ปิดฉาก 9 ปี  "บิ๊กตู่" ร่วมกินมื้อกลางวัน สื่อทำเนียบฯ เปิดทาง นายกฯ คนใหม่เข้าไทยคู่ฟ้า ขรก.-จนท. ร่วมซึ้ง เปิดเพลงคำสัญญา สวมกอด "พีระพันธุ์-ธนกร" น้ำตาคลอ ก่อนเข้าบ้านพิษณุโลกสักการะ "ศาลท่านท้าวหิรัญพนาสูร"  

การเมือง31 ส.ค. 2566 • 09:29 น.
ปิดฉาก 9 ปี  "บิ๊กตู่" ร่วมกินมื้อกลางวัน สื่อทำเนียบฯ เปิดทาง นายกฯ คนใหม่เข้าไทยคู่ฟ้า ขรก.-จนท. ร่วมซึ้ง เปิดเพลงคำสัญญา สวมกอด "พีระพันธุ์-ธนกร" น้ำตาคลอ ก่อนเข้าบ้านพิษณุโลกสักการะ "ศาลท่านท้าวหิรัญพนาสูร"  

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 31 ส.ค. 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินลงจากห้องทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบ ฯ พร้อมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ  นายธนกร วังบุญคงชนะรมต.ประจำสำนักนายกฯ

 

โดยทันทีที่นายกฯ เดินมาถึงบริเวณหน้าตึกนารีสโมสร เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับสื่อมวลชน นายกฯได้ถอดเสื้อสูทและมีท่าทีผ่อนคลายอย่างอารมณ์ดี พร้อมกล่าวทักทายสื่อมวลชนว่า "ระวังติดโควิดนะสบายดีกันมั้ย วันหน้าก็ทำกับรัฐบาลใหม่เขาให้ดีๆก็แล้วกันนะ " จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้รับประทานโดยเมนูวันนี้ที่พล.อ.ประยุทธ์รับประทาน ประกอบด้วย ผัดไท หมูย่างปลาร้า ส้มตำ หอยทอด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และของหวานเป็นไอศครีมกะทิ 

 

ทั้งนี้เมื่อสื่อมวลชบอกพล.อ.ประยุทธ์ว่า นายกฯคุยกับเราบ้างก็ได้ โดยพล.อ.ประยุทธ์ หันมาตอบว่า ก็คุยกันมาตลอด คุยกันมา 9 ปีแล้ว ไม่เบื่อหรือไง ทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เอาเรื่องงานเป็นหลัก พูดไม่เพราะบ้างก็ให้อภัยกันนะ

 

เมื่อถามว่า จากนี้นายกฯจะไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็คงซักระยะให้มันนิ่งๆเงียบๆ เรียบร้อยก่อน จะไปถูกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย เพราะตนนั่งแค่รถจากบ้านมาทำเนียบฯ ทุกวัน ก็ฝากไปถึงครอบครัว ขอให้อยู่กับครอบครัว เพราะเวลาก็หายไป 9 ปี หรือเยอะกว่านั้น ที่เรามาอยู่ตรงนี้มาบริหารสถานการณ์สภาวะต่างๆ ซึ่งวันนี้ก็สงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างน่าภูมิใจ ถ้าเราช่วยกันรักษาไว้ประเทศก็เดินต่อไปได้ เพราะทุกอย่างตั้งเอาไว้แล้ว จะปรับปลี่ยนอะไรก็ต้องทำให้ต่อเนื่องกันบ้าง ตนไม่ขอวิจารณ์ให้เขาทำงานไป การที่ตนตัดสินใจออกจากทำเนียบฯ ไปนั่งทำงานอยู่ที่บ้าน เพราะเป็นการให้เกียรติคณะรัฐมนตรี (ครม.)ใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเร็วๆนี้ เขาจะได้มาจัดสถานที่ในการทำงาน  

 

