“องครักษ์ พิทักษ์ ประยุทธ์” “บิ๊กแดง” จัดทัพ ประคอง “บิ๊กตู่” เดินเกม สู้ศึกการเมือง พร้อมสานฝัน รถเกราะ-ฮ.มะกัน

การเมือง4 ต.ค. 2562 • 22:00 น.
“องครักษ์ พิทักษ์ ประยุทธ์” “บิ๊กแดง” จัดทัพ ประคอง “บิ๊กตู่” เดินเกม สู้ศึกการเมือง พร้อมสานฝัน รถเกราะ-ฮ.มะกัน
“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินสายตรวจเยี่ยมเหล่าทัพ ตามประเพณี เมื่อมารับตำแหน่ง รมว.กลาโหม “สนามไชย 1” ใหม่ โดยจะเริ่มที่ การตรวจเยี่ยม กองทัพบก ก่อนเป็นเหล่าทัพอีก 9 ต.ค. 2562 ไม่ใช่แค่เพราะ ทบ.เป็นเหล่าทัพใหญ่ที่สุด เท่านั้น แต่เพราะมี “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็น ผบ.ทบ. ด้วย เป็นที่รู้กันดีถึง สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นยาวนาน ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.อภิรัชต์ ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ พล.อ.อภิรัชต์ ยังเป็น ผบ.ร.11รอ. เส้นทางการเจริญเติบโต ของ พล.อ.อภิรัชต์ มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็น “ตัวช่วย” มาตลอด โดยเฉพาะในยุค ที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็น นายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ ผบ.ทบ. ในเวลานั้นเป็นคนเจรจา ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ ขยับจาก ผบ.พล.ร.11 มาเป็น ผบ.พล.1รอ. คุมขุมกำลังปฏิวัติของกองทัพภาค1 และกองทัพบก ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะนำรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 นั่นเอง ตลอดเวลา 5 ปีของการเป็นนายกฯ ในยุค คสช. พล.อ.ประยุทธ์ ผลักดันให้ พล.อ.อภิรัชต์ เข้าไลน์ ตั้งแต่ขึ้นเป็น รองแม่ทัพภาค1 แม่ทัพน้อยที่1 แม่ทัพภาค1 และ ผช.ผบ.ทบ. และเป็น ผบ.ทบ. เมื่อ 1 ต.ค.2561 จึงไม่แปลกที่ พล.อ.อภิรัชต์ จะแสดงออก ถึงการเป็น “ทีมบิ๊กตู่” แบบเปิดเผย ในทุกๆทางที่แสดงออกได้ จึงไม่แปลกอีกเช่นกัน ที่ พล.อ. อภิรัชต์ จะทำตามที่สิ่งอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกกล่าว แม้จะไม่ได้สั่งแต่แค่ บอกว่า อยาก หรือให้ไอเดีย เท่านั้น การมาเยือนกองทัพบก เป็นเหล่าทัพแรก 9 ต.ค. นี้ ไม่ใช่แค่มาเยี่ยม บ้านเก่า ที่เคยอยู่ เพราะเคยเป็น เสธ.ทบ. รองผบ.ทบ. และ ผบ.ทบ. มาก่อนเท่านั้น แต่เพราะ พล.อ.อภิรัชต์ ได้เนรมิตฝัน ของ พล.อ.ประยุทธ์ สำเร็จ ไปอีกอย่าง ในการปรับปรุง อาคารสรรพาวุธ ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาคารพิพิธภัณฑ์ ทบ. ให้เป็น ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม ห้องรับรองแขกต่างประเทศ ที่มาเยือน ทบ. อีกด้วย จากเดิมที่ถูกปิดทิ้งไว้เฉยๆ ทั้งๆที่เป็นอาคารเก่าที่สวยงาม และมี สตอรี่ ในฐานะ กองบังคับการกรม นักเรัยนนายร้อยจปร. เมื่อครั้งยังเป็น รร.นายร้อย จปร. พล.อ.ประยุทธ์ คิดฝันอะไรไว้หลายอย่าง ตอนเป็น ผบ.ทบ. แต่ทว่า ไม่ได้เริ่ม ไม่ได้ทำ หรือทำไม่สำเร็จ เพราะสภาน การณ์บ้านเมือง วุ่นวายต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2552-2553 จนมาถึง การรัฐประหาร 2557. