"วุฒินันท์" นำทีม "ก้าวไกล-ก้าวหน้า" สำรวจความเดือดร้อนหลังเหตุเพลิงไหม้ "หมิงตี้เคมีคอล"
"วุฒินันท์" นำทีม "ก้าวไกล-ก้าวหน้า" สำรวจความเดือดร้อนหลังเหตุเพลิงไหม้ "หมิงตี้เคมีคอล" เรียกร้อง "มหาดไทย" เป็นเจ้าภาพหลักดูแลเยียวยาความเสียหายประชาชน
17 ก.ค. 2564 - ชุมชนหลังวัดกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส. สมุทรปราการ เขต 4 พรรคก้าวไกล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า นำทีมงานพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ชุมชนหลังวัดกิ่งแก้ว ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามปัญหา และติดตามความช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังเกิดเหตุระเบิด และเพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้เคมีคอล ซึ่งเป็นโรงงานเก็บสารเคมีที่ทำให้ต้องมีคำสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 5-10 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา
โดยนายวุฒินันท์ กล่าวว่า ตน และทีมงานพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เกิดเหตุวันแรก โดยทีมงานได้เข้าไปช่วยในการลำเลียงอพยพประชาชนไปศูนย์พักพิงชั่วคราว 7 จุดที่มี อบต.บางพลีใหญ่ เป็นศูนย์กลาง เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจึงได้เริ่มสำรวจความเสียหาย โดยเริ่มจากชุมชนหลังวัดกิ่งแก้วเป็นชุมชนแรก เนื่องจากเป็นชุมชนใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ห่างจากโรงงานเพียง 800-900 เมตรเท่านั้น และสภาพเศรษฐกิจของชุมชนที่ต้องยอมรับว่าอาจไม่สามารถฟื้นฟูซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่เสียหายได้เองโดยเร็ว ทางทีมงานก้าวไกลจึงร่วมกับคณะก้าวหน้า ที่มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน มาช่วยเหลือซ่อมแซมความเสียหายให้ชุมชนเป็นการเบื้องต้น
“เหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้เกิดขึ้นวันที่ 5 ก.ค. ซึ่งผ่านมาแล้วกว่า 10 วัน แต่การดูแลความเสียหายที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากยังไม่เกิดขึ้น ทั้งในเรื่องของการชดเชยเยียวยา และการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่ยังไม่มีการตรวจในส่วนของประชาชน ซึ่งพวกเขายังมีความกังวลถึงผลกระทบจากสารพิษตกค้างต่างๆ ทั้งในร่างกาย และในธรรมชาติคือ อากาศ ดิน และน้ำ การติดตามดูแลในเรื่องเหล่านี้ เจ้าภาพหลักควรเป็นกระทรวงมหาดไทย อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นพรรคฝ่ายค้านและมีทรัพยากรจำกัด แต่พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในการเข้าช่วยเหลือ ในวันเกิดเหตุได้นำผู้ตกค้างอพยพออกมารวมถึงเปิดใช้พื้นที่ของสาขาพรรคก้าวไกลเพื่อเป็นศูนย์ประสานงานและมอบสิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ผู้อพยพ เมื่อเหตุการณ์สงบลง พรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า มูลนิธิบูรณะนิเวศและทีมงานอาสายังได้เข้าไปยังชุมชนในบริเวณในรัศมีที่เกิดเหตุเพื่อเก็บข้อมูลและซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากแรงระเบิด โดยได้ซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนบางส่วนไปแล้วประมาณ 40-50 หลังคาเรือน รวมถึงโรงเรียนวัดกิ่งแก้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมดยังคงต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐ ผมจึงต้องออกมากล่าวในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอย่านิ่งเฉย อย่าเอาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิดมากลบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสมุทรปราการของเรา”
จากนั้น นายวุฒินันท์ ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ประการ ได้แก่ 1.รัฐบาลต้องสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และประเมินมูลค่าความเสียหายโดยเร็วที่สุด 2.รัฐบาลต้องทำการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนตามความจริง โดยให้ออกพระราชกำหนดเหมือนครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อเยียวยาพี่น้องที่ได้รับผลกระทบโดยไม่จำกัดวงเงิน และเมื่อรัฐบาลทำการเยียวยาแล้ว ก็ให้รัฐบาลเรียกรายจ่ายต่างๆ ที่ใช้ในการเยียวยาจากผู้ก่อความเสียหาย ซึ่งก็คือบริษัทหมิงตี้ ตามที่พระราชบัญญัติวัตถุอันตรายได้ให้อำนาจไว้ รัฐบาลควรเข้ามาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลสู้ยืดเยื้อกับบริษัทเจ้าของโรงงานเพียงลำพัง 3.รัฐบาลต้องเปิดให้ประชาชนตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตในการประกอบกิจการของโรงงาน (รง.4) และรายงานการประชุมในการพิจารณาการอนุญาตให้ประกอบกิจการของโรงงานทุกฉบับ นับแต่มีการเริ่มดำเนินกิจการมา และให้มีการตรวจสอบพื้นที่ แผนผังการจัดวางเครื่องจักร และเอกสารที่เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรทุกฉบับ และ 4.รัฐบาลต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรายงานการศึกษามาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย (ESA) รายงานการประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงาน เอกสารเกี่ยวกับการจัดการและขจัดมลพิษ และรายงานการรับฟังความเห็นของประชาชนที่เกิดจากการดำเนินกิจการโรงงานตามกฎหมายโรงงาน
ต่อมานายวุฒินันท์ ได้นำสื่อมวลชนร่วมสำรวจ ชุมชนหลังวัดกิ่งแก้ว โดยได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนว่า ในวันที่เกิดเหตุตกใจมาก มีความสับสน และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย เช่น กระจกแตก ผนังร้าว ฝ้าพัง ดังนั้น แค่การลงมาให้กำลังใจก็ถือว่ามีความสำคัญ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่เห็นมีหน่วยงานใดจากภาครัฐเข้ามาสำรวจความเสียหายเลย มีเพียงการให้ไปลงทะเบียนไว้กับ อบต.ราชาเทวะ เพื่อรอรับเงินเยียวยา ส่วนที่พังก็ให้สำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งสภาพเศรษฐกิจแบบนี้จะทำได้อย่างไร การที่พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้ามาช่วยซ่อมแซมอย่างรวดเร็วจึงประหลาดใจมาก นอกจากนี้ยังการแสดงขอบคุณรวมถึงบางคนยังฝากไล่รัฐบาลประยุทธ์ออกไปด้วย