ลุงป้อมลั่นจบแล้วนาฬิกาหรู
"ลุงป้อม" ส่ายหัวสื่อถามปมนาฬิกาหรู บอกจบไปแล้ว "วิษณุ"ชี้รัฐบาลไม่มีแผนรองรับ หลังศาลรธน.วินิจฉัยปม นายกฯ 8 ปี "อนุทิน" ป้อง"กนกวรรณ" ยันไม่ต้องลาออกตาม"นิพนธ์" หัวเราะหลังถูกถามอาจได้รับไม้ต่อนั่งนายกฯ ด้าน"วราวุธ" แจงรมช.ว่าง 4 เก้าอี้ ไม่กระทบรัฐบาล "พิชัย" ชี้ผลงาน "ประวิตร" พิสูจน์เป็นนายกฯดีกว่า "ประยุทธ์" ไล่ส่งหยุดดันทุรังลาออกได้แล้ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ก.ย.65 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมนัดพิเศษในวันที่ 8 ก.ย. จะมีคำวินิจฉัยประเด็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกมาเลยหรือไม่ ว่า เมื่อผู้ถูกร้อง รวมถึงผู้ให้ความเห็นส่งความเห็นได้เร็วศาลรัฐธรรมนูญก็นัดประชุมได้เร็ว แต่วันที่ 8 ก.ย.จะเสร็จหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ สมมุติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ถกแถลงกันแล้วใครอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถือเป็นการทำงานในชั้นของศาล ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่มีกรอบเวลากำหนดใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี ปกติเขาไม่บอกให้รู้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรักษาการนายกฯ ระบุรอให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาปรับครม. แบบนี้ ครม.ยังหวังให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาดำรงตำแหน่งเช่นเดิม ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ใครคิดอะไรก็พูดไป ซึ่งคำตอบของพล.อ.ประวิตรถูกต้องที่สุด เมื่อไปเซ้าซี้ถามท่าน ท่านยังไม่แน่ชัดว่าพล.อ.ประยุทธ์จะกลับหรือไม่กลับ เอาไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาแล้วค่อยว่ากัน หรือถ้ารู้แน่ว่าไม่กลับจะได้ว่ากันใหม่
เมื่อถามว่า รัฐบาลมีแผนรองรับกรณีคำวินิจฉัยออกมาเป็นลบต่อพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ นายวิษณุ บอกว่า ไม่มี ไม่เคยมีเลย เชิงลบเชิงบวกอะไรก็ไม่มีทั้งนั้น เมื่อถามว่า ในฐานะฝ่ายกฎหมายและได้อ่านคำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์แล้ว มองว่าพล.อ.ประยุทธ์จะได้กลับมาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องมันไปที่ศาลแล้ว ก็รอแล้วกัน เมื่อถามว่า มีหลายฝ่ายมองว่าการที่พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่บ่อย เป็นการเตรียมการสำหรับแผนสำรองหากพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ไปต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ท่านไปในสองสถานะคือ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย จะเป็นการสร้างความกดดันให้ต้องมีการปรับครม.หรือไม่ ว่า ไม่มี คนละพรรคกันอยู่แล้ว เรื่องนี้ต้องยอมรับการตัดสินใจของแต่ละคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่ากรณีที่นายนิพนธ์ลาออกก่อนศาลวินิจฉัย นำมาเปรียบเทียบกับนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ที่ถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่ลาออก ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใครมอง เมื่อถามย้ำว่านางกนกวรรณจะต้องลาออกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีการเตรียมคนมาแทนนางกนกวรรณหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี ทุกคนยังทำงานตามหน้าที่ปกติ
เมื่อถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้มีการปรับครม.มองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า คนปรับครม.คือนายกฯ เรายังไม่ได้รับสัญญาณฯใดๆ เลย และยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของพรรคใครพรรคมัน แต่ละพรรคไม่จำเป็นต้องทำตามกันทุกเรื่อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายอนุทินและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปทานข้าวกลางวันกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กระทรวงกลาโหม ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปต่อ เนื่องจากปม 8 ปี อาจส่งไม้ต่อให้นายอนุทิน นั่งนายกฯ นายอนุทิน (หัวเราะ) แต่ไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ no news is good news (การไม่มีข่าวถือเป็นข่าวดี)
