรวมกับพรรคพลังประชารัฐ น่าจะเป็นภาระของ พรรครวมไทยสร้างชาติมากกว่าไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทย เพราะว่าเห็น พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตัวเดินช้า แต่ลีลาเดินเร็ว และเดินเร็วกว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหลายก้าวด้วย การดึงคนกันเองเข้าพรรคแม้ไม่ใช่คนหน้าใหม่ที่เคยรวมตัวในพรรคพลังประชารัฐมาก่อนนั้น ภาพสะท้อนให้เห็นว่า พล.อ. ประวิตร มีบารมีและได้รับการยอมรับในฝ่ายตัวเองมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเห็นได้ชัด และ พล.อ.ประวิตร ก็สามารถจบดีลกับสี่กุมารได้ ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ มีแต่เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ที่ปรึกษาของนายกฯ เป็นกำลังหลักคนเดียวเท่านั้น

“สองคนสองพรรคเขาเดินเป็นเรื่องของเขา แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยเราเดินหน้าเข้าหาประชาชน เปิดนโยบายชุดใหญ่ของพรรคเพื่อไทย” นายณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า การควบรวมกับพรรคพลังประชารัฐ ที่สุดเป็นการวัดพลังกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของประชาชนที่จะตัดสิน ว่าพรรคเพื่อไทยจะมีแรงต่อสู้ทางการเมืองหรือไม่พรรคเพื่อไทยปล่อยให้เป็นหน้าที่ของประชาชน ซึ่งตนก็ไม่ได้ความสนใจกับการควบรวมของพรรคพลังประชารัฐและพรรคสร้างอนาคตไทย แต่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะการที่จะทำแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งให้กับประชาชนรับรู้ก็ยากแล้ว ดังนั้นตนไม่ได้โฟกัสเรื่องอื่นๆ 

เมื่อถามถึงกลุ่มสามมิตร และกลุ่มนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จะมาอยู่พรรคเพื่อไทยในอนาคต  น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ยังเร็วไปมากที่จะพูดถึงตอนนี้ เพราะตอนนี้ภาพเครือข่ายกำลังหาเสียงให้แลนด์สไลด์ ดังนั้นขอมองที่การเลือกตั้งมากกว่า และขอฝากชาวหนองคายให้เลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์เหมือนเดิม

เมื่อถามว่าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ก็นำทีมปราศรัยให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติที่จังหวัดชุมพร น.ส.แพทองธาร หันไปถามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยว่าเป็นการวัดพลังหรือไม่

นายณัฐวุฒิ ระบุว่าพรรคเพื่อไทยแข่งขันกับตัวเองและแข่งขันกับกติกาที่เอารัดเอาเปรียบ ที่มี 250 ส.ว. ซึ่ง พล.อ. ประวิตร เลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้ง ส่วนจะประเมินพลังกันอย่างไรให้เป็นวิจารณญาณของประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์ไปปราศรัยที่ภาคใต้ในฐานะสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นครั้งแรกส่วน น.ส.แพทองธาร มา ปราศรัยที่จังหวัดหนองคายเป็นครั้งแรกและอาจจะได้เห็นการแลนด์สไลด์ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นครั้งแรกในสนามเลือกตั้งก็ได้

น.ส.แพทองธาร ระบุว่าตนมีแต่นโยบายและความต้้งใจ ดังนั้นขอใช้ความจริงใจเป็นหมัดเด็ดของพรรคเพื่อไทย 

ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยจะยังจับมือกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ น.ส..แพทองธาร ระบุว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลไม่ได้มีปัญหากัน เชื่อว่าเป็นพรรคประชาธิปไตย ส่วนการจับมือกันนั้นในทางการเมืองก็เป็นเรื่องของอนาคต

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคพลังประชารัฐเท่ากับว่าเป็นการโดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลหรือไม่นายณัฐวุฒิ ระบุว่า สื่อบอกเองเป็นไปได้ พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตรจะจับมือกัน สื่อบอกแบบนี้ ดังนั้นไม่ต้องห่วงดีลลับ เพราะเขาจะเดินจับมือกันเอง ดังนั้นขอให้รอผลการเลือกตั้งจะดีกว่าจะนับหนึ่ง สองสาม ก็อยู่ที่ประชาชน

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลเรียกร้องให้กับ แบม-ตะวัน ผู้ต้องคดีมาตรา 112 แต่พรรคเพื่อไทยไม่แอ็คชั่นเรื่องนี้นายณัฐวุฒิ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว ต่อกระบวนการยุติธรรมให้ทำหน้าที่ยุติวิกฤตที่จะเกิดขึ้นกับการต่อสู้กับแบมและตะวัน ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยก็ได้แสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องนี้ ส่วนตนก็ได้เสนอข้อเรียกร้องว่ากระบวนการยุติธรรมควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วยเมตตาธรรม จะทำให้สถานการณ์น่าวิตกคลี่คลายลงได้

เมื่อถามถึงกรณีพรรคพลังประชารัฐจะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ถ้าเสนอจริงพรรค เพื่อไทยจะสนับสนุนหรือไม่ นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ต้นคิดว่าเรื่องนั้นยังอีกไกลและพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่รู้จะได้ ส.ส.เท่าไหร่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้เสนอพล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้นำเสนอนโยบายของพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ที่จะเกิดขึ้นหลังเลือกตั้ง ดังนั้นขอให้ฟังประชาชนก่อน

ผู้สื่อข่าวถามย้ำไปที่น.ส.แพทองธาร ถึงกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้นายณัฐวุฒิ กล่าวแทนว่า “เราเห็นตรงกันเรื่องนี้ ขอบคุณมากนะครับ”