“สุรชัย”รับพอใจเปิดทางกู้ชีพฉุกเฉินทำคนมีจิตสำนึก หนุนประกาศ สพฉ.ช่วยชีวิตถูกต้อง

การเมือง27 ธ.ค. 2560 • 13:53 น.
“สุรชัย”รับพอใจเปิดทางกู้ชีพฉุกเฉินทำคนมีจิตสำนึก หนุนประกาศ สพฉ.ช่วยชีวิตถูกต้อง
“สุรชัย”รับพอใจเปิดทางกู้ชีพฉุกเฉินทำคนมีจิตสำนึก หนุนประกาศ สพฉ.ช่วยชีวิตถูกต้อง ด้านปธ.ชมรมไทยปลอดภัยฯจี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ดูแลปชช. “7วันอันตราย” ห่วงจำนวนผู้สูญเสียชีวิตเพิ่ม วันที่ 27 ธ.ค.60 ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการประสานงานกรณีกู้ชีพฉุกเฉิน(สนช.) เปิดเผยผลการดำเนินการที่ผ่านมาว่า ประสบความสำเสร็จเกี่ยวกับการสร้างจิตสำนึกในการให้ทางรถพยาบาล และการแก้กฎกระทรวงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ออกตามพ.ร.บ.การจราจรทางบก เพื่อให้ทางแก้รถพยาบาล ตั้งแต่เทศกาลปีใหม่เป็นต้นไป ทางคณะกรรมการฯวางหลักการทำงานที่สำคัญคือ มาตรการรับมืออุบัติเหตุ โดยเตรียมความพร้อมทีมแพทย์ เจ้าหน้าที่ และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ และพื้นที่สาธารณะรองรับรับการเจ็บป่วยฉุกเฉิน เช่น การติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าใน 4 สนามบินหลัก 10 สถานีรถไฟฟ้า และสถานีขนส่งมวลชน ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินประกาศให้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าเป็นเครื่องปฐมพยาบาลตามกฎหมาย และมาตรการเชิงรุก คือการร่วมมือกับรัฐบาล มูลนิธิเมาไม่ขับ และสื่อมวลชน รณรงค์เมาไม่ขับ และสร้างวินัยการจราจรเพื่อลดการตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว เมื่อถามว่าประกาศคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ 2560 กำหนดมาตรฐานอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินต้องได้รับการอบรมเป็นหน่วยปฏิบัติการ ทำให้ปัจจุบันมีอาสาสมัครไม่ถึง 10% ทั่วประเทศ อาจจะกระทบต่อการช่วยเหลือผู้ป่วย และผู้ประสบอุบัติเหตุ นายสุรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามองข้ามเรื่องมาตรฐานการกู้ชีพ ปล่อยให้เอกชนเข้ามาทำตามความสมัครใจ ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน และทำให้ประชาชนขาดความมั่นใจในความปลอดภัยจากการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผิดวิธี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกประกาศที่จะยกระดับการกู้ชีพ โดยรับที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปสะท้อนต่อคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มการเจ้าหน้าที่อบรมอาสาสมัครทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน ภายในกรอบเวลาที่รวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในช่วงเปลี่ยนผ่านของการประกาศใช้กฎหมาย ด้านนายนิกร จำนง ประธานชมรมไทยปลอดภัย กล่าวถึงช่วง “ 7 วันอันตราย” ว่า จากเทศกาลปีใหม่ 2560 ที่ผ่านมามีการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 25.79 เมื่อเทียบกับปี 59 ซึ่งทางชมรมฯได้ส่งหนังสือเสนอแนะในการจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนและเร่งมาตรการแผนงานความปลอดภัยทางถนนเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ 2561 ไปยังประธานคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ และผอ.ศูนย์ความปลอดภัยทางถนน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. แต่จนถึงขณะนี้มาตรการต่างๆของภาครัฐยังไม่เคร่งครัดรัดกุมเพียงพอ จึงมีความเป็นห่วงว่าในปีใหม่ 61 จะมีการสูญเสียเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบความปลอดภัยทางถนนของแต่ละจังหวัด เทศบาล และชุมชน ช่วยกันดูแลประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่จัดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ จะมีประชาชนเข้าร่วมงานและฉลองกันเป็นจำนวนมาก ถ้าพบว่ามีอาการมึนเมาจากการดื่มฉลองก็ควรระงับยับยั้งไว้ก่อนไม่ให้ขับขี่เช่นเดียวกับมาตรการที่ใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาก็จะช่วยลดความสูญเสียได้มาก “นายนิกร จำนง ประธานชมรมไทยปลอดภัย ขอเรียกร้องต่อพี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันดูแลตนเองและครอบครัวอย่าให้เกิดอุบัติภัยทางถนน และขออย่าให้ตนเองไปเป็นเหตุทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น และควรที่จะพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางกลับ เพราะอาจจะเกิดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ทำให้เกิดอาการง่วงและหลับในได้ ซึ่งเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อผู้ขับเอง ครอบครัวที่โดยสารมาด้วย และผู้อื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกันในปีใหม่นี้