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องการปรับครม. หากฟังจากพล.อ.ประวิตรระบุต้องรอให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาทำหน้าที่ถึงจะปรับ เมื่อถามว่า ที่พูดเช่นนี้แสดงว่ามีความมั่นใจศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้พล.อ.ประยุทธ์ได้กลับมาทำหน้าที่ต่อใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จะไปตอบอย่างนั้นไม่ได้ แต่พูดในหลักการว่าการจะปรับครม. ในขณะที่ท่านเป็นรักษาการนายกฯ ท่านไม่อยากจะทำสิ่งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องรอให้นายกฯเป็นคนทำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพล.อ.ประวิตรจะทำอะไรก็ให้เกียรติพล.อ.ประยุทธ์ตลอด มีการคุยกันตลอด แต่ทราบมาว่าแต่ละพรรคมีรัฐมนตรีที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือลาออกไป มีตำแหน่งว่าง จึงเป็นเรื่องที่ทางผู้ใหญ่ทุกพรรคจะต้องมาคุยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าพล.อ.ประวิตรได้มีการพูดคุยกับพล.อ.ประยุทธ์แล้วใช่หรือไม่ว่ารอให้กลับมาทำหน้าที่ก่อนจึงจะดำเนินการ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไปตอบแทนแบบนั้นไม่ได้ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการทำงานต้องให้เกียรติกัน และคุยกันทุกพรรค หัวหน้าพรรคทุกคน ผู้ใหญ่ ต้องมาคุยกัน เมื่อถามถึงความจำเป็นในภาวะเช่นนี้จะต้องเร่งรัดแต่งตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างหรือไม่ นายชัยวุฒิ ตอบว่า ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลยังทำงานได้ สามารถทดแทนกันได้ และอยากให้ความมั่นใจกับประชาชนว่ารัฐบาลยังทำงานได้
เมื่อถามถึงโควตาพรรคพลังประชารัฐที่ยังว่างอยู่ จะแต่งตั้งเข้ามาในการปรับครม.เลยหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค แต่เห็นว่า ว่างมาตั้งนานไม่เห็นเป็นอะไร ยังทำงานกันได้ เมื่อถามว่า ขณะนี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มีการคุยกับพล.อ.ประวิตรวางแผนเพื่อรอ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น เข้าใจว่ามีการพูดคุยกัน แต่ผลสรุปออกมาเป็นอย่างไรไม่ทราบ ต้องรอให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาทำหน้าที่ตามปกติ แล้วค่อยมีการหารือกันจริงจังอีกครั้งหนึ่ง
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีนายนิพนธ์ลาออกจากตำแหน่งรมว.มหาดไทย ทำให้ตำแหน่งรมช.ว่างลงรวม 4 ตำแหน่ง ว่า ตำแหน่งที่ว่างลงนั้น เป็นตำแหน่งรมช. ปัจจุบันยังมีรมว.อยู่ การบริหารราชการแผ่นดินยังสามารถดำเนินการได้อยู่ ความรับผิดชอบของรมช.จะถูกโอนถ่ายไปที่รมว. ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ทราบจากข่าวว่าพล.อ.ประวิตรระบุว่าจะไม่ปรับครม.ในช่วงที่ตัวเองยังรักษาการนายกฯ อยู่ จึงต้องรอดูในปลายเดือนก.ย.นี้ หรือรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพล.อ.ประยุทธ์จะสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯต่อได้หรือไม่ และจะมีการปรับครม. หรือไม่ ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบอะไรต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ที่แต่ละพรรคมีความประสงค์อย่างไร และอยู่ที่ว่านายกฯจะตัดสินใจอย่างไร ในส่วนของพรรค ชทพ.จะไม่เสนอขอปรับครม. ตน ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีปัญหาอะไร
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรักษาการนายกฯ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) สภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญ มรว.ปริดิยาธร เทวกุล ในฐานะผู้จัดการมรดก ของ นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เพื่อนที่ให้ยืมนาฬิกาซึ่งในบัญชีทรัพย์สินไม่มีนาฬิกาดังกล่าว โดย พล.อ.ประวิตร ส่ายศีรษะ พร้อมกล่าวสั้นๆ 2 ว่า มันจบไปแล้วๆ
