สภาฯแจง หลัง "วัชระ" ฟ้องน้ำรั่วนับ 100 จุด ยันตรวจสอบแล้ว เสามีน้ำซึมซ่อมได้ไม่กระทบโครงสร้าง
วันที่ 17 ต.ค.65 ว่าที่เรือตรียุทธนา สำเภาเงิน ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ในฐานะโฆษกประจำสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีที่ นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยว่าพื้นที่จอดรถ ชั้น B 2มีตาน้ำผุด และน้ำซึมที่รอยแยกทั่วบริเวณลานจอดรถ นับ 100 จุด โดยพบว่า มีน้ำซึม น้ำไหลออกจากเสาตอม่อจำนวน 23 ต้น จนอาจเกิดการหักถล่มมีน้ำรั่วในอาคารรัฐสภาจนเกิดความเสียหายบริเวณต่าง ๆ นั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอชี้แจงว่า เมื่อที่ 10 ต.ค.65 ที่ผ่านมาสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ประสานงานกับรองศาสตราจารย์ ดร.การุญ จันทรางศุ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ วิศวกรโครงสร้างของบริษัทผู้ออกแบบ สงบ 1051 ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการออกแบบอาคารสูง ร่วมกับทีมงานของบริษัทผู้ออกแบบ ผู้รับจ้าง ที่ปรึกษาบริหารโครงการ และผู้ควบคุมงาน พร้อมด้วยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ามาสำรวจพื้นที่ ที่มีรอยซึมน้ำ และได้วางแผนร่วมกันให้มีการสำรวจทางวิศวกรรมเพื่อตรวจหา และจัดทำแผนผังของรอยแตกร้าว โดยให้ใช้เครื่องสแกนพื้นเพื่อดูความลึก และความกว้างของรอยแตกร้าวว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อจะได้กำหนดวิธีการซ่อมแซมที่ถูกต้องต่อไป
ว่าที่เรือตรียุทธนา กล่าวว่า ส่วนกรณีเรื่องเสาที่มีน้ำซึม เป็นความเสียหายที่เกิดที่เปลือกผิวคอนกรีตหุ้มเสาเหล็ก (เสา Built up ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นเสากันแรงระเบิด) สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้ โดยการสกัดคอนกรีตหุ้มเสาออก เพื่อตรวจสอบตำแหน่งน้ำซึม แล้วจึงจัดการซ่อมแซม และทำคอนกรีตหุ้มกลับดังเดิม ดังนั้น กรณีเรื่องพื้นที่ที่มีน้ำซึม และเสาที่พบว่ามีน้ำซึมออกมานั้น ทางวิศวกรโครงสร้างฯ ได้รับรองว่าไม่กระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะได้เร่งการดำเนินการให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยโดยเร็ว เนื่องจากปัจจุบันการรับมอบงานเป็นการตรวจรับปริมาณงานของผู้รับจ้างเท่านั้น ประกอบกับผู้รับจ้างยังมีข้อผูกพันตามสัญญากรณีที่พบความบกพร่องของงานก่อสร้างระยะเวลา 2 ปี ภายหลังการตรวจรับงานงวดสุดท้ายด้วย
“สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอยืนยันว่า การตรวจรับงานโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ดำเนินการตามข้อกำหนดตามสัญญา และการตรวจรับงานจะอยู่ภายใต้คำแนะนำของที่ปรึกษาบริหารโครงการและการตรวจสอบของผู้ควบคุมงาน โดยคำนึงถึงกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความคุ้มค่า และประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ” ว่าที่เรือตรียุทธนา กล่าว