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ คิดวางแผน และมีการ เตรียมตัวล่วงหน้า จึงไม่ได้ ทำอะไรให้เสร็จสิ้น เป็นชิ้นเป็นอัน การมาเยี่ยม บก.ทบ. ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้มาทำพิธีเปิด อาคารส่วนนี้ด้วย แถมมี ลิฟท์แก้ว เช่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปรารภไว้เลยทีเดียว พล.อ.อภิรัชต์ ก็เนรมิต ลิฟท์แก้ว ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ แม้จะเป็นอาคารเก่า และมีแค่ 2 ชั้น แต่ก็เลือกที่จะสร้างลิฟท์แก้ว ที่ด้านนอกอาคาร พล.อ.อภิรัชต์ จัดให้ ได้ทุกอย่าง ขอแค่ “พี่ตู่” สั่งมา เพราะไม่แค่นั้น ความฝันอันยิ่งใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ พล.อ.อภิรัชต์ ทำให้ได้สำเร็จ อีกอย่าง คือ การ แปรสภาพ พล.ร.11 เป็น กองพลทหารราบยานเกราะ อีกกองพลหนึ่ง แต่ จัดให้ กรม ทหารราบที่ 112 เป็น Stryker Brigade Combat Team ในการเคลื่อนพล ทำการรบ อย่างคล่องตัว ตามแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ เป็นแม่ทัพภาค 1 ที่เคยไปดูงานที่ สหรัฐอเมริกา และถูกใจ รถเกราะ Stryker จนที่สุด 7 ปีต่อมา พล.อ.อภิรัชต์ ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนม กับ ผู้นำทหารสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Gen.Robert B.Brown ผบ.กองกำลังภาคพื้นอินโดแปซิฟิค ของสหรัฐฯ จนทำให้ ผลักดัน ในการจัดซื้อ รถเกราะ Stryker มือสอง ที่ยกเครื่องใหม่ refurbished ใหม่หมดทุกชิ้นส่วน ให้ ทบ.ไทย เป็นชาติแรกในโลก ด้วยเงื่อนไขพิเศษ ผ่านโครงการความช่วยเหลือทางการทหาร FMS และขายให้ในราคาพิเศษ พร้อมแถมให้ถึง 53 คัน จากที่ซื้อล็อตแรก 37 คันแถม 23 คัน งบประมาณ 2,860 ล้านบาทและซื้ออีก 10 คันด้วยงบของกองทัพบกเอง 850 ล้านบาท ส่วนล็อตหน้าซื้ออีก 50 คันสหรัฐฯแถมให้อีก 30 คัน โดยมีการส่งมอบ 10 คันแรกให้กองทัพบกแล้วเมื่อ 12 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาโดยที่ Gen Robert Brown เดินทางมาด้วยตนเอง ที่น่าจับตามองคือ แม้ 5 ปีที่ผ่านมาในยุคคสช. จะมีการจัดซื้ออาวุธยุทธโทรปกรณ์จากจีนเป็นส่วนใหญ่ทั้งเรือดำน้ำจีน รถถังVT-4 และรถเกราะ VN-1ก็จากจีน แต่พล.อ.อภิรัชต์ ก็ฝ่ากระแส ทุกอย่างในการจัดซื้อรถเกราะ Stryker จากสหรัฐได้ และถือเป็นการกลับมาสู่กองทัพบกครั้งใหญ่อีกครั้งของสหรัฐอเมริกา ที่แน่นอนว่าก็เพราะมีพล.อ.ประยุทธ์ให้การสนับสนุนด้วยเพราะถึงขั้นอนุมัติให้ใช้งบกลาง 2,860 ล้านบาทในการจัดซื้อล็อตแรก 37 คัน ที่กำลังจะกลายเป็นประเด็นที่ถูกฝ่ายค้านนำมาอภิปรายโจมตีในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2563 ที่จะเปิดสภาตั้งแต่ 17 ตุลาคมนี้อีกด้วย ไม่แค่นั้นการกลับมาสู่กองทัพบกไทยอีกครั้งของอาวุธยุทโธปกรณ์สหรัฐอเมริกา ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่รถเกราะ แต่ยังรวมถึงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ใหม่เอี่ยม AH6i อีก 8 เครื่อง 4,226 ล้านบาท ด้วย การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตี รุ่นนี้ก็ถือเป็น หนึ่งความฝันของพล.อ.ประยุทธ์ที่ได้เคยพยายามจะจัดซื้อมาแล้วในปี 2554 เมื่อครั้งที่ได้ตั้งโครงการเพื่อขอจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ทดแทนเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Cobea ที่เก่ากว่า 30 ปี และต้องจอดgrounded หมดแล้ว แต่ปัญหาหลายอย่างในเวลานั้นแรงกดดันต่างๆจึงทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องอนุมัติในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบ Fennec จากฝรั่งเศสจำนวน 6 เครื่องแทน จนมาในยุคพล.อ.อภิรัชต์ ทำให้การจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์โจมตีจากสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นได้สำเร็จ อันเป็นจังหวะที่ประเทศไทยกลับมามีรัฐบาลจากการเลือกตั้งจึงทำให้สหรัฐสามารถขายเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ผ่านโครงการความช่วยเหลือทางการทหาร FMS ให้กองทัพบกได้อีกครั้ง โดยที่พล.อ.ประยุทธ์ก็มีส่วนสำคัญในการเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐนาย Donald Trump เมื่อครั้งที่ได้รับเชิญไปเยือนทำเนียบขาวเมื่อ 3 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา จึงเรียกได้ว่าพล.อ.อภิรัชต์ ได้กลายเป็น ผู้ช่วยพระเอก ในการ เนรมิตรความฝันของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่แค่นั้นยังทำหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ประยุทธ์ ในทางการเมืองอีกด้วย จึงไม่แปลกที่พล.อ.อภิรัชต์ จะเขียนบทความเชิงวิทยานิพนธ์ บันทึกประสบการณ์ในทางการเมืองการทหารตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน ที่จะแถลงด้วยตนเองในไม่ช้านี้และจากกระทบนักการเมืองและพรรคการเมืองหลายคนที่เป็นฝ่ายค้าน ที่ก็ถือว่าเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ “น้องแดง” จะช่วย “พี่ตู่” สู้ศึกทางการเมืองได้ และไม่ใช่แค่นี้ เพราะ ใช้เวลาอีก 1 ปีที่เหลือของการเป็น ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์ ก็จะทำหน้าที่นี้ต่อไป รวมถึงการเตรียมวางตัว ผู้บัญชาการทหารบก คนต่อไปเพื่อมาดูแลกองทัพและเป็นกองหนุนให้กับพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อพล.อ.ประยุทธ์มีแผนที่จะต้องอยู่ในอำนาจรวม 8 ปี จึงมีทั้ง “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร ที่ เตรียมจ่อขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ผบ.ทบ. ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากพล.อ.อภิรัชต์ ที่จะเกษียณตุลาคม 2563 นี้ โดยทั้งพล.อ.เฉลิมพลและพล.อ.ณรงค์พันธ์ ต่างมีอายุราชการถึงตุลาคม 2566 จะช่วยดูแลกองทัพและเป็นแบคอัพให้พล.อ.ประยุทธ์ไปจนครบ วาระสมัยแรก 4 ปี และมีการเล็งคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจากนั้น เช่นแม่ทัพต่อ “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 น้องรักทหารเสือราชินีของพล.อ.ประยุทธ์เองที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2567 และ “บิ๊กอ๊อบ” พล.ต.ทรงวิทย์ หนุนภักดี รองแม่ทัพภาคที่1 ที่เข้าไลน์ จ่อขึ้นแม่ทัพภาคที่ 1 และ ผบทบ.ในอนาคต โดยมี อายุราชการถึงตุลาคม 2568 อีกครั้งหลังเกษียณราชการ พล.อ.อภิรัชต์ ก็ยังคงจะมีตำแหน่งสำคัญและจะช่วยดูแล พล.อ.ประยุทธ์ไปตลอด นั่นเอง