ที่พรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่พล.อ.ประวิตรต้องเข้ามาทำหน้าที่แทนพลเ.อ.ประยุทธ์ ปรากฏว่าการทำงานของพล.อ.ประวิตรในเวลาไม่กี่วันกลับทำได้ดีกว่าพล.อ.ประยุทธ์มาก เข้าใจปัญหาและเข้าถึงใจประชาชนได้มากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ขนาดทำให้พล.อ.ประยุทธ์ต้องเสียศูนย์ออกมาแสดงอาการหวงตำแหน่งเดิมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยรูปนั่งคุยกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข นั่งพร้อมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสม เพราะโดยตำแหน่งแล้วนายอนุทินที่เป็นรองนายกฯ ย่อมมีฐานะสูงกว่าพล.อ.ประยุทธ์ที่เป็น รมว.กลาโหมเท่านั้น ยิ่งแสดงถึงภาพการยึดติดและอิจฉาทำใจไม่ได้ที่มีกับพล.อ.ประวิตร ทั้งที่น่าจะรู้ว่าเวลาของตนเองหมดแล้วแต่ยังพยายามจะดันทุรัง
ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่กลับเสียคะแนนเพราะนั่งรถกันกระสุนและไม่ยอมเปิดหน้าต่างคุยกับประชาชน โดยอ้างว่าเปิดไม่ได้เพราะเป็นรถกันกระสุน ซึ่งถ้าหากกลัวคนทำร้ายและกลัวตายขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะยังดื้อรั้นจะอยู่ตำแหน่งต่อไปอีกเลย ควรออกไปได้แล้ว ทั้งสองเรื่องนี้แสดงถึงความเสื่อมของพล.อ.ประยุทธ์ได้ชัดเจนและพิสูจน์ได้เลยว่าใครเหมาะจะมาเป็นนายกฯก็จะทำได้ดีกว่า จากผลงานของพล.อ.ประวิตรเพียงไม่กี่วันมานี้พิสูจน์แล้ว
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญได้เรียกประชุมนัดพิเศษในวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย.นี้ เพื่อพิจารณาคดีวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ตอนศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ก็ไม่ได้ทำให้คนไทยรอนานจนเกินไป ก่อนหน้านี้ไม่มีการนัดประชุมมาก่อน มีเพียงการนัดประชุมในวันที่ 14 ก.ย.นี้ เพื่อลงมติวินิจฉัยกรณีความสิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์หรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้เรียกประชุมนัดพิเศษในวันที่ 8 ก.ย. สถานการณ์ขณะนี้เชื่อว่าประชาชนจับตาและเตรียมการรับมือกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกดดันศาล และไม่มีใครปรารถนาเช่นนั้น น่าแปลกใจที่พล.อ.ประยุทธ์ชื่นชมสปิริตของนายนิพนธ์แต่อาจไม่ทันคิดว่ามีคนรอให้พล.อ.ประยุทธ์แสดงสปิริตลาออกด้วยเหมือนกัน พล.อ.ประวิตรลงพื้นที่ แม้โซเชียลจะเสียงแตก ตกลงนั่งหลับหรือแค่กระพริบตา แต่ต้องยอมรับว่าประชาชนเห็นภาพความแตกต่างชัด ระหว่างรักษาการนายกฯกับนายกฯที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่มีสภาพแตกต่างกันอย่างไร อดคิดไม่ได้ว่าถ้าประเทศไทยได้นายกฯอายุไม่เยอะ เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ มีพลัง มีไฟในการทำงาน ประเทศไทยจะไปได้ไกลกว่านี้
"นาทีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องกังวลว่าพล.อ.ประวิตรจะแซงหน้า หรือทำหน้าที่ได้ดีกว่า เอาเข้าจริงนายกฯคนใหม่ ก็น่าจะทำหน้าที่ได้ดีกว่า โดยเฉพาะนายกฯคนรุ่นใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งและยึดโยงกับประชาชน"นายอนุสรณ์ กล่าว
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารตาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กถึงกรณีการวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ของศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญมิอาจวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น นอกจากวินิจฉัยชี้ขาดให้ความเป็น นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ้นสุดลงเนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบกำหนด 8 ปี ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากการดำรงตำแหน่งนายกฯเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และเป็นไปตามประกาศพระบรมราชโองการเพื่อให้มีหน้าที่ และอำนาจในการบริหารประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ตามพระบรมราชโองการลงวันที่ 24 ส.ค.2557 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ และพระบรมราชโองการลงวันที่ 9 มิ.ย.2562 อันเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติให้ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตามมาตรา 2 และพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 158 ซึ่งสืบเนื่องจากมาตรา 3 ที่กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจในการใช้อำนาจบริหาร ผ่านคณะรัฐมนตรี และแต่งตั้งนายกฯ อันเป็นพระราชอำนาจโดยแท้ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้ตามมาตรา 6