"มุกดา"เตรียมนำปมเยาวชนถูกคุกคามในสถานศึกษาเข้าที่ประชุมกมธ.เด็ก สภาฯ ลั่นเด็กต้องได้รับการคุ้มครอง ด้าน"ครูหยุย"จี้ศธ.ลงโทษหนัก

การเมือง23 พ.ย. 2563 • 02:52 น.
"มุกดา"เตรียมนำปมเยาวชนถูกคุกคามในสถานศึกษาเข้าที่ประชุมกมธ.เด็ก สภาฯ ลั่นเด็กต้องได้รับการคุ้มครอง ด้าน"ครูหยุย"จี้ศธ.ลงโทษหนัก
เมื่อวันที่ 23 พ.ย.นางมุกดา พงษ์สมบัติ  ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ  สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐจะแจ้งความดำเนินคดีกับนักเรียนที่ออกมาแสดงป้ายเรียกร้องเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาว่า   นักการเมืองซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชน  ออกมาฟ้องร้องประชาชนแบบนี้ถือว่าไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ     ส.ส.มีหน้าที่เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน   เมื่อประชาชนเลือกเข้ามาแล้วต้องทำประโยชน์มากกว่าให้โทษกับประเทศ   ไม่ควรเล่นการเมืองตามกระแสจนลืมบทบาทที่สมควรทำ   นางมุกดากล่าวอีกว่า  สถาบันการศึกษาเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของเด็กที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองมาจากครอบครัว  ดังนั้น ในฐานะ กมธ.จะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้แน่นอน  ทั้งนี้การแสดงออกของผู้ชุมนุมดังกล่าว ถือเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ  ผู้ชุมนุมเพียงต้องการเห็นภาพอนาคตของสังคมที่ดีขึ้นกว่านี้  เพราะสภาพของบ้านเมืองในปัจจุบันทำให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ยากลำบากมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ปัญหาการเมือง  เศรษฐกิจลุกลามมายังปัญหาในเชิงสังคม  ทุกฝ่ายต้องเปิดใจรับฟังและแก้ไข ทั้งนี้ กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรีฯ ได้รับการร้องเรียนปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาจำนวนมาก  และได้มีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง  สำหรับกรณีนี้ตนเองจะนำเข้าที่ประชุม  หากกมธ.เห็นชอบจะได้เรียกผู้บริหารสถานศึกษาที่ผู้ชุมนุมคนดังกล่าวสังกัดเข้ามาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้ สถาบันการศึกษา คือแหล่งปลูกฝังความรู้  ครูคือผู้สอนที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจ  ควรสอน  ว่ากล่าวตักเตือน ไม่ใช่คุกคาม  เรายืนยันว่าเด็กต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ด้านนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว.  ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็กเยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อย วุฒิสภา และเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก กล่าวว่า เรื่องนั้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะต้องอาศัยความกล้าหาญในด้านจิตใจอย่างมาก เนื่องจากสังคมไทหญิงมักจะต้องทนอับอายในสิ่งที่ถูกกระทำ ไม่กล้าเปิดเผยให้ใครได้รับรู้  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะต้องรับทราบไว้อย่างเข้าใจ เพราะฉะนั้นสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารทุกระดับจะต้องไม่นิ่งนอนใจ ต้องกำชับไปยังครูและบุคลากรทางการศึกษามีมาตรการจัดการครูที่ทำผิดถูกลงโทษทั้งด้านวินัย และอาญาด้วย