"ชนะศักดิ์" เตือน "สุรทิน" ให้พูดเรื่องจริง ระวังจะดับคาสนามการเมือง ยัน "บิ๊กตู่" ให้เกียรติพรรคเล็กตลอด

การเมือง13 มี.ค. 2565 • 16:49 น.
"ชนะศักดิ์" เตือน "สุรทิน" ให้พูดเรื่องจริง ระวังจะดับคาสนามการเมือง ยัน "บิ๊กตู่" ให้เกียรติพรรคเล็กตลอด
วันที่ 13 มี.ค.65 นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ออกมาโจมตีนายกรัฐมนตรี ที่นัดพรรคเล็กกินข้าว ในช่วงค่ำวันที่ 17 มี.ค.นี้ที่สโมสรราชพฤกษ์ ว่าเป็นเรื่องแก้เกี้ยวไม่ใช่เรื่องแก้เกมการเมือง เหมือนเด็กเล่นขายของ ว่า คำว่า แก้เกี้ยว ความจริงน่าจะใช้กับ นายสุรทินมากกว่า ไม่ใช่ใช้กับนายกรัฐมนตรี เพราะนายสุรทิน เองที่ไม่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานรับประทานอาหารค่ำที่สโมสรราชพฤกษ์ ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ แล้วก็ออกมาโวยวายแก้เกี้ยวว่าถ้าได้รับเชิญก็จะไม่ไป เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า “ นายสุรทิน อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรเขาก็รู้กันทั้งนั้น มีอย่างที่ไหน ออกมาพูดแก้เขินว่าถ้ารัฐบาลเชิญมาไม่รู้จะไปหรือเปล่า เพราะประชาชนฝากบอกว่าทำไมรัฐบาลไปนัดเลี้ยงกันสนุกสนาน ในขณะที่ประชาชนกำลังลำบาก เลยคิดว่าจะไม่ไปงานกินข้าวพรรคเล็ก แล้วที่นายสุรทิน ไปกินข้าวเที่ยงกับพรรคเล็กที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นโต้โผใหญ่นั้นคืออะไร ดังนั้นคำว่าไม่ให้เกียรติพรรคเล็ก หรือที่ว่าไม่ใส่ใจเหมือนเดิมมันคืออะไร พูดมาให้ชัดดีกว่า” นายชนะศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำรัฐบาล ตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และให้เกียรติพรรคเล็กมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเสนอแนะอะไร หรือมีข้อคิดเห็นอะไรก็ยินดีรับข้อเสนอแนะนั้นมาตลอด แม้แต่ฝ่ายค้านเองหากมีข้อเสนออะไรที่เป็นประโยชน์ก็พร้อมรับมาอยู่แล้ว จะเห็นได้จากการอภิปรายในสภาทุกครั้ง สมาชิกทั้งจากฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ก็รับมาหมด ในอดีตก่อนมีปัญหาการระบาดของโควิด ในการจัดงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลก็เชิญพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมาทานข้าวกัน ทุกคน ทุกพรรคก็มาร่วมกัน ก็ไม่เห็นมีอะไร แล้วแบบนี้หรือที่นายสุรทินบอกว่า นายกรัฐมนตรีไม่ให้เกียรติพรรคเล็ก “ นายสุรทิน ต้องเอาความจริงมาพูดกัน อย่าให้อะไรมาอุดปากจนพูดไม่ออก เพราะมันจะเสียกับตัว นายสุรทินเอง ยิ่งโวยวายก็ยิ่งเข้าตัว ทำอะไรก็รู้อยู่แก่ใจ อย่าให้ผมต้องพูดไปมากกว่านี้เลย เดี๋ยวจะดับในสนามการเมืองเสียก่อน”