สงครามครั้งสุดท้าย ของ “พี่ใหญ่” “บิ๊กน้อย-ธรรมนัส” รีเทิร์น 3ป. แตก ปชป-สามมิตร-กปปส. แยกทาง สังเวย

การเมือง27 ม.ค. 2566 • 16:00 น.
สงครามครั้งสุดท้าย ของ “พี่ใหญ่” “บิ๊กน้อย-ธรรมนัส” รีเทิร์น 3ป. แตก ปชป-สามมิตร-กปปส. แยกทาง สังเวย

เมื่อประกาศพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แล้ว “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พี่ใหญ่ 3 ป.  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ต้องสู้ศึกเลือกตั้ง อย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นการวัดพลัง บารมี และ ศักดิ์ศรีของ การเป็น พี่ใหญ่ 3 ป. ผู้ค้ำรัฐบาล มาได้ถึง 8 ปี  ที่ พล.อ.ประวิตร ทำหน้าที่ ผู้จัดการรัฐบาล

หากต้องมาพ่ายแพ้ เพราะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แยกไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ  ก็จะเป็นการยืนยันว่า ที่อยู่มาได้ 8 ปี ตั้งแต่ ยุครัฐบาล คสช. มาจนปัจจุบัน  เพราะคะแนนนิยม และ กองหนุนของ พล.อ.ประยุทธ์  จึงต้องมีการพลิกเกม  ทั้งการ เปิดทางให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  กลับมาช่วยพรรค พปชร. แบบ ไม่มีตำแแหน่ง เพราะไม่ต้องการ ให้มีผลกระทบ กับแกนนำพรรคคนอื่น ที่มีความขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส

และการดึง “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน กลับพรรคพลังประชารัฐ  อีกครั้ง เพื่อมาผนึกกำลังในการสู้ศึกเลือกตั้ง โดย พล.อ.ประวิตร จะให้ พล.อ.วิชญ์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค พปชร. ตำแแหน่งที่ พล.อ.ประวิตร เคยนั่ง ก่อนจะมาเป็นหัวหน้าพรรค

แม้ว่า พล.อ.วิชญ์ จะเคยมีปัญหากับ ร.อ.ธรรมนัส  จนต้องลาออกจาก หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย แล้วไปตั้งพรรค “รวมแผ่นดิน” ก็ตาม  แต่ก็สามารถร่วมพรรค ทำงานด้วยกันได้ เพราะทั้งคู่ยังให้ความเคารพกับ พล.อ.ประวิตร

อีกทั้งก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ ปลายปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ได้เลือกทั้งคู่ มาพูดคุยกันแล้ว แม้จะไม่ได้กลับมาแนบแน่นเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน  จะจับมือทำเพื่อ พล.อ.ประวิตร โดยมีเป้าหมาย สนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ

ส่วน พรรครวมแผ่นดิน ก็คาดว่าให้ “บิ๊กโป๊ป” พล.อ.ชัชชัย ภัทรนาวิก รองหัวหน้าพรรค น้องรักของ บิ๊กป้อม อีกคน เป็นหัวหน้าพรรคแทน

ด้วยเพราะเดิมพัน ครั้งนี้สูง และต้องต่อสู้กับ พลังอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์  ที่กำลังแผดพลัง จนทำให้ ส.ส.หลายคน ที่ไม่ยอม ย้ายพรรค ต้องร้อนๆหนาวๆ  โดยเฉพาะ ส.ส. ที่จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประวิตร จะเจอแรง ดูด และ แรงกดดันอย่างหนัก  ที่ยิ่งทำให้ พล.อ.ประวิตร ไม่พอใจ การเดินเกม ของพรรคน้อง

ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์  เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะไปจับมือร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และ ได้ประกาศพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ถือว่าเป็นคู่แข่งทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องสกัด แผนการนี้ ของ พล.อ.ประวิตร ทุกทาง

เพราะจนตอนนี้ ยังมีพลังดูด กลุ่มสามมิตร จาก พปชร. ให้ไป อยู่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ของพล.อ.ประยุทธ์  อย่างหนัก  จนทำให้มีข่าวว่า กลุ่มสามมิตร แยกวง ตามกลุ่ม 3 ป. ของ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ที่จะทิ้ง พปชร.ไปอยู่ พรรค รทสช. คงเหลือ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม  ที่ตอนนี้ จะยังอยู่กับ พล.อ.ประวิตร  แต่ก็มีแรงกดดัน ไม่น้อย จนมีข่าวว่า สมศักดิ์ ไม่อยากเจอแรงกดดัน  จาก 3 ป.  จนอาจจะย้ายขั้วไป พรรคเพื่อไทย เลยก็เป็นได้

การต่อสู้กัน ระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ยิ่งรุนแรงขึ้น ทั้งเกมบนดิน และใต้ดิน

ขณะที่ พื้นที่ กทม. พรรค พปชร.ของ พล.อ.ประวิตร  ส่อเค้าสูญพันธุ์ เพราะ ส.ส. กทม. ย้ายออกกันหมด จนพล.อ. ประวิตร ตัอง ดึงจั้ม สกลธี ภัททิยะกุล อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แกนนำ กปปส. มาช่วยดูแล การ เลือกตั้ง ส.ส. กทม. 

เพราะ สกลธี เป็นลูกชายของ “บิ๊กตุ่น” พล.อ.วินัย ภัททิยกุล  อดีตปลัดกลาโหม และอดีตเลขาฯ คมช. ที่เป็น เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 ของ พล.อ.ประวิตร  

รวมถึงการดึง “เสธ ป๊อป” น.ต. นิธิ บุณยะรัตกลิน  ลูกชาย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุณยะรัตกลิน  อดีตหัวหน้า คมช. รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 6 ของ พล.อ.ประวิตร เช่นกัน

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ก็มอบหมายให้ “อ.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  เหรัญญิกพรรค มาช่วย สกลธี ดูอีกแรงหนี่ง โดยแบ่งพื้นที่กันดูแล

ท่ามกลางกระแสข่าวว่า “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรมว.ศึกษาฯ  อดีตแกนนำ กปปส. มาช่วยอยู่เบื้องหลัง ด้วย  แม้ เจ้าตัว จะยืนยันว่า วางมือทางการเมือง 100% ก็ตาม

ขณะที่ “บี” พุทธิพงษ์ ปุณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส. อดีตแกนนำ กปปส.  ก็ไปอยู่ พรรคภูมิใจไทย ดูแลกทม.  ที่พรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส. กทม. เป็นครั้งแรก

เรียกได้ว่า ศึกการเมืองครั้งนี้  นอกจาก พี่น้อง 3 ป. จะแตกยับ แล้ว ยังทำให้ นักการเมือง และกลุ่มการเมือง ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ แยกทางกันตามไปด้วย โดยต้อง วัดดวง กันว่าใครจะเลือกข้างถูก บนพื้นฐานที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปรียบ กว่า เพราะคุมอำนาจสูงสุด ในรัฐบาล และมีโอกาสที่จะได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย สูงกว่า เพราะ “ขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตแกนนำ กปปส.  ที่มาเป็น เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ  ก็เลือกมาอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ต้น

เพราะแม้แต่ พรรคประชาธิปัตย์  ก็ยังต้องแตก เพราะมีการแยกตัวมา อยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค และ ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นแม่เหล็ก

ศึกชิงอำนาจ พี่น้อง 3 ป. โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ จึงส่งผลกระทบอย่างแรงต่อดุลย์อำนาจทางการเมือง