"ก.ยุติธรรม" ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนงานวิจัยฯ สร้างอนาคตประเทศไทย หนุนแก้รธน. ปลดล็อกประเทศ สู่ความยั่งยืน
วันที่ 10 ธันวาคม 2567 กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ โครงการหน่วยบูรณาการประเด็น ยุทธศาสตร์ ววน. ด้านการสร้างธรรมาภิบาล ลดปัญหาคอร์รัปชัน และความรุนแรง สำนักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) จัดการประชุมคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านกระบวนการยุติธรรม ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การมอบหมายของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อผลักดันการพัฒนากระบวนการยุติธรรมด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความท้าทายในยุคปัจจุบัน
ภารกิจสำคัญของคณะทำงาน มีหน้าที่ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ นโยบายของรัฐบาล และกรอบวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2566-2569 รวมถึงการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เพื่อจัดหาแหล่งทุนและสนับสนุนการบริหารจัดการงานวิจัย
สำหรับการนำเสนอชุดโครงการวิจัยเพื่อการปฏิรูปการเมืองไทยนั้น หนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุม คือการนำเสนอชุดโครงการวิจัย “สู่การปฏิรูปการเมืองไทยและการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยั่งยืน” โดยคณะนักวิจัยทั้งหมด 24 คน
สำหรับที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัย โครงการวิจัย “สู่การปฏิรูปการเมืองไทยและการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยั่งยืน” มีจุดเริ่มต้นจากบทเรียนและผลกระทบของรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ ในอดีต โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" เนื่องจากเกิดจากการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจ และมีการนำงานวิจัยถึง 15 ชิ้นมาใช้สนับสนุนการร่างรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการพลิกผันในช่วงปลายทศวรรษ 2540 นำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญและการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 2550 และ 2560 ซึ่งสะท้อนความท้าทายของการสร้างความสมดุลระหว่างกลไกรัฐและการมีส่วนร่วมของประชาชน การศึกษาพบว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดในหลายประเด็น เช่น บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง การควบคุมการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ และการปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างรัฐธรรมนูญที่มีรากฐานจากการวิจัยและความรู้ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและการยอมรับในวงกว้าง
นำมาสู่ชุดโครงการวิจัยซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนารัฐธรรมนูญผ่านฐานงานวิจัยที่ครอบคลุมกรอบสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1. รัฐและกลไกรัฐ – ศึกษาหลักการ แนวคิด และรูปแบบการปกครอง รวมถึงระบบราชการ 2. รัฐและรัฐสภา – วิเคราะห์ระบบรัฐสภา พรรคการเมือง การเลือกตั้ง และกลไกการตรวจสอบ 3. รัฐและพลเมือง – มุ่งเน้นสิทธิ เสรีภาพ และการมีส่วนร่วมของประชาชน
สำหรับโครงการย่อย ภายใต้ชุดโครงการวิจัย ชุดโครงการวิจัยนี้ประกอบด้วย 15 โครงการย่อยซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการเมืองและการเขียนรัฐธรรมนูญ ดังนี้ 1.ทบทวนภูมิทัศน์การปฏิรูปการเมือง: พัฒนาการทางการเมืองของภูมิทัศน์การเมือง ระบบราชการ ระบอบรัฐสภา พรรคการเมือง การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน 2. ทบทวนหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญไทย 3. รัฐธรรมนูญกับการสร้างหลักประกันความยุติธรรมของการจัดสรรปันส่วนที่เป็นธรรมในสังคมไทย 4. ความมั่นคงในรัฐธรรมนูญไทยฉบับรัฐสร้างและราษฎรประสงค์ 5. ทบทวนการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อจัดทำข้อเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6. รูปแบบการปกครองที่สอดคล้องกับท้องถิ่น 7. ศาลรัฐธรรมนูญภายใต้ระบอบประชาธิปไตย 8. การออกแบบระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 9. แนวทางการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ
10. การสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อความเป็นธรรมในการเปลี่ยน 11. ความคิดทางกฏหมายว่าด้วยสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ 12. รัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนวยต่อสิทธิเหนือที่ดินทำกินและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประชาชน 13. รัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองความหลากหลายทางเพศ 14. สู่การปฏิรูปการเมืองไทยและการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยั่งยืน 15. การการศึกษาตัวชี้วัดหลักนิติธรรมเพื่อยกระดับความเป็นมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมไทย: แนวทางในการพัฒนาประเมินหลักนิติธรรมของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ในที่ประชุมฯ ผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญ ได้แก่ ผศ.ดร.ธานี ชัยวัฒน์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าควรเพิ่มการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นการกระจายทรัพยากรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล เห็นว่างานวิจัยน่าจะต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมคำนึงถึงกลไกทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน