California ว้าว !
ประเด็นใหญ่ เขย่าสภาสูง ลามไปถึงแวดวงการศึกษาไทย เมื่อ “หมอเกศ” เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา คนใหม่ป้ายแดง กำลังถูกจับโป๊ะ เรื่องวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก นั้นได้แต่ใดมา ? เรียนจริง จบจริงหรือไม่ ?
จากเดิมที่หมอเกศ หรือ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ) ได้รับการเลือกสว.ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ด้วยผลคะแนน ความสวย
และที่สำคัญโปรไฟล์ด้านการศึกษาไม่ธรรมดา โดยเฉพาะการใช้คำนำหน้า “ศาสตราจารย์ ดร.พญ.” แจ้งด้วยว่าจบ ปริญญาเอก จาก California University U.S.A. สหรัฐอเมริกา
จากสิ่งที่คาดหวังว่าโปรไฟล์จะกลายเป็นเหมือนอาภรณ์ให้กับตัวเอง กลับถูกสังคมหันมาตรวจสอบทันที ว่าแท้จริงแล้วหมอเกศ คนนี้มีที่มา ที่ไปอย่างไร จบปริญญาเอก เป็นศาสตาจารย์จริงหรือไม่ ยิ่งเมื่อเธอไปออกรายการข่าวชื่อดัง ได้แนะนำตัวด้วยภาษาอังกฤษ ยิ่งทำให้มีเสียง “เอ๊ะ” ดังไล่หลังตามมา
ข้อสงสัยวุฒิการศึกษาของหมอเกศ ทำให้ “นักสืบโซเชียล” ต้องทำงานหนัก โดยเฉพาะ “นักวิชาการ” ต่างพากันอดรนทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้อง ให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้อง “ขยับ” ตรวจสอบเรื่องวุฒิการศึกษา ของหมอเกศ อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ในสังคม
ขณะเดียวกันล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังได้รับคำร้อง ด้วยกัน2 คำร้องที่ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าการที่ หมอเกศ ระบุประวัติการศึกษาว่าเป็นศาสตราจารย์ จบปริญญาเอกจาก California University ในใบเอกสารแนะนำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.3) เข้าข่ายเป็นการกระทำหลอกลวง จูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ตนตามมาตรา 77(4) ของพ.ร.ป.ว่าด้วยกันได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 หรือไม่
อย่าลืมว่าแม้ สว.ชุดใหม่ ที่ถูกกำหนดที่มาโดย พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา นั้นรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กำหนดเอาไว้ว่าผู้สมัครจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่อย่างใด เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มีเจตจำนงให้เปิดกว้าง สำหรับทุกวิชาชีพที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นสว. อยู่แล้ว แต่สำหรับในรายของหมอเกศ ที่กกต.จะต้องพิจารณารับคำร้อง เอาไว้นั้น เนื่องจากเจ้าตัวเขียนประวัติการศึกษา ที่สวยหรู แต่มีข้อกังขา ลงในใบสว.3 อาจกลายเป็น “แรงจูงใจ” ให้ผู้สมัครรายอื่นๆลงคะแนนเลือก จนผ่านในระดับประเทศ เข้าวินมาเป็นสว.ป้ายแดงได้จนวันนี้หรือไม่
หมายความว่า ปัญหาของหมอเกศ นั้นไม่ว่าจะจบการศึกษาระดับใด หรือไม่ก็ตาม แต่จะไม่เข้าข่าย “ขาดคุณสมบัติ” แต่ “จุดตาย” เรื่องนี้อยู่ที่ว่า “ข้อมูลประวัติการศึกษาในใบ สว.3 เป็นการหลอกลวงให้ลงคะแนนเลือก”
อย่างไรก็ดี เงื่อนปมประเด็นเรื่องวุฒิการศึกษาของหมอเกศ ที่กลายเป็นเรื่องทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายคนได้มีโอกาสรู้จักมหาวิทยาลัย แคลิฟฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี ที่เจ้าตัวเคยยืนว่าไม่ใช่ “มหาวิทยาลัยห้องแถว” ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นที่ยอมรับในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ มี 2 กลุ่ม คือ University of California (UC.) และ California State University (Cal. State U.) แต่ไม่มี California University ที่หมอเกศ ระบุถึง
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ต้องออกเอกสารชี้แจงว่า ปริญญาบัตรจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่จะใช้สมัครงานราชการได้นั้น จะต้องเป็นสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจากรัฐบาล หรือ สมาคมวิชาชีพในประเทศนั้น โดยสำนักงาน ก.พ. ไม่ได้เป็นผู้รับรองวิทยฐานะ California University แห่งนี้