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มาดูตึกไทยคู่ฟ้า แล้วระบุว่าไม่มีห้องนอนพล.อ.ประยุทธ์ แนะนำอะไรไปบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายเศรษฐาเป็นผู้ถามตนว่าจะนอนทำเนียบฯดีไหม ตนจึงบอกว่าถ้าจะนอนก็มีห้องเล็กอยู่ แต่ตนก็ยังไม่เคยนอน เพราะรบกับสื่อทำให้นอนไม่หลับ แต่พอพูดไปโมโหไป กลับมาก็รู้สึกเสียใจ คิดว่าไม่ควรพูด ต่างคนต่างเข้าใจกันนะ ดูอย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ  ไม่เคยทะเลาะกับใคร ยิ้มตลอด ตนเป็นคนขี้โมโห คิดเร็วทำเร็ว บางทีก็อาจจะไม่เหมาะสม แต่ถ้าดูลผลงานที่ออกมาก็โอเคแล้ว บางครั้งก็ต้องดุบ้าง เพราะเราก็เป็นทหารมาก่อน ที่สื่อเขียนกันมาตนก็ไม่ได้โกรธ เพราะเดี๋ยววันเวลาก็พิสูจน์กันเอง 


 

เมื่อถามว่า ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯ จะเหงาหรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเหงาอะไร ตนเป็นคนช่าวคิดช่างอ่าน นิสัยนี้เลิกไม่ได้ ไม่มีอำนาจอะไรก็นั่งคิดไปเฉยๆ คิดในฐานประชาชนคนหนึ่ง คนเราต้องวางบทบาทที่เหมาะสม ทำตัวอย่างไร สื่อไทยมีอิสระและบทบาท เพราะนี่คือประเทศไทยเราไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะยังไงก็เป็นคนไทยด้วยกัน แต่ขอให้นึกถึงกฎหมายกันบ้าง อย่าให้คนอื่นเขาเดือนร้อน การใช้อำนาจ การใช้กฎหมายก็ต้องระมัดระวังไม่ให้บานปลายก็ต้องมีวิธีการ ซึ่งเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมเราเป็นฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายนิติบัญญติ อัยการ ศาล องค์กรอิสระ เขาก็มีหน้าที่บทบาทของเขาจะไปก้าวล่วงเขาไม่ได้ เราเคารพตรงนี้ทำของเราให้ดีที่สุด 

 

เมื่อถามว่า มีงานอดิเรกอะไรบ้าง จะเขียนหนังสือสักเล่มหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า จะอ่านหนังสือและเลี้ยงสุนัข ส่วนเรื่องเขียนหนังสือ ขอพักสมองสักเดี๋ยว เจอหนังสือมา 9 ปี ท่วมหัวไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องการทำเพลงวันหน้าจะเขียนให้นายอนุทิน ไปแต่ง เพลงที่ตนแต่งมาชอบทุกเพลง เพราะ มีความหมายสำหรับเรา เราชอบแต่งบทกลอน บทกวี เล่าเรื่องร้อยเรียง เป็นคนพูดได้ 2-3 ชั่วโมง วันๆหนึ่งตอนสมัยอยู่กับทหารแต่งเพลงมายังไม่มีใครมาขอออกซิงเกิลเลย  

 

"ส่วนเพลงคืนความสุขให้เธอประเทศไทย ที่ร้องว่าขอเวลาอีกไม่นาน ตอนนั้นก็คือตอนนั้น ไม่คิดว่าจะมาถึงตอนนี้หรอก ต้องคิดว่าเข้ามาอย่างไรสถานการณ์เป็นอย่างไร ถ้ามันเรียบร้อย ผมก็ไปนานแล้ว ถ้ามันสงบเรียบร้อยไม่มีปัญหาก็ไป ผมไม่ได้ตั้งใจอยู่มาถึงขนาดนี้ แล้วตอนนี้ถือว่าทุกอย่างโอเค อย่าลืมว่า 4 ปีแรกกับ 4 ปีหลัง ด้วยตัวกฎหมาย ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง เลิกกันเสียที เราไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เข้ามาดูบ้านเมืองให้เรียบร้อย ไม่ใช้ความรุนแรง เป้าหมายมีแค่นั้น วันนี้ถือว่าทุกคนปรองดองกัน แต่จะไปสั่งใครปรองดองไม่ได้ นายกฯ คนเดียวทำได้เหรอ" นายกฯ กล่าว 

