นายกฯ พอใจ บริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เข้าลงทุนในไทย เตรียมสรุปแผนการชวนนักลงทุนต่างชาติในรอบ 3 เดือน แจงประชาชน
วันที่ 14 พ.ย. เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ นครซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 15 ชั่วโมง ) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยผลหารือกับ ผู้บริหาร Walmart ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย Walmart มีความต้องการที่จะเปิดตลาดในไทยมากขึ้น จึงได้มีการพูดคุยถึงซอรฤพาวเงอร์ของไทย ที่เป็นอาหารพื้นเมือง เข้าไปขายใน Walmart รวมทั้งอาหารฮาลาลที่ Walmart ก็ขายอยู่ในหลายรัฐในสหรัฐอเมริกา
ส่วนการพบปะกับเวสเทิร์น ดิจิทัล ซึ่งเป็นบริษัท ผลิตฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความต้องการลงทุนเพิ่มในไทย และต้องการจะย้ายฐานการผลิตจากประเทศฟิลิปปินส์มาที่ประเทศไทย
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้พูดคุยกับผู้บริหารบริษัท AWS ซึ่งเป็นบริษัทในเครือแอมาซอน ที่ทำคลาวเซอร์วิส เซ็นสัญญาที่จะเข้ามาลงทุนแล้ว และจะเปิดดำเนินการเร็วๆนี้เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีการลงทุนแล้วและเป็นบริษัทแรกที่เข้ามาลงทุนทั้งจะลงทุนเพิ่มอีกด้วย
สำหรับการหารือกับ Google เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีการลงนามเอ็มโออยู่กันเรียบร้อยแล้วที่จะมาทำดาต้าเซ็นเตอร์ เช่นกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าบริษัท ยักษ์ใหญ่ของโลก 3 รายที่มาทำดาต้าเซ็นเตอร์ได้แก่ AWS ,Google และ ไมโครซอฟท์ จะยกระดับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยได้รับการให้ได้รับการยอมรับในอนาคตอันใกล้นี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่าการเดินทางมาสหรัฐฯ ครั้งนี้ ถือว่ามีความพอใจ หลายอย่างจากการพบปะภาคเอกชนรายใหญ่
โดยปัจจัย ที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ เช่น คุณภาพโรงเรียน คุณภาพโรงพยาบาลระดับโลก โดย นักลงทุนต่างพูดว่าเป็นความสบายใจที่จะได้มาใช้ชีวิตที่ไทย ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทยสามารถยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลก เป็นความภาคภูมิใจที่เป็นคนไทยและจะทำงานต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งให้ทีมงานสรุปแผนการชักชวนนักลงทุนต่างชาติในรอบ 3 เดือน ว่านักลงทุนรายใดลงทุนแล้ว ใครอยู่ลำดับไหน ใครเพิ่งจีบกัน หรือใครได้ชวนไปดูหนังแล้ว ทั้งนี้ไม่อยากพูดถึงผลงาน หรือการตัดเกรดการทำงานของตนเอง แต่ขอให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ส่วนหน้าที่ของตนคือตื่นเช้าไปทำงาน