สำหรับ California University มีอยู่จริง ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนต่างด้าว ให้นำวุฒิการศึกษาของตัวเอง มาให้สถาบันประเมินแล้วออกใบรับรองเทียบเท่าการศึกษาเพื่อช่วยให้หางานได้ แต่สถาบันนี้ไม่ได้สอนหนังสือ พูดง่ายๆ คือเป็นสถาบันที่ออกใบเทียบวุฒิให้เท่านั้น แต่ไม่ได้อยู่ในสารบบของสหรัฐฯ
และดูเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ตัวหมอเกศ ได้รับผล “ทางตรง” เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นว่า “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมว.เกษตรและสหกรณ์ เองก็ถือเป็น “รุ่นพี่” เพราะเคยมีใบเทียบวุฒิจากสถาบันแห่งนี้เหมือนกัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส เคยต้องออกมาชี้แจงและยืนยันว่า ตนเองจบการศึกษาปริญญาเอก จาก California University พร้อมทั้งนำใบปริญญาเอกพร้อมงานวิจัยมาให้สื่อดู เพื่อยืนยัน และมองว่าการที่มีการขุดคุ้ยเรื่องวุฒิการศึกษาของเขานั้นมีขบวนการจ้องทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เนื่องจากขณะนั้นร.อ.ธรรมนัส เป็นรมช.เกษตรฯ ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว และทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า "โค่นผมได้ ก็เท่ากับล้มรัฐบาลได้"
มาถึงวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ถูกโยงอีกครั้ง เมื่อเขาได้รับปริญญาเอกจากสถาบันเดียวกับหมอเกศที่กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจาก กกต. และกระทรวงด้านการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ในท่ามกลาง “กระแสสังคม” ที่กดดันอย่างหนัก
อย่างไรก็ดี ร.อ.ธรรมนัส ได้ตอบคำถามสื่อกรณีดังกล่าวว่า สว.ใหม่ อย่างหมอเกศ ไม่ควรต้องออกมาชี้แจงกับสื่อ แต่คนที่ต้องชี้แจง เพราะอยู่ในสถานะเป็นผู้ถูกกระทำ ส่วนคณาจารย์ผู้รับผิดชอบ ที่เป็นเจ้าของโครงการ ควรรับผิดชอบลูกศิษย์ รับค่าหน่วยกิตจากลูกศิษย์ไปแล้ว ตั้งโครงการให้ลูกศิษย์ลูกหาเดือดร้อน ควรออกมารับผิดชอบเรื่องนี้
ขณะที่ ดร.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของหมอเกศ และยังเคยเป็น ผู้ตรวจวิทยานิพนธ์ ของร.อ.ธรรมนัส ในอดีต ให้สัมภาษณ์กับรายการข่าว ว่า วุฒิการศึกษาปริญญาตรีของหมอเกศนั้น จบปริญญาตรี มาจาก มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนปริญญาโท ที่ มหาวิทยาลัยเกริก หลักสูตรนี้เป็นของสถาบัน California University ไม่ใช่การเทียบวุฒิ แต่เป็นรูปแบบทำรายงานเพื่อเอาไปเทียบ จากรายงานและจากวิทยานิพนธ์ที่หมอเกศทำ แต่ไม่ต้องเดินทางไปเรียน
ภายหลังจากออกมาชี้แจงของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถทำให้ สังคมเกิดความเชื่อมั่นได้ว่า การได้มาซึ่งปริญญาเอกของสว.หมอเกศ นั้นถูกต้อง และมีคุณสมบัติมากพอเท่าที่ตัวเธอเองโปรโมทตัวเองเอาไว้ในใบสว.3 หรือไม่
เพราะจากเรื่องนี้ทำให้นักวิชาการที่จบการศึกษาปริญญาเอก และมีคำนำหน้าว่า “ศาสตราจารย์” ต่างออกมาชี้แจงถึงกระบวนการ ขั้นตอนการเรียน การทำงานวิจัย กว่าได้มานั้น “ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย” หากแต่ต้องใช้ความเพียร พยายาม ความรู้ ความสามารถ ความอุตสาหะ ใช้เวลานานหลายปี ไม่มี “ทางลัด” รวบรัด เช่นนี้
ชื่อของหมอเกศ ร.อ.ธรรมนัส และมหาวิทยาลัยแคลิฟฟอร์เนีย กลายเป็นค้นหา ที่ขึ้นติดเทรนด์ในโลกโซเชียล สร้างความร้อนแรงให้กับแวดวงการศึกษา ที่ถูกคำถามจะแก้ไข ตรวจสอบ เกาะติดปัญหาเรื่องการซื้อขายวุฒิการศึกษา เพื่อนำไปต่อยอด จนถึงขั้นหาประโยชน์ในตำแหน่งหน้าที่ การงานในแวดวงข้าราชการ นักการศึกษา จนถึงนักการเมือง กันเมื่อใด เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย
เพียงแต่เมื่อปัญหานี้ลุกลามขึ้นมาถึงนักการเมือง ทั้งสภาล่างและสภาสูง การตรวจสอบจากสื่อ จากสาธารณชนทั้งในและนอกประเทศ จึงเข้มข้น เกาะติดเคสนี้ อย่างที่เห็น !