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับเพลง "สะพาน" ที่ตนแต่ง เนื้อหาเป็นการข้ามสายน้ำที่เชี่ยวกรากเป็นสะพานให้คนเขาเหยียบย่ำข้ามไปนั่นแหละคือเรา จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้ให้เปิดเพลงสะพานจากโทรศัพท์มือถือ ออกลำโพง โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ร้องตาม พร้อม ระบุว่า คำว่าขอเวลาอีกไม่นานหมายความว่า ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี ถ้าผ่านเร็ว เราก็ไปเร็วแค่นั้นเอง แต่กลไกการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญเขาทำมาเราก็ต้องอยู่ เป็นเรื่องของกระบวนการ ทุกคนก็มองแต่อำนาจ ลองถามนายอนุทินดูเราใช้อำนาจไหม อำนาจต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะอำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ ทุกคนอยากมีอำนาจ แต่อำนาจก็ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี นั่นคือการใช้อำนาจ ถ้าไม่ถูกก็มีปัญหา ตนก็พยายามระมัดระวังมา 9 ปี ทุกคนในครม.ก็ระมัดระวังมาด้วยกัน ขอร้องกันแล้วว่า บ้านเมืองสำคัญกว่าอย่างอื่น และยังอาจไม่เหมือนกัน ความคิดตนแบบทหารและอยู่การเมืองมาหลายปี 4 ปีแรกมันมีอยู่ แต่ 4 ปีหลังเราก็ทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ถ้าคนแตกแยกกันมากๆมันอันตรายรู้ไหม 

 

"มันต้องมีหลักพื้นฐานสำคัญคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ก่อน แล้วจะอย่างไรก็ว่ากันมา ถ้าแยกกันเป็นกลุ่ม เป็นฝ่ายจะเดินหน้าไปไม่ได้ วันหน้าก็ลูกหลานของพวกท่าน เราไปพูดมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นอะไรอีก เราไม่มีอำนาจอะไรอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่ามีอำนาจ เอาอย่างนี้ดีกว่า ทุกอย่างอำนาจมาตามความรับผิดชอบ มาตามระเบียบข้อบังคับกฎหมายอยู่ดีๆจะสั่งทำแบบนั้นแบบนี้ ผมจะไปสั่งได้ไหม มีแต่ดำริไปตามนโยบายว่า เรื่องไม่ควรจะทำหรือไม่ เห็นชอบร่วมกัน กฤษฎีกาก็ต้องนำไปตรวจทานว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าแบบนี้โอเค อำนาจใช้มากเกินไปก็อันตรายแต่ทุกคนก็รับผิดชอบอยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

เมื่อถามว่าที่ว่า วันข้างหน้าจะเรียบร้อยไปด้วยดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า อย่ามาถามตนและชี้ไปที่นายอนุทิน แต่ว่าขอให้ฝากคนนี้ ซึ่งต้องย้อนดูว่ามีอะไรอยู่บ้าง รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ถ้าจะแก้ จะเกิดประโยชน์หรือเปล่าก็ไม่รู้อาจจะดีก็ได้ ไม่มีความคิดเห็น โนคอมเม้น

 

เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงชาวโซเชียล ที่วันข้างหน้าจะไม่ได้เป็นนายกฯแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝากความรักความคิดถึงและไม่โกรธเคืองใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรักจะชอบไม่ชอบจะด่าจะว่า เพราะเป็นโลกของโซเชียลเพียงแต่ท่านต้องมีภูมิคุ้มกันบ้าง บางทีไม่รู้จักกันเห็นเขาเกลียดก็เกลียดด้วย ซึ่งตนคิดว่ามันต้องมีเหตุมีผล ถ้าทุกคนบิดเบี้ยวไปหมดกฎหมายอยู่ตรงไหนไม่รู้ มันไม่ได้ เป็นอันตรายสำหรับประเทศ สื่อด้วยต้องช่วยกัน 

 

