'หมอเจตน์' ติงรัฐปมหน้ากากอนามัย-ผีน้อย
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ระบุว่า...
ปัญหาเรื่องหน้ากากอนามัยและแรงงานเกาหลี กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งกำลังจะลามไปเป็นปัญหาการเมือง
.
หน้ากากอนามัย มีปัญหาจากข้อมูลที่ไม่รู้ว่ารัฐมีข้อมูลแท้จริงอยู่หรือไม่สำหรับหน้ากากSurgical mask ในขณะนี้ทุกประเทศในโลกกำลังประสบปัญหาเดียวกันคือหน้ากากอนามัยขาดแคลน ทุกประเทศล้วนแต่ต้องช่วยตัวเอง ประเทศไทยเคยนำเข้าหน้ากากอนามัยจำนวนหนึ่งจากจีนเพราะราคาถูก ในวันนี้จีนหยุดส่งออกย่อมมีผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย อธิบดีกรมการค้าภายในให้ตัวเลขว่ามีโรงงานในประเทศที่ผลิตได้จำนวน11โรงงาน ผลิตได้รวม1.2ล้านชิ้นต่อวัน อ้างว่าใช้กับโรงพยาบาลและคลีนิกประมาณ7แสนชิ้น ที่เหลือส่งขายในท้องตลาด จำนวนนี้น่าจะเป็นตัวเลขที่เร่งการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร เพราะเกิดขึ้นอยู่ประจำในกรณีที่สินค้าขาดแคลน และกรมการค้าภายในก็แก้ไขไม่ได้ ครั้งนี้เมื่อเกิดความตื่นตะหนกของประชาชน ความต้องการย่อมสูงขึ้นอย่างมาก
.
จึงมีเสียงบ่นรัฐบาลว่าหาซื้อสินค้าไม่ได้ ยิ่งมีคลิปการกักตุนก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน ในเรื่องนี้ต้องโทษรัฐบาลว่าให้ข้อมูลช้าไปว่าหน้ากากผ้าที่ให้อบต.อสม.ชมรมแม่บ้าน
.
หน่วยงานท้องถิ่น สมาคมต่างๆหรือแม้แต่เรือนจำ ช่วยกันตัดเย็บ ใช้แล้วสามารถซักมาใช้ใหม่ได้
ใช้แทนSurgical maskได้ โดยเฉพาะให้ประชาชนที่ไม่ป่วย ไม่เป็นโรคใช้ ส่วนคนป่วย คนที่สัมผัสผู้ป่วยจึงให้ใช้Surgical mask ทำให้ประชาชนแสวงหาSurgical maskกันไปทั่ว
และอาจต้องขอการสนับสนุนจากจีนที่สถานการณ์ดีขึ้นจนเกือบเป็นปรกติแล้ว ความต้องการหน้ากากอนามัยลดลง จะทำให้เราสามารถนำเข้าเป็นจำนวนมากได้
ส่วนผู้ที่กักตุนสินค้าก็จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายให้เด็ดขาด
.
ปัญหาแรงงานเกาหลีหรือผีน้อย เป็นความไม่ชัดเจนในนโยบาย ความจริงในพรบ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เขียนเรื่องQuarantineไว้ชัดเจนทั้งคำนิยาม การดำเนินการและบทลงโทษ
"แยกกัก"หมายความว่า การแยกผู้สัมผัสโรคหรือพาหะไว้ต่างหากจากผู้อื่นไว้ในที่เอกเทศ
เพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้ซึ่งอาจได้รับเชื้อโรคนั้นๆได้ จนกว่าจะพ้นระยะติดต่อของโรค
"กักกัน"หมายความว่า การควบคุมผู้สัมผัสโรคหรือพาหะให้อยู่ในที่เอกเทศ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้ซึ่งอาจได้รับเชื้อโรคนั้นๆได้ จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรคหรือจนกว่าจะพ้นความเป็นพาหะ
"คุมไว้สังเกต"หมาความว่า การควบคุมดูแลผู้สัมผัสโรคหรือพาหะโดยไม่กักกัน และอาจจะอนุญาตให้ผ่านไปในที่ใดๆก็ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อไปถึงท้องที่ใดที่กำหนดไว้ ผู้นั้นต้องแสดงตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำท้องที่นั้นเพื่อรับการตรวจในทางแพทย์ เพื่อป้องกันมิให้เชื้อโรคแพร่โดยทางตรงหรือทางอ้อมไปยังผู้ซึ่งอาจได้รับเชื้อโรคนั้นๆได้
.
แรงงานเกาหลี จึงควรใช้มาตรฐานเดียวกับประชาชนทั้งคนไทยและต่างชาติที่กลับจากอิหร่าน อิตาลีหรือคนจีน ด้วยการแยกกักสำหรับผู้ที่ป่วยหรือมีอาการ กักกันในกรณีที่สัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่นเดินทางโดยเครื่องบินนั่งติดผู้ป่วยหรือนั่งแถวหน้าหรือแถวหลังติดกัน และคุมไว้สังเกตุที่หลายประเทศใช้โทรศัพท์มือถือของเจ้าตัวหรือวิธีอื่นๆเพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของ
บุคคลนั้น
.
ปัญหาในขณะนี้ เราเพ่งเล็งไปเฉพาะแรงงานเกาหลีที่มาจากแทกูและคยองซัง ละเลยผู้ที่มาจากอิตาลี อิหร่าน หรือจีน ที่อาจเสี่ยงต่อผู้ป่วยเป็นกลุ่มหรือcluster อันอาจทำให้ผลงานที่มีประสิทธิภาพของกรมควบคุมโรค ด้อยค่าลงได้ ครับ