เมื่อถามว่า มีเรื่องไหนบนโซเชียลที่อ่านแล้วรู้สึกจี๊ด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จี๊ดทุกอันแหละ ไม่เป็นไรเป็นการแสดงความคิดเห็นคนที่เขาชมก็มี วันหลังก็ไม่อ่านที่ด่ามันก็หายไปจากโทรศัพท์เหมือนกัน แต่รวมๆแล้วรู้สึกจี๊ดหมด สำหรับเรื่องโซเชียลตนไม่เคยทำเอง จะเล่นทำไม แต่ดูก็ดูอยู่แล้ว ไม่ตอบโต้ ไม่ใช่เวลาที่จะมาตอบโต้เขียนอะไรก็เขียนมาก็ได้แต่อ่าน จากนี้ไปก็ต้องดู อ่านสิ่งที่เป็นประโยชน์ประชาธิปไตยก็ต้องดูความเป็นมาด้วย เราเป็นอย่างไร และบ้านเราจะสงบแบบนี้ไหม ได้รับการพัฒนาไหม บ้านเมืองเรามีคนหลายระดับรายได้การพัฒนาใช้งบประมาณอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องมีการปรับวิธีการ วันข้างหน้าก็คอยดูแล้วกัน มีคนทำอยู่แล้ว วันนี้เราต้องสมมุติในสิ่งที่ดี มันก็ต้องดี

 

เมื่อถามว่า ประทับใจอะไรกับเรือลำนี้ที่พายมาจนถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเกิดจากความรักความสามัคคีความเข้าใจ เราทำหน้าที่เพื่อใคร เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน เพื่อสถาบันอะไรต่างๆที่ทำได้โดยเร็วก็เร่งดำเนินการไป อันไหนที่ยังต้องรอขั้นตอนก็ต้องทำต่อ หลายอย่างติดข้อกฎหมายก็ยังทำไม่เรียบร้อย ก็ต้องทำกันต่อไปมีแค่นี้ 

 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ไม่ได้นั่งเก้าอี้นายกฯและหวังอะไรกับเรือลำใหม่ที่จะมาดูแลประเทศต่อไปพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แล้วสื่อหวังอย่างไร ก็หวังแบบสื่อที่ต้องการให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ตนตอบแบบนี้ใช้ได้ไหม

 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ จะแสดงความเห็นเรื่องชาติบ้านเมืองหรือไม่ เมื่อไม่มีตำแหน่งแล้วพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าควรหรือไม่ควร เราไม่อยากให้ความขัดแย้งมันมากกว่านี้ ซึ่งมันก็ดีอยู่แล้ว อยู่ที่พวกเราจะช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ เมื่อก่อนไม่มากเท่านี้ แต่วันนี้มีโซเชียลอะไรต่างๆ ทุกคนแสดงความคิดเห็นกันได้หมด

 

เมื่อถามว่า มองดูแล้วบรรยากาศจากนี้จะสงบดีหรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวว่าเราก็ต้องหวังอย่างนั้นมั้ง 

 

เมื่อถามว่า ความขัดแย้งจะกลับมาอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ก็พูดอยู่นี่ไม่อยากให้กลับมาก็แค่นั้น ในฐานะประชาชนคนหนึ่งเราก็เป็นประชาชนแล้วล่ะ และคิดว่าทุกคนก็ไม่อยากให้กลับมาเหมือนเดิมย้อนกลับไปดูก็แล้วกันก็แค่นั้นเอง อะไรที่มันผิดพลาดที่เกิดมาแล้วเสียหาย ก็อย่าไปทำมันอีก นั่นเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ ไม่เรียนรู้และจะอยู่กันอย่างไรในวันนี้และวันข้างหน้า ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานตนก็ประทับใจทุกอัน ส่วนเหตุการณ์มีเยอะจำไม่ได้ และที่ประทับใจที่สุดคือการประชุมครม. ในทุกสัปดาห์ทุกคนเห็นชอบร่วมกันเสนอโครงการที่อยู่ในกรอบที่วางไว้ ในเรื่องการปฏิรูปก็เดินไปตามนั้นทุกอย่างไม่ได้ไปบีบรัดใคร เป็นหัวข้อใหญ่ที่ร่างไว้ แต่ไม่ได้ร่างเพื่อสืบทอดอำนาจ ขอให้ไปดู แต่บางครั้งก็ไม่อ่านกัน แต่วิจารณ์กันได้เป็นหน้าๆ

เมื่อถามว่า 9 ปีที่ผ่านมาทำงานได้พึงพอใจสำเร็จตามที่มุ่งหวังหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เกินครึ่งนะแต่บางอย่างมันยากติดกฎหมายเสนอไปหลายอย่างไม่ออกซึ่งเป็นเรื่องของสภา แต่อย่างน้อยก็เกิน50-60 บางอย่างก็ 80-90 อย่างเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการแพทย์สาธารณสุขก็เดินหน้าไปเยอะ สำหรับนโยบายที่ประทับใจถือว่าทุกโครงการที่ทำ เพราะเป็นผลประโยชน์ของประชาชนวันนี้ทำไม่ได้ก็ต้องรอวันหน้า บางแผนการโครงการประชาชนไม่เห็นชอบก็ต้องสร้างความเข้าใจ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับมอบดอกไม้ และร่วมถ่ายรูปกับสื่อมวลชน ที่ร่วมเดินไปส่งก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะทำท่าวายทูเคบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้าให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ

 

ต่อมาเวลา 13.09 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ขึ้นไปสักการะท่านพระพรหม บนดาดฟ้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงมาพบปะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ ที่ห้องโถงกลางตึกไทย โดยนำดอกกุหลาบแดงมามอบให้ ทั้งนี้กรมประชาสัมพันธ์ ได้นำวงดนตรีมาบรรเลงเพลง โดยเพลงแรกได้บรรเลงเพลงความฝันอันสูงสุดให้กับพล.อ.ประยุทธ์

 

จนกระทั่งเวลา 13.30 น. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบฯ และแฟนคลับได้มาให้กำลังใจ มอบดอกไม้ ถือป้ายเชียร์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับทุกคนว่า อะไรก็ตามที่ทำให้พวกเราไม่สบายใจ ไม่พอใจก็ขอบอกว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่ตั้งใจแบบนั้น ขอบคุณทุกคนและทุกหน่วยงานทั้งรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกคนขอให้เดินหน้าได้อย่างปลอดภัย ขอฝากแค่นี้ พวกเราไม่ว่าใครจะมา ใครจะไป หน่วยงานต้องอยู่ให้ได้ทั้งตัวเองและครอบครัวจะทำอะไรต้องไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง เจอกันข้างนอก ขอให้ทักบ้างอาจจะจำไม่ได้ หน้าตนอาจจะเปลี่ยนไปเยอะ หลายคนบอกว่าจะพาตนไปเที่ยวแต่จะไปได้อย่างไร เพราะทุกคนก็จำหน้าตนได้ในขณะนี้

 

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้เชิญชวนให้ทุกคนร่วมร้องเพลง คำสัญญา ของอินโดจีน เพลงด้วยรักและผูกพันของเบิร์ด ธงชัย และเพลงศรัทธา ของหินเหล็กไฟ 

 

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อมารับดอกไม้ และร่วมถ่ายรูปกับทุกคนที่มาส่ง ก่อนเดินไปที่ตึกไทยคู่ฟ้า โบกมือที่มาร่วมอำลา  ก่อนจะขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบฯ ในเวลา 14.00 น. ตามฤกษ์ยามที่กำหนดไว้ โดยมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธนกรวังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมสวมกอดร่ำลา ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับมีน้ำตาคลอ ก่อนจะส่งสัญลักษณ์ไอ เลิฟ ยู และเดินทางออกจากทำเนียบฯ 

 

จากนั้นเมื่อเวลา 14.06 น  นายกฯ เดินทางออกจากทำเนียบฯ ไปยังบ้านพิษณุโลก  ถนนพิษณุโลก แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต เพื่อสักการะศาลท่านท้าวหิรัญพนาสูร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านพิษณุโลกเป็นการส่วนตัว โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที และไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปติดตามทำข่าว ภายหลังจากวันนี้ทำงานเป็นวันสุดท้ายที่ทำเนียบฯ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับบ้านพัก

 

ทั้งนี้ในอดีตบ้านพิษณุโลก ถือเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกฯ และเป็นเรือนรับรองแขกสำคัญของรัฐบาลไทย